ทายาทและสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์สตรีพลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บุกทวงถามคืบหน้าคดีประธาน และ จนท.ยักยอกเงิน ทำสมาคมถูกยุบกว่า 3 ปี ค้างจ่ายเงินสงเคราะห์ศพสมาชิกที่เสียชีวิตกว่า 170 ราย ลูกหลานต้องเดือดร้อนไปกู้ยืมเงินรายวันจัดงานศพ ตร.เผยได้แจ้งข้อหาและสรุปสำนวนส่งอัยการไปแล้ว แต่พนักงานอัยการให้กลับมาหาหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากมูลค่าความเสียหายค่อนข้างสูง
23 กุมภาพันธ์ 2569 - ทายาทและสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สตรีอำเภอพลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ได้เดินทางไปติดตามสอบถามความคืบหน้าคดี ที่สถานีตำรวจภูธรพลับพลับชัย กรณีที่ประธาน และ จนท.สมาคมฯ ยักยอกเงิน ทำให้สมาคมถูกยุบ เมื่อเดือน ก.ค. 2566 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 3 ปี และสร้างความเดือดร้อนทายาทของสมาชิกที่เสียชีวิต เพราะหลังจากมีการทุจริตยักยอกเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว ส่งผลให้สมาชิกที่เสียชีวิตไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ศพรวมกว่า 170 ราย สร้างความเดือดร้อนให้กับทายาทต้องไปหยิบยืมเงินหรือกู้เงินรายวันมาจัดงานศพ ทั้งที่หวังว่าจะได้เงินสงเคราะห์ศพที่ทำไว้กับสมาคมฯ มาใช้จ่ายในการจัดงานศพ
นอกจากนี้ ยังทำให้สมาชิกที่ยังมีชีวิตอีกกว่า 4,000 ราย ที่ส่งเงินสงเคราะห์ศพล่วงหน้า และเงินบำรุงสมาคมตามเงื่อนไขมาตลอด ก็ได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถขอเงินคืนได้ ทั้งที่การยุบสมาคมเกิดจากการยักยอกของประธาน และ จนท.ในสมาคมฯ ไม่เกี่ยวอะไรกับสมาชิกเลย
น.ส.สุนีย์ เสาะภพดี อายุ 51 ปี บอกว่า ตนเองส่งฌาปนกิจสงเคราะห์สตรีให้พ่อกับแม่ ตั้งแต่ปี 2544 ปี จ่ายเงินสงเคราะห์ล่วงหน้ามาคลอด แต่พอพ่อเสียชีวิต ปี 2566 มาติดต่อขอรับเงินสงเคราะห์ศพกลับไม่ได้เงิน ทำให้ต้องไปกู้ยืมเงินรายวันมาจัดงานศพ เดือดร้อนมากเพราะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยอีก กระทั่งสมาคมโดนยุบเพราะมีการยักยอกเงิน จนถึงทุกวันนี้ผ่านมา 3 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว ก็อยากให้ทางสมาคมหรือผู้ที่ยักยอกรับผิดชอบ
ส่วนที่มีการตั้งสมาคมฯ ใหม่ก็ยังให้พ่อเป็นสมาชิกและส่งเงินต่อ เพราะถ้าไม่เข้าเป็นสมาชิกต่อเงินที่ส่งไปก็จะสูญเปล่า แม้ยอดเงินสงเคราะห์ศพจะลดลง จากสมาคมเดิมศพละกว่า 80,000 บาท แต่ทุกวันนี้เหลือเพียงศพละกว่า 40,000 บาทเท่านั้น
ขณะที่ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ก็ได้อธิบายรายละเอียดกับชาวบ้านว่า คดีดังกล่าวแม้ว่าชาวบ้านที่เป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์จะเป็นผู้เสียหาย แต่ไม่สามารถแจ้งความได้ ทางสมาคมฯ จะต้องเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งก็ได้มีการแจ้งความไปแล้ว
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ที่ยักยอกเงิน คือ ประธานสมาคมฯ และเจ้าหน้าที่อีก 2 คน รวมเป็น 3 คน ซึ่งก็ได้มีการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลทั้ง 3 แล้ว และได้สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ไปแล้ว แต่พนักงานอัยการได้ให้พนักงานสอบสวนไปหาหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากคดีดังกล่าวมูลค่าความเสียหายค่อนข้างสูง
ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานทั้งกับทางสมาคมฯ และการเบิกถอนเงินที่ธนาคาร คาดว่าจะแล้วเสร็จและสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการได้เร็วๆ นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เร่งช่วยเหลือ แม่เก็บของเก่า เลี้ยงลูก 2 คน อาศัยในเพิงสังกะสีเก่าผุพัง
นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนางวิไลวรรณ นานรัมย์ นายกเทศมนตรีตำบลบึงเจริญ , รองนายกเทศมนตรีตำบลบึงเจริญ ปลัดเทศบาล และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ไปดูสภาพที่อยู่อาศัยของนางสาวปอน
เหยื่อร้องคดีไม่คืบ แก๊งมิจฉาชีพหลอกทำเกษตร จ่ายค่าสมัคร ออมเงิน สุดท้ายสูญคนละหลักแสน
ชาวบ้านผู้สูงอายุหลายอำเภอหอบหลักฐาน บุกร้องศูนย์ดำรงธรรมจ.บุรีรัมย์ หลังถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นหม่อม และตั้งตัวเป็นประธานองค์กรรวมเกษตรกร หลอกสมัครสมาชิก อ้างจะมีเงินทุนจากต่างประเทศให้เป็นขวัญถุงและปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
ยายวัย 72 ขายลูกชิ้น เก็บของเก่าเลี้ยงชีพถูกตัดสิทธิบัตรคนจน หอบสังขารไปต่อคิวอุทธรณ์
ประชาชน เกษตรกรและผู้สูงอายุจากหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 แห่ยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาบุรีรัมย์ เนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคนที่ยื่นอุทธรณ์ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์
บุรีรัมย์จัดงานแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ชูลวดลายผสมผสานศิลปะลายไทยกับขอมประยุกต์
บุรีรัมย์ เตรียมจัดงานสืบสานงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ประจำปี 2569 ‘หลอมเทียนรวมใจ ประโคนชัยเทียนศิลป์ เยือนถิ่นชุมชนคนทำเทียน’ ชูลวดลายที่ผสมผสานงานศิลปะลายไทยกับลายขอมประยุกต์ ของช่างฝีมือในท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์ฝีมือ ช่างแกะสลักต้นเทียนพรรษาของแต่ละคุ้มวัด รวมถึงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
หญิงวัย 65 ปล่อยโฮหน้าธนาคาร ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เผยเสียใจทั้งที่ยากจน ไม่มีรถ มีแค่ที่ดินพออยู่อาศัย
ป้าวัย 65 ชาว อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ปล่อยโฮหน้า ธกส. หลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ คุณสมบัติไม่ผ่านทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ วอนภาครัฐตรวจสอบใหม่ยันฐานะยากจนจริง หวังได้บัตรคนจนช่วยต่อลมหายใจ
แม่ค้าตลาดเทศบาลบุรีรัมย์ บ่นอุบคนซื้อน้อยผิดคาด แม้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่มรอบใหม่
ร้านค้าในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์ โอดสั่งของมาเพิ่มไว้ขายรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส รอบเดือนใหม่ แต่ผิดคาดคนซื้อเบาบาง คาด ปชช.อาจไม่มีเงินเติมเข้าแอปเป๋าตัง ซ้ำราคาของแพงขึ้น ขณะร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรหดหาย ทั้งยังถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการลดราคาน้ำมัน และสินค้า

