ผอ.สบอ.3 บ้านโป่ง มอบเงินช่วยเหลือเหยื่อเสือโคร่ง หน.อุทยานฯเขาแหลม ติดประกาศในหมู่บ้านปิล็อกคี่ห้ามเข้าป่า90วัน ไม่เชื่อปรับ1แสน พร้อมเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ห่างจุด5พรานยิงเสือโคร่ง2ตัวแค่2กม.พบซากควายถูกเสือกัด2ซาก จนท.เร่งผลักดันเสือโคร่งเข้าป่าลึก
29 ม.ค.2565 - จากกรณีหนุ่มใหญ่ชาวกะเหรี่ยง บ้านปิล็อกคี่ เข้าป่าห่างจากหมู่บ้าน 5 กม.ไปไล่ควายกลับบ้าน ถูกเสือโคร่ง 3 ตัว จู่โจมเข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังปีนต้นไม้หนีรอดตายหวุดหวิด ส่วนสุนัขที่ติดตามไป 3 ตัว ถูกเสือโคร่งกัดตายไป 2 ตัว ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า จากกรณีชาวบ้านปิล็อกคี่ถูก เสือโคร่งกัด ที่บริเวณป่าห้วยสะมะท้อ ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขาแหลม และเขตติดต่อ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จนได้บาดเจ็บสาหัส ในเรื่องดังกล่าว นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ติดตามในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลผู้บาดเจ็บ และให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังภัย พร้อมกับผลักดันเสือโคร่งดังกล่าว เข้าไปในป่าลึก
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้นายเจริญ ใจชน หน.อุทยานฯทองผาภูมิ นายกมลาส อิสสอาด หน.อุทยานฯเขาแหลม เป็นตัวแทนให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น นำเงินสด 10,000 บาท ไปมอบให้ น.ส.พอกาลี อายุ 30 ปี ไม่มีนามสกุล ชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นภรรยา เป็นผู้รับมอบ สำหรับอาการของนายหวานที่ได้รับบาดเจ็บ จากเสือโคร่งทำร้าย เบื้องต้นทราบว่าถูกตะปบมีบาดแผล ทั่วร่างราว 20 แห่ง รวมทั้งที่บริเวณคอที่ถูกเสือกัด และขณะนี้แพทย์รพ.ทองผาภูมิ ได้ส่งตัวนายหวานไปรับรักษาที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา ในตัวเมืองกาญจนบุรีแล้ว
ผอ.สบอ.3 เผยต่อว่า ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯเขาแหลม จำนวน 10 นาย ไปยังหมู่บ้านปิล็อกคี่แล้ว เพื่อเป็นการป้องกันดูแลความปลอดภัยให้ชาวบ้านปิล็อกคี่ รวมทั้งได้ให้เจ้าหน้าที่ แจ้งต่อผู้นำชุมชนกำนันผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ห้ามเข้าป่าและนำวัวควายเข้าไปเลี้ยงในป่า นอกจากมีความจำเป็นต้องเข้าป่า ก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ โดยจะมีเจ้าหน้าที่เดินทางร่วมไปด้วย เพื่อดูแลความปลอดภัยของชาวบ้าน
นายนิพนธ์ เผยต่อว่า คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นายกมลาศ อิสสอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม พ.อ.ธัชเดช อาบัวรัตน์ รองผบ. ฉก.ลาดหญ้า ร.ต.อ.สองนคร เครือแสง พงส.ร้อยเวรเจ้าของคดี น.ส.กนกวรรณ ตรุยานนท์ สัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง)ได้ร่วมกันเดินทางโดยเรือเป็นพาหนะ ไปยังหมู่บ้านปิล็อกคี่ จากนั้นได้เดินทางต่อโดยรถยนต์ เข้าไปในป่าเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อีก 5 กม.จนหมดเส้นทางรุยนต์ ต้องเดินเท้าเข้าไปในป่าลึกอีก 4 กม. รวมระยะทางที่เกิดเหตุประมาณ 9 กม. พื้นที่รอยต่ออุทยานฯเขาแหลม- อุทยานฯทองผาภูมิ
จนท.ตรวจสอบพบร่องรอยการต่อสู้ ของนายหวานและเสือโคร่ง พบรองเท้าหุ้มส้น 1 คู่ เปื้อนคราบเลือด ซองใส่มีดพกแต่ไม่พบมีด มีคราบเลือดหยดบนใบไม้และพื้นดิน เป็นทางยาวราว 100 เมตร ห่างไปราว200เมตรพบซากควาย 2 ซาก ไม่ทราบเพศ อายุประมาณ 2-3 ปี ถูกกัดกินตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 วัน รวมทั้งพบมูลเสือใกล้ซากควาย โดยร.ต.อ.สองนคร เครือแสง พงส.สภ.ปิล็อก ได้เก็บวัตถุพยานหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป
