
28 ม.ค. 2569 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า จากกรณีที่มีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายขนมหวาน แล้วหลบหนี บนถนนเส้นทางรอยต่อระหว่าง บ.ทัพกระบือ ต.สำโรง มุ่งหน้า บ.ราม ต.ราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นชาย 1 ราย คือนายลอม สุขดี อายุ 62 ปี เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.50 น. ของวันที่ 25 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา
กระทั่งผ่านไปกว่า 2 วัน ยังไม่สามารถตามตัวรถเก๋งคู่กรณี และคนขับที่หลบหนีมารับผิดชอบได้ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พบกับนางสาวนันทการ พอกพูนดี อายุ 40 ปี ( ลูกสาวผู้บาดเจ็บ ) ได้ให้ข้อมูลต่อผู้สื่อข่าวว่า อาการของพ่อตอนนี้แย่ลงมาก หนักกว่าเมื่อวาน ซึ่งหมอแจ้งว่า อยู่ที่คนไข้จะทนสภาพตัวเองได้ไหวมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าซี่โครงหักข้างละ 3 ซี่ และทิ่มทะลุปอดทำให้มีเลือดค้างในปอด จำเป็นต้องเจาะปอดทั้ง 2 ข้าง เพื่อระบายเลือดออก นอกจากนี้ก็ยังมีกระเพาะปัสสาวะ และถุงน้ำดีแตก กระดูกหลังก็หัก และเมื่อเช้าพ่อบอกกับตนว่า “พ่อไม่ไหวแล้ว พ่อหายใจไม่ออก” แล้วก็มีอาการช็อคมาแล้ว 1 รอบ หลังจากเกิดเหตุก็ยังไม่ได้มีการติดต่อมาจากคู่กรณี เพื่อแสดงความรับผิดชอบเลย ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการติดตามตัวคู่กรณีให้อยู่ แต่ก็ยังไม่พบรถ และตัวคนขับ คู่กรณีเลย
นางสาวนันทการ ยังให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า พ่อเร่ขายขนมหวานนี้เป็นอาชีพหลักมา 20 กว่าปีแล้ว บางวันก็ขายได้แค่ร้อยกว่าบาท วันไหนโชคดีขายหมดก็ได้ประมาณ 700-800 บาทเท่านั้น ซึ่งพ่อก็เป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัว เพราะรายได้ทั้งหมดก็จะนำมาดูแลค่าใช้จ่ายในบ้าน พอหลังจากเกิดเหตุ ตนและครอบครัวก็ทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างมืดมนไปหมดทุกด้าน เพราะที่ผ่านมาทุกครั้งจะมีพ่อคอยช่วยเหลือประคองครอบครัวตลอด ซึ่งถ้าวันนี้สภาพของพ่อสู้ไม่ไหวแล้ว ถ้าต้องเสียพ่อไป ตนกับครอบครัวก็ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร ตนอยากจะฝากไปถึงคู่กรณีที่ขับรถชนพ่อว่า ขอให้ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ตนรู้ว่ามันคืออุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ตนอยากให้คู่กรณีเห็นใจครอบครัวตนบ้าง
ด้าน พ.ต.ต. มงคล ปะโมนะตน สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองที ได้ให้ข้อมูลต่อผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความแล้ว ก็ได้ออกตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมกับเก็บภาพรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานแล้ว และหลังจากนั้นก็ได้ติดตามไปดูผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลสุรินทร์ทันที ต่อมาช่วงเช้าชุดสืบสวน และชุดสายตรวจก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่ารถเก๋งต้องสงสัยคู่กรณีนั้นจะขับผ่าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ข้อมูลมาส่วนหนึ่งแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถ คาดว่าน่าจะตามได้ไม่ยาก ทางเจ้าหน้าที่รับปากว่าจะพยายามทำให้เต็มที่ ที่สุด
ทั้งนี้ หลักฐานจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุพบว่า หลังเกิดเหตุรถต้องสงสัย ( Toyota Corolla Altis สีดำ ) ได้วิ่งมาด้วยความเร็ว มุ่งหน้าเข้าเขตบ้านราม - เมืองที และมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสเข้ามาเพิ่มเติมว่า พบรถต้องสงสัยคันดังกล่าววิ่งเข้าไปในเขตตัวอำเภอศีขรภูมิ ระยะทางห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 กม. หลังจากนั้นไม่ทราบทิศทาง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่พลเมืองดีได้แจ้งเบาะแสเข้ามา เพื่อนำตัวคนขับรถคันก่อเหตุมารับผิดชอบ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ด่วน! ขอรับบริจาคเลือด 'กรุ๊ปโอ' ช่วย 'พลทหารอดิศร' เหยียบกับระเบิดขาขาด
ขอเชิญพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ ร่วมบริจาคเลือดกรุ๊ปโอได้ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ให้กับพลทหารอดิศร ป้อมกลาง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23/1)
กองทัพบก แจ้งด่วน! พลทหารยิงชาวบ้านพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ บาดเจ็บ 2 นาย ยังไม่พบตัว
เพจเฟซบุ๊ก ทีมโฆษกกองทัพบก โพสต์ข้อความว่า กองทัพบกชี้แจงเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์
'ในหลวง-ราชินี' โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะตามแนวแดนไทย-กัมพูชา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
แรง! 'เจ้าแม่ส้ม' จิก 'แพทองโพย' ให้มูฟออน ไม่ต่างจากชนแล้วหนี แก๊งค์ตบทรัพย์ ให้เลิกแล้วต่อกัน
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ส.พรรคก้าวไกล แกนนำพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ที่ลูกทักษิณบอกให้มูฟออน ไม่ต่างจากชนแล้ว
ชาวเน็ตเสียงแตก ตำรวจยิงชายคลั่งในโรงพยาบาลเสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 68 ที่ผ่านมา พล.ต.ตสุคนธ์ ศรีอรุณ (ผู้บังคับการตรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์) พร้อม นายแพทย์ ชวมัย สืบนุการณ์ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์) อาคาร ชั้น2 สถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ได้มีการแถลงข่าว จากกรณีข่าวดัง “เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไประงับเหตุผู้ป่วยผ่าตัดไส้ติ่งคุ้มคลั่ง”
สลด! อดีตครูวัยเกษียณจอดรถไม่ได้ดึงเบรกมือ รถไหลทับร่างตัวเองดับ
อดีตครูวัยเกษียณจอดรถไม่ได้ดึงเบรกมือ รถไหลทับร่างตัวเองดับ

