กรมป่าไม้แจ้งจับผู้บุกรุก 'ห้วยกุ้ง' เขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวา

กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีผู้บุกรุก “ห้วยกุ้ง”ในเขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวา เผยตัดตั้งกล้องวงจรปิดแบบใช้สัญญาณโทรศัพท์ อธิบดีเผยอนุญาตให้ชาวบ้านทำกินได้ปกติ-สั่งตรวจสอบเงื่อนไขสัมปทานทำเหมืองแร่

3 กุมภาพันธ์ 2569 - นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีนายทุนบุกรุกพื้นที่ห้วยกุ้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติลำน้ำยวมฝั่งขวา ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ว่าขณะนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสบเมยแล้ว เนื่องจากมีการบุกรุก ล้อมรั้วรวดหนาม สร้างเพิงพัก ติดกล้องวงจรปิดบริเวณห้วยกุ้ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่โดยในวันแรกกว่าจะเข้าไปถึงใกล้มืดค่ำจึงถอนกำลังออกมาเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และในวันต่อมาได้เข้าไปตรวจยึดพื้นที่ 1 ไร่ 54 ตารางวาพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แบตเตอรี่ กล้องวงจรปิดแบบใช้สัญญาณโทรศัพท์ แผงโซล่าเซลล์

“เราได้ร้องทุกข์ไว้ที่ สภอ.สบเมยเพื่อให้ช่วยติดตามหาผู้กระทำผิด เราได้ตรวจยึดกล้องวงจรปิดและแผงโซลาเซลล์มาเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ส่วนสิ่งปลูกสร้างที่เขายึดถือครอบครองนั้น ต้องรอให้ศาลดำเนินคดีถึงที่สุดก่อน เราถึงจะใช้มาตรา 25 ในการรื้อถอน”นายนิกร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวบ้านที่เคยมีวิถีหาปลาหากุ้งในบริเวณดังกล่างยังสามารถเข้าไปหากินอยู่ได้หรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ได้ เพราะการที่ชาวบ้านหากินนั้น ไม่มีร่องรอยการทำกินอยู่แล้ว แต่ที่เราตรวจพบคือมีการล้อมรั้วลวดหนาม สร้างเพิงพัก ติดกล้อง ซึ่งเราสันนิฐานไว้ 2-3 ประเด็นว่าอาจเป็นชาวบ้านจากที่ไหนก็ได้มาสร้างไว้เพราะบริเวณนั้นอยู่ใกล้ศูนย์พักพิงชั่วคราวชายแดน ซึ่งต้องรอให้พนักงานสอบสวนเร่งคลี่คลาย

ส่วนกรณีที่มีนายทุนชักจูงให้ชาวบ้านเข้าไปขุดแร่ในเหมืองแร่แห่งหนึ่งในเขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวานั้น อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า แร่ที่ขุดเป็นแรซีไรต์และวุลแฟรม ซึ่งมีเอกชนแห่งหนึ่งได้รับสัมปทานอย่างถูกต้องและใบอนุญาตยังไม่หมดอายุโดยจะหมดในวันที่ 18 พฤษภาคม 2570 เพียงแต่เขาอาจมีปัญหาในกิจการจึงไม่ได้ทำ อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามไปยังชาวบ้านซึ่งบอกว่า ส่วนใหญ่คนที่เข้าไปขุดเป็นแรงงานพม่าจากศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งเราได้กำชับไปยังหน่วยงานแล้วว่าให้หมั่นตรวจสอบดูแลบริเวณดังกล่าว รวมถึงแจ้งบริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทานให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น สอดส่องดูแลไม่ให้คนอื่นเข้ามาขุดแร่

“การขุดเป็นอุโมงค์ลึกเข้าไปหาแร่ หากเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตจะเป็นเรื่องใหญ่ เราได้ประสานกับบริษัทเอกชนไปแล้วให้ดูแลในเรื่องความปลอดภัยและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทำไว้กับกรมป่าไม้ด้วย”นายนิกร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการขุดแร่และขายให้นายทุนขนแร่ออกจากเหมืองอย่างต่อเนื่องโดยใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ น่าจะเห็นความผิดปกติ อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องตรวจสอบอีกครั้งเพราะในช่วงที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไม่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวบ้านได้ร้องเรียนคัดค้านการทำเหมืองไปที่ศูนย์ดำรงธรรม เคยได้รับข้อมูลแล้วหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ยังไม่เคยเพราะตนเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งเพียง 5 เดือน แต่จะให้ทางกองการอนุญาตดำเนินการตรวจสอบเงื่อนไขที่เอกชนทำไว้ว่าได้ปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ อย่างไร