นายนิพนธ์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า สำหรับประกาศของหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม ที่มีคำสั่งห้ามบุคคลใดเข้าไปในพื้นที่ป่าบริเวณลำห้วยปิล็อก-สะมะท้อ และบริเวณป่าใกล้เคียงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม รวมทั้ง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ก็จะมีประกาศ ห้ามบุคคลใดเข้าไปในพื้นที่ป่า บริเวณอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิเช่นกันเดียวกัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน หากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะมีความผิด ตามพรบ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 20 ระวางโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และจะมีความผิดฐานขัดขืนคำสั่ง ของเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 มีโทษจำคุก ไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 500 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้นในระยะ 3 เดือนนี้ หากบุคคลใดมีความจำเป็น ที่จะต้องเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ก็ให้ขออนุญาตจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม หรือหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิก่อนทุกครั้ง เพื่อจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า คอยติดตามระวังภัย ให้กับผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่ป่าอุทยานดังกล่าว นอกจากนี้กำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เตรียมดำเนินการผลักดันเสือโคร่ง เข้าไปในเขตป่าลึก ให้อยู่ตามวิธีธรรมชาติของสัตว์ป่า ที่จะเกื้อกูลระบบนิเวศในป่าธรรมชาติต่อไป
ส่วนความคืบหน้าเหตุ 5 พรานยิงเสือโคร่ง 2 ตัว ในบริเวณพื้นที่อุทยานฯทองผาภูมิติดต่ออุทยานฯเขาแหลม บ้านปิล็อกคี่ ม.4 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯในทีมสืบสวนในเรื่องนี้ว่า จะลงพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง เนื่องจากมีหลายสาเหตุที่ยังมีหลายประเด็น ในคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากในที่เกิดเหตุบริเวณที่ยิงเสือ ไม่พบร่องรอยใดๆ ไม่ว่ารอยคราบเลือดหรือเศษวัตถุโลหะหัวหรือปลอกกระสุนต่างๆ รวมทั้งอวัยวะเครื่องในของเสือก็หายไป ส่วนรอยกระสุนที่กะโหลก ดูแล้วจะเป็นกระสุนปืนลูกกรดขนาด.22 หรือกระสุนไรเฟิลขนาด.223หรือ กระสุนปืนเอ็ม.16 ก็ต้องดูผลจากพิสูจน์หลักฐานอีกที รวมทั้งผู้ต้องหาให้การว่ายิงบนเนินดิน ห่างเสือราว3-4เมตร ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ ใกล้ขนาดนั้นไม่กลัวเสือทำร้ายหรือ และอีกหลายๆกรณี ทั้งหลายมูลเหตุดูว่า กลุ่มพรานที่ยิงเสือนี้ อาจจะมีมากกว่า5คน ก็ต้องสืบสวนขยายผล หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้มาก และอย่างละเอียดรอบคอบ ก็ต้องลงตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงอีกครั้งในเร็วๆนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โครงการโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม เปิดเยี่ยมชม 'บ่อพักขยะ'พ.ค.นี้
ซีแอนด์จีฯ สรุปผล 22 เวทีชุมชน โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ขนาด 1,600 ตันมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,192 คน สะท้อนการเปิดรับฟังและสร้างความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ความคืบหน้าโครงการฯ เตรียมเปิดให้ประชาชนเข้าชม “บ่อพักขยะ” หนึ่งในโครงสร้างหลักของระบบ ในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้
SACITอัปเกรดหัตถกรรมไทยสร้างมูลค่าเพิ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
SACIT เดินหน้ายกระดับวงการงานคราฟต์ โชว์ความสำเร็จ SACIT Craft Collection 2026 พร้อมลุยเครื่องเดินหน้ารับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมอย่าง มั่นใจสร้างมูลค่าเพิ่ม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และดันยอดส่งออกปี 2569 ให้พุ่งทะลุเป้า
กกพ.ปรับแผนเร่งซ่อม’โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ’สกัดค่าไฟพุ่ง
‘กกพ.'ปรับแผนผลิตไฟ ชูถ่านหินลดต้นทุนเร่งเครื่องซ่อมโรงไฟฟ้าแม่เมาะหวังสกัดค่าไฟพุ่ง-ย้ำความมั่นคงระบบไฟฟ้ารับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกผันผวน
จับ 2 พรานป่าลอบล่าสัตว์ป่าเขาหลวง ยึดซาก 'เม่นหางพวง'
เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) ภาคใต้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตย.2
นิวสกายฯ เปิดเวทีชุมชนสร้างความเข้าใจโครงการโรงกำจัดขยะอ่อนนุช
นิวสกายฯ เปิดเวทีชุมชน สร้างความเข้าใจ CoP โครงการโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,600 ตัน/วัน มั่นใจช่วยแก้ปัญหาขยะของกรุงเทพมหานคร ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

