13 ก.พ.2568 - ผู้สื่อข่าวเปิดเผยเรื่องราวของชีวิต ผู้เฒ่าแดนใต้ หัวใจยอดนักสู้ ผู้มีนามว่า นายนีย์ วิรุณสาร อายุ 64 ปี เป็นชาวจังหวัดสงขลา โดยกำเนิด ได้เดินทางออกจากบ้านเกิด มาตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปี เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากแดนใต้ สู่ลุ่มน้ำชายฝั่งตะวันออก มาตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ที่ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ยึดอาชีพเข็นรถสามล้อขายไอติมโบราณเสียบไม้ หาเลี้ยงชีวิตลำพัง อยู่ตามท้องถนนในเขตพื้นที่อำเภอสัตหีบ มายาวนานกว่า 30 ปี
ด้วยเหตุนี้ ทำให้คุณลุงนีย์ ถือเป็นคนเก่าคนแก่ ที่มีฉายาว่า “ลุงไอติมโบราณ ในตำนาน” ที่อยู่คู่กับเมืองสัตหีบมาช้านาน และเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปเป็นอย่างดี ด้วยไอติมที่มีรสชาติอร่อย ตามแบบฉบับดั้งเดิมโบราณ ทำให้กลุ่มลูกค้าจึงมีทุกเพศทุกวัย และเป็นที่รักใคร่ของทุกๆคน
แต่ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กับพบว่า ลุงนีย์ ได้หายหน้าหายตาไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ออกมาเข็นไอติมขายเหมือนเช่นเคย จึงทำให้ชาวบ้านเกิดคำถามขึ้นมากมายว่า ลุงนีย์หายไปไหน ด้วยเหตุนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้ออกตามหาความจริง จนมาทราบข้อเท็จจริงว่า สาเหตุที่คุณลุงนีย์ หายหน้าหายตาไปนาน 1 ปี เนื่องจากประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในชีวิต
ลุงนีย์ เผยว่า อุบัติเหตุใหญ่ครั้งนั้น ได้พลิกชะตาชีวิต ถึงขั้นเดินไม่ได้ สืบเนื่อง เมื่อวันที่ 7 ก.พ.67 ขณะกำลังเข็นรถขายไอติมไปตามริมถนนสุขุมวิท จนถึงช่วงหน้าประตูทางเข้า กองเรือยุทธการ ได้ถูกรถชนจนขาขวาท่อนล่างหัก ถูกนำตัวส่งรักษาในโรงพยาบาล โดยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดดามเหล็กให้จำนวน 58 แท่ง ทำให้เดินไม่ได้ ใช้ชีวิตโดดเดี่ยว นอนรักษาตัวเองอยู่ในห้องเช่ามานานเกือบปี เมื่อขาเริ่มมีกำลัง จึงได้ใช้ไม้เท้าค้ำยัน 4 ขา ประคองตัวเองหัดเดิน ทำให้ตลอดระยะเวลา 1 ปี ไม่สามารถออกไปเดินขายไอติมได้ ไม่มีรายได้มาหล่อเลี้ยงชีวิต ใช้เงินเก็บที่มีมาจ่ายค่าเช่าบ้าน และซื้ออาหารประทังชีวิต จนหมดสิ้นไม่เหลือ แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ หัวใจที่ยังมีพลัง ไม่ยอมนอนอดตายอยู่บนเตียง ได้พยายามลุกขึ้นหัดเดินให้ขามีกำลัง เพื่อหวังว่า จะมีโอกาสกลับมาเดินขายได้อีกครั้ง ในที่สุดความตั้งใจก็สัมฤทธิ์ผล กลับมาเดินขายได้เป็นวันที่ 4 แล้ว รู้สึกดีใจเป็นที่สุด
และกล่าวว่า ตนเองจะขอเดินขายไอติมอย่างนี้ ไปจนกว่าร่างกายจะหมดแรงพลัง ถึงวาระลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ไม่เคยคิดทำอาชีพอื่น รักในอาชีพขายไอติมโบราณมานานกว่า 30 ปี ซึ่งมีความชื่นชอบ และมีความสุขทุกครั้งที่เห็นเด็กๆ และผู้คนมีความสุขกับการกินไอติม แม้วันหนึ่งจะเดินไม่ไหว หมดเรี่ยวแรงพลัง ก็จะไม่ยอมแบมือขอใครกินอย่างแน่นอน แต่หากมีผู้เมตตา ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ตนเองก็ยินดีน้อมรับ โดยจะขอยืนหยัดต่อสู้ เป็นพ่อค้าขายไอติมโบราณ จนวาระสุดท้ายของชีวิต
ผู้สื่อข่าว จึงได้ขอนำเรื่องราวชีวิต ลุงนีย์ คนขายไอติมโบราณในตำนาน ผู้มีหัวใจยอดนักสู้ ไม่เคยยอมแพ้ หรือย่อท้อต่อความยากลำบาก มาเป็นต้นแบบชีวิต ให้กับผู้ที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง ไร้แรงพลังที่จะลุกขึ้นต่อสู้ ได้จุดประกายหัวใจให้กล้าแกร่ง ลุกขึ้นต่อสู้ เพื่อความอยู่รอดบนโลกใบนี้ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระทึกกลางทะเล! กู้ภัยฝ่าคลื่นช่วยชาวอังกฤษติดเรือยอร์ชสัตหีบ
หนุ่มอังกฤษพายเซิร์ฟบอร์ดออกไปตรวจเรือยอร์ชกลางอ่าวบางเสร่ เจอฝนถล่ม-คลื่นลมแรง ทัศนวิสัยแย่จน
ศรีราชาน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เร่งใช้เรืออพยพชาวบ้านส่งศูนย์พักพิง
ฝนถล่มศรีราชา น้ำท่วม ต.หนองขาม สูงกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนกลางดึก เร่งอพยพชาวบ้านออกจากพื้น
ทร. ส่งมนุษย์กบ งมเรือประมงอับปางกลางอ่าวแสมสาร ยังไม่พบร่าง 5 ผู้สูญหาย
กองทัพเรือ ส่งทีมมนุษย์กบงมใต้ทะเลค้นหา 5 ลูกเรือประมงสูญหาย ไม่พบร่างแม้แต่รายเดียว
พายุซัดเรือประมงล่มกลางทะเล รอด 15 ราย ไต๋เรือเสียชีวิต ยังสูญหายอีก 6
มีรายงานจากกำนัน ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากเรือหนุมานชัยวารี 998 ว่าเรือประมงอวนดำ ชื่อ ส.กาญจนาวารี 888 ถูกพายุหัวฝนซัดจมลงกลางทะเล พิกัด 11°56.93′ N และ 100°50.90′ E ตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น.ของเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางมรสุมกระแส
ผู้ว่าฯ ชลบุรีรุดโรงเรียนเกิดเหตุยิงครู อพยพเด็ก 44 คน สั่งปิดเรียนทันที
ผู้ว่าฯ ชลบุรีลงพื้นที่หลังเหตุยิงครูในโรงเรียนอนุบาลหนองปลาไหล เร่งอพยพเด็ก 44 คน พร้อมครู-บุคลา
ด่วน! เกิดเหตุยิงในโรงเรียนอนุบาลชลบุรี เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต
เกิดเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่งผลให้ครูหญิงเสียชีวิต 1 ราย โด

