กรมป่าไม้-สผ. ผนึกกำลัง ลงนามความร่วมมือ ยกระดับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

กรมป่าไม้และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีคุณค่าทางนิเวศของประเทศให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และสอดคล้องกับทิศทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระดับชาติ โดยมีนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายเสกสรร กวยะปาณิก ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชนกรมป่าไม้ นางพรรณนิภา สืบสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม และนางกตัญชลี ธรรมกุล ผู้อำนวยการกองจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือครั้งนี้

ภายหลังพิธีลงนาม นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนและร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายของกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก และแผนปฏิบัติการ

ด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ พ.ศ. 2566–2570 ในการเพิ่มพื้นที่คุ้มครองบนบก แหล่งน้ำในแผ่นดิน ทะเลและชายฝั่ง และพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) อีกทั้งยังเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

ด้านนโยบายและหน่วยงานด้านการบริหารจัดการพื้นที่ป่าไม้ ในการจำแนกและพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ภายใต้กรอบความร่วมมือ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพื้นที่ ข้อมูลสถิติ และองค์ความรู้ทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนร่วมกันกำหนดพื้นที่เป้าหมายในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชุมชนป่านันทนาการ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ เพื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนาเป็นพื้นที่ OECMs และพื้นที่คุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกลางของประเทศ เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์ข้อมูล
ด้านการอนุรักษ์ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาประเทศ รวมถึงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน และองค์กรภาคประชาสังคม ให้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวเพิ่มเติมว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี โดยเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการดำเนินงานร่วมกันภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบ และอำนาจหน้าที่
ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ซึ่งในอนาคตก็อาจตกลงในการขยายระยะเวลาของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ออกไปหากมีความเห็นชอบร่วมกัน

นอกจากนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวกรมป่าไม้ได้เสนอพื้นที่ป่านันทนาการในความรับผิดชอบ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ป่านันทนาการบ่อสิบสอง จังหวัดพะเยา ป่านันทนาการน้ำตกเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี ป่านันทนาการหินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ ป่านันทนาการห้วยทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี และป่านันทนาการน้ำตกผาร่มเย็น จังหวัดอุทัยธานี เพื่อพิจารณาพัฒนาให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ภายใต้กรอบการประเมินที่เกี่ยวข้อง

“ความร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ สะท้อนถึงการบูรณาการการทำงานด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้มีความสมดุลและยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประโยชน์ของสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว
นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพเป็นวาระสำคัญของประชาคมโลก ควบคู่ไปกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่ง
ของประชาคมโลก จึงจำเป็นต้องมีบทบาทเชิงรุกในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนานโยบายและกลไกภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งและเกิดผลในทางปฏิบัติ สผ. ในฐานะหน่วยงานกำหนดนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย และเป็นหน่วยประสานงานกลางระดับชาติของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยถ่ายทอดกรอบงานคุนหมิง – มอนทรีออลด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก มาสู่การปฏิบัติในประเทศผ่านแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ พ.ศ. 2566 – 2570 และเป้าหมายระดับชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (National targets) พ.ศ. 2573 โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม

การลงนาม MOU ในวันนี้ สผ. และ กรมป่าไม้ มีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นร่วมกันในการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน โดยเฉพาะการขยายผลการดำเนินงานเกี่ยวกับพื้นที่ OECMs สร้างความเข้มแข็งและประสิทธิภาพการบริหารจัดการในพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ภายใต้ภารกิจความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ เช่น ป่าชุมชน ป่านันทนาการ และพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่มีศักยภาพเป็นพื้นที่ OECMs จะช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย 30x30 ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศไทยและประชาคมโลกให้ความสำคัญและเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงาน ประโยชน์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการอนุรักษ์ ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยอย่างมีส่วนร่วม แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน มุ่งสู่แนวทางการพัฒนาธรรมชาติเชิงบวก หรือ Nature-Positive เพื่อประโยชน์ของประเทศ ประชาชน และโลกโดยรวมต่อไป เลขาธิการ สผ. กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หาดนุ้ย ภูเก็ต ขีดเส้นให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ลงนามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ 2507

กรมป่าไม้ส่งจดหมายเปิดผนึก แจงปม สส.ภูเก็ต แฉอดีตบิ๊กข้าราชการเอื้อออกโฉนด 'หาดฟรีดอม-เกาะกระดาน' ยันไล่ออกแล้ว-ไม่มีการจ่ายบำนาญ

จากกรณีที่ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ได้ยกประเด็นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 แสดงความห่วงใยของภาคประชาชนต่อความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา กรณีอดีตข้าราชการ ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการตั้งแต่ปี 2558

'ชัยวัฒน์' ปลุกส่งกำลังใจให้จนท.ทวงคืนผืนป่า จากกลุ่มทุนต่างชาติกว้านซื้อที่่บนเกาะพงัน

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เกาะพะงัน...สวรรค์ของใคร?

กรมป่าไม้แจ้งจับผู้บุกรุก 'ห้วยกุ้ง' เขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวา

กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีผู้บุกรุก “ห้วยกุ้ง” ในเขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวา เผยตัดตั้งกล้องวงจรปิดแบบใช้สัญญาณโทรศัพท์ อธิบดีเผยอนุญาตให้ชาวบ้านทำกินได้ปกติ-สั่งตรวจสอบเงื่อนไขสัมปทานทำเหมืองแร่