ชายแดน เผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งเสี่ยงปะทะเขมร น้ำมันแพง ลูกหลานงดกลับบ้านสงกรานต์

ชาวบ้านชายแดนเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งผวาเขมรจ่อตลบหลังเสี่ยงปะทะรอบสาม ยังได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง จนลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัด โทรมาบอกสงกรานต์งดกลับบ้าน กลัวไม่มีน้ำมันเติมและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

20 มี.ค.2569- ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในเขตตำบลโคกว่าน อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความกังวล หลังสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันยังเผชิญวิกฤตน้ำมันขาดตลาด และราคาพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและการดำเนินชีวิตอย่างหนัก

ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าว เคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา ทำให้ชาวบ้านยังคงมีความหวาดระแวง แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะยังไม่รุนแรง แต่ก็ต้องติดตามข่าวสารวันต่อวัน ประกอบกับราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนน้ำมัน ส่งผลให้หลายครอบครัวได้รับความเดือดร้อนและปรับตัวไม่ทัน

และจากการพูดคุยกับลูกหลานที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด หลายคนบอกว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คงไม่ได้กลับบ้าน เพราะเกรงจะหาที่เติมน้ำมันลำบาก และราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นก็จะเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย จึงเลือกที่จะยังไม่กลับบ้าน แม้ว่าจะคิดถึงคนที่บ้านและอยากจะกลับไปเติมพลังใจหลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งปี แต่ด้วยภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นก็ทำให้ต้องตัดสินใจไม่กลับบ้าน

นางบัวลม โคตรโสภา อายุ 58 ปี ชาวตำบลโคกว่าน อ.ละหานทราย บอกว่า ลูกทำงานอยู่ จ.ระยอง ปกติทุกเทศกาลก็จะกลับบ้านมาหาแม่ช่วงปีใหม่ หรือสงกรานต์ ก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขครอบครัวจะได้เจอกันพร้อมหน้า แต่สงกรานต์ปีนี้ ลูกบอกว่า ไม่ได้กลับ จากผลพวงวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น กลัวว่าถ้ากลับมาจะหาปั้มน้ำมันลำบาก ไม่รู้ระหว่างทางจะมีน้ำมันให้เติมหรือไม่ ประกอบกับค่าน้ำมันก็แพงขึ้น ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น ก็เสียใจที่ลูกไม่ได้กลับมาหาคิดถึงเขา แต่อีกใจก็สงสาร อยากให้เขาเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในครอบครัว จากผลกระทบที่เกิดขึ้นก็อยากให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาและหามาตรการช่วยเหลือประชาชนด้วย

ด้านนางปาริชาติ มาตรวงษ์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านโคกสระ ซึ่งเปิดขายของชำเล็กๆ ในหมู่บ้า นบอกว่า ปกติลูกก็จะมาเยี่ยมทุกเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ แต่ปีนี้ลูกก็โทรมาบอกแล้วว่าจะไม่ได้กลับ ปัจจุบันเพราะกลัวจะไม่มีที่เติมน้ำมันและก็แพงขึ้นด้วย จึงคุยกับสามีว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจซบเซาค้าขายลำบาก ขายของชำก็มีกำไรพอเลี้ยงปากท้องจึงอาจจะเดินทางไปหาลูกเอง ก็พึ่งพารายได้จากการขายของชำวันต่อวันเท่านั้น ก็อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาทั้งวิกฤตน้ำมัน เศรษฐกิจ และปากท้องประชาชนด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ข้องใจปั๊มไม่มีน้ำมัน บี้รบ.อย่าเกรงใจนายทุน ประกาศภาวะฉุกเฉิน คุมเอง

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

เดือดร้อนหนัก! ปั๊มห้ามเติมใส่ถัง คนงานต้องขับรถแท็กเตอร์กลางดึกมาปั๊ม เสี่ยงอุบัติเหตุ

ผู้ประกอบการก่อสร้าง ต้องขับรถเครื่องจักรขนาดใหญ่ (รถแท็กเตอร์) ออกมาเติมน้ำมันด้วยตัวเองกลางดึก เสี่ยงอุบัติเหตุและเพิ่มภาระต้นทุน ขณะที่ปั๊มน้ำมันยังมีประชาชนต่อคิวเติมอย่างต่อเนื่อง

ดีเซลขาดแคลนกระทบหนัก! ชาวนา-รถเกี่ยวข้าว ต่อคิวในปั๊มน้ำมันวันละ 4-5 ชม.

ทั้งชาวนาและเจ้าของรถเกี่ยวข้าว ต่างโอดครวญ ดีเซลขาดแคลน กำลังกระทบหนัก ต้องนำทางมารอเติมที่ปั๊ม วันละ 4-5 ชั่วโมง ได้ครั้งละ 500 บาทเท่านั้น ข้าวกำลังตั้งท้อง ถ้าขาดน้ำก็จะตาย ไม่ออกรวง ส่วนเจ้าของรถเกี่ยว ต้องเสียเวลามารอ เติมน้ำมัน นาน และได้ไม่คุ้ม ในแต่ละวันต้องดีเลประมาณ 100 ลิตร แต่เจ้าของรถเกี่ยวต้องมาตระเวนซื้อน้ำมันได้วันละ 500 บาท

เพจดังหนุนรัฐบาล ชี้วิกฤตน้ำมัน โดนพวกไอโอปั่น ขอคนไทยเข้าใจสถานการณ์ ช่วยชาติได้อีกทางหนึ่ง

เพจเฟซบุ๊ก Thailand FACT Today ซึ่งผู้ติดตาม 5.7 แสนราย ในฐานะฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล โพสต์ข้อความว่า เมื่อน้ำมัน กลายเป็นการเมือง แอดเลือกอนุทินเข้ามา แต่แอดไม่ได้เลือกทรัมป์ เข้ามามีอำนาจ

สั่งผู้ว่าฯ-นายอำเภอทั่วประเทศ ส่งข้อมูลปั๊มย้อนหลัง 7 วัน หาแนวทางแก้น้ำมันหมดปั๊ม

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการด้านสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงในพื้นที่เกิดความชัดเจน และมีข้อมูลในการบริหารจัดการในภาพรวมของพื้นที่ จึ

สว.วราภัสร์ ชี้น้ำมันไม่ขาด แต่อยู่ที่การกักตุน แนะเคาะ 'พ.ร.ก.' แก้วิกฤต

“สว.วราภัสร์” มองสถานการณ์พลังงานยังมีเพียงพอ แต่ปัญหาหลักเกิดจากการกักตุนและระบบกระจายไม่ต่อเนื่อง แนะรัฐใช้อำนาจออก พ.ร.ก.รับมือเหตุฉุกเฉิน ลดผลกระทบประชาชน