'พี สะเดิด' ขอบคุณน้ำใจชาวบ้านที่อุตรดิตถ์ เปิดปั๊มให้เติมเต็มถัง โอดวิ่งผ่านหลายจังหวัด แต่ 'น้ำมันดีเซล' หมดทุกปั๊ม

"พี สะเดิด"ขอบคุณน้ำใจจากชาวบ้านในพื้นที่ที่เปิดปั๊มน้ำมันในหมู่บ้าน ให้เติมเต็มถัง หลังเจอสถานการณ์ ดีเซลหมดทุกปั๊ม ตั้งแต่ กรุงเทพฯ ถึง อุตรดิตถ์ ฝากถึงทุกภาคส่วนมีเมตตาแบ่งปันกัน จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้

23 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.40 น. นายพีรพัฒน์ สวัสดิ์มูล หรือ พี สะเดิด นักร้องเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิต ฉายา "ตำนานร็อกอีสานของเมืองไทย"ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ จ.ขอนแก่น หลังเดินทางไปทำการแสดงที่ จ.อุตรดิตถ์ แล้วเจอสถานการณ์น้ำมันดีเซลหมดทุกปั๊มตลอดเส้นทางที่เดินทางไป ตั้งแต่ ออกจากกรุงเทพฯแต่โชคดีได้รับน้ำใจจากชาวบ้าน ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ที่เปิดปั๊มน้ำมันเล็กๆสำหรับเกษตรกรอยู่ในหมู่บ้าน ให้พี สะเดิด และทีมงานเติมน้ำมันจนเต็มถัง

โดย เรื่องราวดังกล่าว พี สะเดิดได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อเล่าถึงประสบการณ์ลุ้นระทึกและขอบคุณน้ำใจแบ่งปันของชาวบ้านที่มีให้กับคนในสังคมที่กำลังลำบาก โดยระบุข้อความลงในเฟซบุ๊ก“P-Saderd [พี สะเดิด]” ว่า “เส้นทาง พิษณุโลก-น้ำปาด อุตรดิตถ์ ทุกปั้ม น้ำมันหมดทุกปั๊ม วันนี้วงต้องแสดงอยู่กลางเขา ใกล้ถึงงาน น้ำมันเหลือประมาณครึ่งถัง ไปถึงแต่อาจกลับไม่ได้ เข้ามาในหมู่บ้านเจอปั๊มเล็กๆ เลยลองแวะถามดู ปกติคุณแม่มีไว้ขายให้ชาวสวนเหลือพอใช้ แต่คุณแม่ก็แบ่งให้พวกเราคนต่างเมือง น้ำใจของชาวบ้านไม่มีกักตุน เผื่อแผ่ช่วยเหลือ การกักตุนมันเป็นเรื่องของนายทุนที่เก็งกำไรที่ไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของใคร ชาวบ้านชาวสวนที่มีรายได้น้อยๆกว่ากลับมีน้ำใจห่วงใยผู้คนมากกว่านายทุนที่รวยล้นฟ้า”

นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า ระหว่างเดินทางจาก กรุงเทพฯไปทำการแสดงที่อุตรดิตถ์ ต้องเผชิญสถานการณ์หาเติมน้ำมันดีเซลไม่ได้ แม้จะมีการเตรียมตัวและคาดการณ์เอาไว้อย่างดี ว่าปั๊มน้ำมันระหว่างทางจะมีให้เติม ซึ่งภายหลังจากเดินทางไปได้สักพัก ดูน้ำมันรถแล้วไปถึงจุดหมายแต่ไม่พอสำหรับกลับ เพราะหนทางที่ไปเป็นกลางเขาเสี่ยงที่จะน้ำมันหมดแล้วไม่มีปั๊มเติม จึงได้พยายามหาปั๊มน้ำมันเพื่อจะเติมใส่ถังไว้

แต่ปรากฎว่าผ่านไปหลายปั๊มไม่มีให้เติม จนกระทั่งน้ำมันค่อนถังจะเข้าพื้นที่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นจุดหมายที่จะเดินทางไปทำการแสดง ก็เจอปั๊มน้ำมันเล็กๆของชาวบ้านสำหรับเติมรถที่ใช้เกี่ยวกับการเกษตรอยู่ในหมู่บ้านในเส้นทางชนบท มีรถอีแต๋นกำลังจอดเติมน้ำมันอยู่ จึงได้เข้าไปสอบถามขอความช่วยเหลือ ซึ่ง แม่แนน เจ้าของปั๊มก็มีน้ำใจและเต็มใจที่จะช่วยเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อนแบบไม่ลังเล โดยให้รถของตัวเองและทีมงานเติมจนเต็มถังทั้งหมด ทำให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ลุ้นน้ำมันจะหมดไปได้ด้วยดี

"หลังจากเจอสถานการณ์นี้ก็ได้พูดคุยกับทีมงานทุกคนปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะตอนนี้ถือว่าได้รับผลกระทบ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นแบบไหนและไม่สามารถคาดเดาได้ ก็จะต้องช่วยกันเซฟน้ำมัน เวลาเดินทางก็เรียกรถบริการรับ-ส่งเอา เพื่อประหยัดน้ำมันสำหรับเดินทางไปทำการแสดง และตอนนี้ต้องไปจอดรอคิวตั้งแต่ตี 4 เพื่อรอรถขนส่งน้ำมันมาส่งปั๊มแล้วจะได้เติมน้ำมันเอาไว้ แต่ไม่ถึงขั้นกักตุน เพราะต้องเผื่อแผ่ให้คตอื่นๆได้เติมเช่นกัน และก่อนหน้านึ้เคยเจอเหตุการณ์น้ำมันจะหมดเช่นเดียวกันขณะไปทำการแสดง ก็มีชาวบ้านดูดออกจากรถมาเติมให้ ซึ่งใจดีและมีน้ำใจอย่างมาก ในส่วนเส้นทางที่จะเดินทางไปทำการแสดงก็จะปรับให้ใช้เส้นทางที่มุ่งตรงไปจุดหมายให้สั้นที่สุด แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องยกเลิกงานแสดง"

นายพีรพัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า ในระหว่างทางที่ตนเองเดินทางได้พบเห็นประชาชนมีความเดือดร้อนจริงๆ ทุกคนต่างมารอคิวเพื่อจะเติมน้ำมัน ทั้งรถบรรทุก รถยนต์ รถการเกษตร เป็นภาพที่ลำบาก ในวันนั้นตนเองนั่งรถตู้ แต่ดูคิวแล้วอีกยาวไม่สามารถเติมได้จึงแวะเข้าห้องน้ำ ก็พบเห็นคนที่มาด้วยรถตู้โดยสาร มองมาที่รถตู้ของตนเองเหมือนคิดว่ารถตนเองเป็นรถตู้โดยสารเช่นกันอยากจะใช้บริการเพื่อเดินทรงไปต่อ พอตนเองทำธุระเสร็จก็ได้เข้ามาสอบถามชาวบ้านเหล่านั้นทราบว่ารถตู้มาจอดรอรถน้ำมันมาส่งเพื่อจะเติม แต่ละคนมารถตู้โดยสาร ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเย็น ต้องรถรถขนส่งน้ำมันมาส่งในเวลาตี 4 ทำให้เดือดร้อนต้องนั่งรอ ทำให้เห็ยแล้วเป็นภาพที่น่าเห็นใจอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเองที่เดือดร้อนแต่ประชาชนทุกคนเดือดร้อนกันหมด

"ได้ติดตามสถานการณ์น้ำมันหลังเกิดสงครามมาตั้งแต่วันแรก จนมีการเปิดเผยว่ามีน้ำมันเหลือ 100 วัน ลดลงมา 66 วัน มองแล้วจึงได้วางแผนดังกล่าวกับทีมงาน เพื่อเซฟน้ำมันให้ได้มากที่สุด และอยากฝากถึงทุกๆส่วน ทั้งประชาชน ชาวไร่ ชาวสวน ผู้มีอำนาจบริหาร ผู้ประกอบการ และนายทุน อยากให้มีความเมตตากัน ไม่อยากให้มีภาพการกักตุนเกินความจำเป็น เพื่อให้ทุกอย่างมีความสมดุลกัน ก็จะช่วยให้เราทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ได้"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผอ.โรงเรียน ขับเก๋งตกข้างทางดับสลด หลังกลับจากงานเลี้ยงเกษียณ

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมัญจาคีรี ได้รับการประสานแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักคกลงข้างถนน บริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์บ้านหินกอง ต.กุดเต้า ถนนมัญจาคีรี–โคกโพธิ์ไชย อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงประสานงานร่วมแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรีและ สภ.มัญจาคีรี เข้าตรวจสอบ

กรณ์ จี้รัฐบาลเฉือนงบฯ ลดภาษีน้ำมันต้นทุนพลังงานช่วยทุกคน ไม่ใช่เติมเงินให้บางกลุ่ม

กรณ์ซัดรัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ

รัฐบาลเปิดไทม์ไลน์มาตรการอุ้ม 'ดีเซล' ราคาต่ำกว่ามาเลย์-อินโดฯ

รัฐบาลเปิดลำดับมาตรการพยุงดีเซลปี 69 ลดราคา ณ โรงกลั่นหลายระลอก ใช้กองทุนน้ำมันลดแรงกระแทก ชี้ดีเซลไทยต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปมาเลเซีย–อินโดนีเซีย

ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา

ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก