ข่าวดี! บุรีรัมย์เคลียร์พื้นที่ปลอดภัยให้ชาวบ้านได้เกือบ 100%

รองผู้การตำรวจบุรีรัมย์ เผยได้เก็บกู้และทำลายระเบิดที่ตกค้างจากการสู้รบในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ แล้ว 169 ลูก เร่งคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ชาวบ้านได้เกือบ 100%

15 ม.ค.2569 - พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ แพ่งศรีสาร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์) เปิดเผยว่า ตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกทำการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ที่ถูกยิงตกลงมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างการสู้รบห้วงที่ผ่านมา

พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ กล่าวต่อว่า โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บกู้เป็นต้นมาตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2568 มาจนถึงวันที่ 12 ม.ค.69 ได้การสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด ไปแล้วรวมจำนวน 169 ลูก ในจำนวนนี้ได้แตกระเบิดเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว 162 ลูก และยังคงไม่แตกระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้มาเรียบร้อยร้อยแล้วอีก 7 ลูก ซึ่งได้นำไปเก็บรักษาไว้ยังสถานที่ปลอดภัย เพื่อรอให้กองสรรพวุธตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจเพื่อจัดทำลายตามขั้นตอนต่อไป คาดว่าคงอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้

สำหรับกระสุนปืนใหญ่ทั้ง 169 ลูก ที่ได้ทำการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ และเก็บกู้ ส่วนใหญ่เป็นกระสุนปืนชนิด ปืน ค.60 มิลลิเมตร ,ค.82 มิลลิเมตร , ค.100 มิลลิเมตร, ปืนใหญ่ขนาด 100 มิลลิเมตร และปืนไม่ทราบขนาด โดยไม่พบว่าปรากฎมีกระสุนปืนใหญ่ชนิด BM21 แต่อย่างใด

พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้เกือบจะ 100% จากการลงไปสกรีนพื้นที่ แต่ก็อาจจะมีหลงเหลืออยู่บ้าง ถ้าเกิดว่ามีประชาชนแจ้งมาก็จะได้ส่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปทำการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด เพื่อเร่งคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน โดยในขณะนี้พบว่าประชาชนในพื้นที่ได้เริ่มมีการเข้าพื้นที่ เพื่อดำเนินชีวิตประจำวัน และทำการเกษตรทั้งการกรีดยางพารา และไร่มันสำปะหลัง รวมถึงเลี้ยงสัตว์โค-กระบือ

“หากพบว่าในพื้นที่มีความแปลกผิดปกติไปจากเดิม หรือมีวัตถุต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นระเบิด ‘เมื่อเจอ อย่าจับ จดจำ รีบแจ้ง’ ผู้นำชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทันที พร้อมจดจำพิกัดสถานที่ และห้ามเคลื่อนย้าย หรือสัมผัสวัตถุต้องสงสัยโดยเด็ดขาด และควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดำเนินการตรวจพิสูจน์ทราบ เพื่อจะได้ทำการเก็บกู้และทำลายตามขั้นตอนต่อไป เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน” พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพเข้าเคลียร์พื้นที่ 'บ้านท่าเส้น- ชำราก' คืนพื้นที่ปลอดภัยให้ชาวตราด

กองทัพไทยเข้าเคลียร์พื้นที่ 'บ้านท่าเส้น- ชำราก' จ.ตราด ทำลายลูกระเบิดขนาด 120 มม. คืนพื้นที่ปลอดภัยให้ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา

ศบ.ทก.ถกสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา!

สถานการณ์ในพื้นที่ 7 จังหวัดสถานการณ์ทั่วไปปกติ 'พลเอกณัฐพล' เรียกประชุม คณะกรรมการ ศบ.ทก. เพื่อสรุปสถานการณ์ และพิจารณาข้อเสนอการสร้างรั้วชายแดนไทยกัมพูชา

ศูนย์ทุ่นระเบิดฯ ร้อง UN เสนอตั้ง 'คณะที่ปรึกษา-สังเกตการณ์ฯ' บี้ 'กัมพูชา' เข้าร่วมกู้ 'ทุ่นระเบิด'

ศูนย์ทุ่นระเบิดไทยฯ เชิญ UN Mine Action Service ศูนย์ระหว่างประเทศปลดทุ่นระเบิด เพื่อมนุษยธรรมแห่งนครเจนีวา ร่วมเก็บกู้ ‘ทุ่นระเบิด’ เสนอตั้ง ‘คณะที่ปรึกษา-สังเกตการณ์ร่วมฯ’ เชิญ ‘กัมพูชา’ เข้าร่วม ‘ไทย’ พร้อมหนุน ‘งบ-เบี้ยเลี้ยง’ หาก ‘กัมพูชา’ ไม่มีงบเพียงพอ

ศูนย์ทุ่นระเบิด เร่งให้ความรู้ชาวบ้านก่อนกลับภูมิลำเนา

“ศูนย์ทุ่นระเบิด”เร่งให้ข้อมูล ลักษณะ”ระเบิด- กระสุน” ต่อประชาชนในศูนย์พักพิงก่อนกลับบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิด พร้อมย้ำ หากพบเห็นต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่