ทั้งนี้ห้วยกุ้งเป็นลำห้วยที่ไหลลงแม่น้ำยวมโดยเป็นแหล่งกุ้งชนิดหนึ่งที่มีรสชาติอร่อยและเป็นที่ต้องการของชุมชน โดยกุ้งชนิดนี้แตกต่างจากกุ้งแม่น้ำยวม และมีลักษณะพิเศษคือจะว่ายขึ้นไปยังลำห้วยกุ้ง และลำห้วยอีก 2 แห่งริมแม่น้ำยวมเท่านั้น โดยตามลำห้วยอื่นๆไม่พบกุ้งชนิดนี้ ดังนั้นชาวบ้านจึงตั้งชื่อลำห้วยนี้ว่าห้วยกุ้ง และเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้ทำมาหากินด้วยดีมาโดยตลอด จนกระทั่งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาได้มีนายทุนจากอำเภอใกล้เคียงเข้ามาจับจองพื้นที่และกั้นรั้วลวดหนามเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปหากุ้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมป่าไม้ ส่งสิ่งของที่รับบริจาคถึง อ.หาดใหญ่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่แจกจ่ายให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัย

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า จากการที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และได้สั่งการให้ กรมป่าไม้จึงเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือและยานพาหนะที่จำเป็นเร่งลงพื้นที่เพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งในด้านการอพยพประชาชน การสนับสนุนด้านเสบียง และกำลังช่วยอย่างเต็มที่

กรมป่าไม้ ขานรับนโยบาย รองนายกฯ สุชาติ ตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของให้ผู้ประสบภัยภาคใต้

รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเน้นย้ำในการช่วยเหลือประชาชนต้องปลอดภัยเป็นอันดับแรก

กรมป่าไม้ เผยประชุม APFC ครั้งที่ 31 ที่จ.เชียงใหม่ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ผลักดันความร่วมมือด้านป่าไม้อย่างยั่งยืน ด้วยพันธกิจ “ป่าที่สมบูรณ์หล่อเลี้ยงอนาคต”

กรมป่าไม้ ประกาศผลสำเร็จประชุมสมัชชาป่าไม้แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 31 (APFC 31) ช่วง 4–7 พ.ย. 68 ที่จ.เชียงใหม่ ไทยนำทีมประเทศสมาชิก

กรมป่าไม้ เปิดเวทีประชุมคณะกรรมการการป่าไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 31 อย่างยิ่งใหญ่

กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดพิธีเปิด "การประชุมคณะกรรมการการป่าไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 31 (The 31st Asia - Pacific Forestry Commission : APFC31) ภายใต้ประเด็นหลัก "Healthy Forests Feed the Future" ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และ Dr. Alue Dohong ในฐานะ Assistant Director General FAO และ Regional Representative for Asia and the Pacific เป็นประธานเปิดงาน

กรมป่าไม้เสริมแกร่งงานขับเคลื่อน 33 ป่านันทนาการ เปิดเวทีสัมมนาเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร

“กรมป่าไม้” เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สำนักจัดการป่านันทนาการ จัดสัมมนาใหญ่ 4-6 ก.ย. 68 ที่นครนายก ติวเข้มเสริมแกร่งความรู้และทักษะการทำงาน มุ่งยกระดับการบริหารจัดการป่านันทนาการ 33 แห่งทั่วประเทศ ให้มีประสิทธิภาพสูง และยั่งยืน

ระดมกำลังตรวจสอบรีสอร์ท 'จอนนี่ มือปราบ' บิ๊กเต่าลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

พล.ต.ต.วัชรินทร์ ฟูสิทธิ์ ผบก.ปทส. พล.ต.ต.ปรเสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ. ธณัชชนน์ เก่งกสิกิจ ผกก.3 บก.ปทส. พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.3.บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ , นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย ,สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอุบลราชธานี ,