เกษตรกรชาวไร่อ้อย จ.บุรีรัมย์ โอดราคาอ้อยตกต่ำในรอบหลายปี เหลือเพียงตันละ 890 บาท ไม่สอดคล้องกับภาระต้นทุนทั้งค่าต้นพันธุ์ ยากำจัดวัชพืช ปุ๋ย และค่ารถตัดที่แพงขึ้น วอน กอน.ทบทวนราคาไม่ควรต่ำกว่าตันละ 1,200 บาท แต่หากไม่สามารถขยับราคาขึ้นได้ ก็เรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรช่วยเหลือ หวั่นไม่มีเงินชำระหนี้ ธกส.
2 ธันวาคม 2568 - เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ชาวอำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) พิจารณาทบทวนราคารับซื้ออ้อย หลังจาก กอน.มีมติเห็นชอบราคาอ้อยขั้นต้น ฤดูกาลผลิตปี 2568/69 ราคาเดียวทั่วประเทศในอัตรา 890 บาทต่อตัน ที่ระดับความหวาน 10 ซี.ซี.เอส. ซึ่งเกษตรกรต่างสะท้อนว่าเป็นราคาที่ต่ำมากในรอบหลายปี และไม่สอดคล้องกับภาระต้นทุนที่เกษตรกรต้องแบกรับ ทั้งค่าต้นพันธุ์เฉลี่ยตันละ 1,500 – 1,800 บาท ค่าปุ๋ยกระสอบละ 1,400 – 1,500 บาท ค่ารถตัดอ้อยสดแทนการเผาตันละ 330 – 350 บาท รวมถึงค่าไถ และค่ายาในการกำจัดวัชพืชอีก แต่หากราคารับซื้อขั้นต้นเพียงต้นละ 890 บาท ก็จะไม่คุ้มทุน และเกษตรกรส่วนใหญ่ก็มีภาระหนี้สินจากการกู้เงินยืม ธกส.มาลงทุนเพาะปลูกอ้อย และจะครบกำหนดชำระหนี้ในเดือน มี.ค.2569 นี้ ก็จะไม่มีเงินไปชำระหนี้สินอย่างแน่นอน
จึงอยากให้ กอน.พิจารณาทบทวนราคารับซื้ออ้อยไม่ควรต่ำกว่าตันละ 1,200 – 1,300 บาท ถึงจะคุ้มทุน แต่หาก กอน.ไม่สามารถปรับราคาได้ ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น เงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรอย่างน้อย ไร่ละ 200 – 300 บาท เหมือนกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
นายปาน เคลือบแก้ว เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย อำเภอคูเมือง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ครอบครัวปลูกอ้อยมากว่า 20 ปีแล้ว เมื่อราคารับซื้ออาจจะตันละ 600 – 700 บาท แต่ต้นทุนค่าไถ ปุ๋ย ต้นพันธุ์ และค่าตัดผลผลิตไม่สูงเหมือนทุกวันนี้ แต่ปัจจุบันราคาสินค้า ข้าวของทุกอย่างแพงหมด หากราคารับซื้อ 890 บาทถือว่าต่ำมากไม่คุ้มทุนแน่นอน ก็อยากให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ไม่ว่าจะเป็นการพยุงราคาไม่ให้ต่ำกว่าตันละ 1,200 บาท หรือชดเชยส่วนต่างอะไรก็ได้ แต่ถ้าราคานี้คงไม่รอด
เช่นเดียวกับ นายวัชรานุชิต ลาภเจริญ เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยอีกราย บอกว่า การปลูกอ้อยมีต้นทุนทุกอย่าง ตั้งแต่ซื้อต้นพันธุ์ ค่าไถ ปุ๋ย ค่ารถตัด ค่าขนไปขาย ซึ่งเกษตรกรต้องแบกรับภาระกันเอง แต่พอทราบว่า กอน.เคาะราคารับซื้ออ้อยปีนี้เพียงตันละ 890 บาทถึงกับเข่าอ่อน เพราะนอกจากจะไม่คุ้มทุนแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ธกส. ที่ไปกู้มาลงทุนเพาะปลูกสะสมหลายแสนบาท ซึ่งจะต้องชำระเดือน มี.ค.ของทุกปี จึงอยากวอนให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หญิงลี' ยอมรับผลแพ้ 14 คะแนน ไม่ขอนับใหม่ เลือกตั้ง 'นายก อบต.' บุรีรัมย์ แชมป์เก่าเข้าวิน 74 คน หน้าใหม่ 54
“หญิงลี ศรีจุมพล” นักร้องเพลงลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง พ่ายเลือกตั้งนายก อบต.บ้านคู ส่วนผลเลือกตั้งนายก อบต.129 แห่ง อดีตนายก อบต. คนเดิมเข้ามา 74 คน เป็นคนใหม่ 54 คน ส่วนที่ อบต.ทุ่งวัง อ.สตึก ผู้สมัครนายกฯ แพ้โหวตโน ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ขณะเลือก ส.อบต. 133 แห่ง ส่วนใหญ่หน้าเดิมเข้ามาล้วนอยู่กลุ่มนายกฯ
ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ชวน ปชช. ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 'นายกอบต.-ส.อบต.' 11 ม.ค.นี้
ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวบุรีรัมย์ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบต.บุรีรัมย์ และ ส.อบต.บุรีรัมย์ ในวันที่ 11 ม.ค.2569 นี้ เวลา 08.00 - 17.00 น. ทุกเสียงคือพลัง เลือกตั้งสุจริต ใช้สิทธิโปร่งใส ชาวบุรีรัมย์ รักศักดิ์ศรี เลือกคนดี ไม่ซื้อสิทธิ ขายเสียง
หลายหน่วยงาน รุดให้กำลังใจครอบครัว 'จ่าเหิน' ทหารไทยขาขาดรายที่ 8
ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ มอบหมาย พมจ.ร่วมกับหลายหน่วยงาน เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมช่วยเหลือซ่อมสร้างบ้านชำรุดให้กับครอบครัวจ่าเหิน ทหารกล้าเหยียบกับระเบิดขาขาดรายที่ 8 สุดเศร้าไม่กล้าบอกข่าวร้ายแม่ป่วยติดเตียงหวั่นช็อก
ญาติ 'จ่าเริง' รอรับศพจากสมรภูมิ 'เนิน 350' ให้คนทรงทำพิธีเสี่ยงทายตามความเชื่อ
ครอบครัวของ "จ่าเริง" ชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ทหารกล้าที่สละชีพ เนิน 350 ปราสาทตาควาย ขณะปะทะกับฝ่ายกัมพูชา ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถนำร่างออกจากสนามรบมาได้ ไปหาหมอทรงหรือร่างทรงในหมู่บ้าน เพื่อทำพิธีทำนายหรือเสี่ยงทาย
ชรบ.ฝ่าเสียงระเบิด ทำหน้าที่เข้มแข็งในแนวหลัง ดูแลทรัพย์สิน-สัตว์เลี้ยงชาวบ้าน
ชรบ.ชายแดนบ้านกรวด ดูแลบ้าน ให้อาหารสัตว์เลี้ยงแทนชาวบ้าน ที่อพยพหนี ท่ามกลางเสียงปืนดังต่อเนื่อง

