แม้สถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดน "ไทย-กัมพูชา" ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนอีสานใต้ ฝ่ายไทยจะสามารถยึดเป้าหมายในหลายพื้ันที่ และมีแนวโน้มที่ดีใน 13 แนวรบ แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่า "กัมพูชา" มีการเติมของจากแนวหลังอย่างหนุนเนื่อง ซึ่งมีการประเมินว่าเป็นการเตรียมความพร้อมในการสู้รบกับไทยมาอย่างยาวนานหลายปี หรือมีการส่งด่วนจากการซื้อขายทางลับด้วยเม็ดเงินเทาหรือไม่
แนวรบที่ดุเดือดอีกด้านคือฝั่ง จังหวัดตราด ซึ่งกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด พร้อมทหารนาวิกโยธินของ ทร.สามารถปักธงชาติในพื้นที่ "บ้านสามหลัง" บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมืองฯ จังหวัดตราด ซึ่งด้านนี้ฝ่ายไทยเสียเปรียบในเรื่องพื้นที่ เนื่องจากอยู่ต่ำกว่าฝ่ายตรงข้าม และฝั่งกัมพูชายังมีถนนเส้นทางส่งกำลังบำรุงเข้าถึง ในขณะที่ฝ่ายไทยเพิ่งทำการสร้างถนนเข้าพื้นที่ในช่วงที่มีการพักรบรอบแรกวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จึงสามารถเคลื่อนกำลังพลรุกเข้ายึดพื้นที่ในครั้งนี้ได้
ส่วนกาสิโนร้าง "ทมอดา" บ้านท่าเส้น หมู่เรือลาดตระเวนชายแดน (มชด.) กับกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด เข้าโจมตีระบบควบคุมโดรนและระบบต่อต้านโดรนที่ฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีและสกัดกั้นการปฏิบัติการของไทย รวมทั้งยังตรวจพบฐานยิงอาวุธหนักในบริเวณโดยรอบอาคารกาสิโน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อกำลังทหารฝ่ายไทย โดยปัจจุบันควบคุมพื้นที่ได้ แต่ยังไม่สามารถเข้าไปยึดครองหรือวางกำลังได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชายังยิงปืนใหญ่อัตตาจรสกัดฝ่ายไทยที่จะเข้าไปสถาปนาพื้นที่
ในส่วนของการตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุง สะพาน คลังอาวุธ ได้รับการสนับสนุนปฏิบัติการทางอากาศเพื่อทำลายเป้าหมาย ซึ่งเป็นไปตาม "แผนยุทธการ 955/2" และใช้เรือเป็นฐานยิงโจมตีฐานปืนใหญ่บนเกาะยอ บ้านปากครอง จังหวัดเกาะกง ที่ก่อนหน้านี้ยิงเข้ามาฝั่งไทยบริเวณ บก.ฉก.182 อ.หาดเล็ก จ.ตราด
แต่เมื่อฝ่ายไทยกำหนดกรอบเป้าหมายทางทหาร มุ่งเน้นไปที่การป้องกันตนเองและตอบโต้ตามสัดส่วน ทำให้การกระทำต่อเป้าหมายอีกหลายจุดต้องยั้งมือไว้ก่อน เช่น ถนนบางแห่ง หรือแม้กระทั่งในจุดที่มีข้อพิพาท เช่น เขื่อนกันคลื่นกระทบพื้นที่อ้างสิทธิ
ส่วนแนวรบด้าน “จังหวัดสระแก้ว” ภายใต้การดำเนินกลยุทธ์ของกองกำลังบูรพา แม้จะถูกมองว่าไม่ค่อยมีความคืบหน้าเท่าใดนัก โดยเฉพาะพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังจากที่มีการสูญเสียกำลังในการต่อสู้ยึดพื้นที่เป้าหมายไปแล้ว 3 นาย แต่การรุกคืบอย่างประณีตในการค่อยๆ ขยับเข้าพื้นที่ใน 4 ที่หมายตามเส้นสีน้ำเงินเพื่อวางลวดหนาม เดินหน้าไปมากกว่าครึ่ง ภายใต้ความรอบคอบ ลดการสูญเสียของกำลังพล
โดยกัมพูชายังตั้งแนวคูเลตรับมือฝ่ายไทยตลอดแนว เกาะเส้นถนนสาย 58 เพื่อต้านการรุกของฝ่ายเรา มีการระดมยิงบีเอ็ม 21 อย่างต่อเนื่อง หนาแน่น โดยกองทัพภาคที่ 1 ได้มีการปรับแผน เสริมกำลังและยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม
"ต้องเสริมยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ยานเกราะ ซึ่งได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 โดยการยึดที่หมายได้ไม่ใช่ว่าต้องนำกำลังไปวางไว้ แต่ภาษาทหารเรียกว่าการคุ้มครองด้วยการยิง ซึ่งเมื่อเรายึดก็ยิงจนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสุดการเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าวันเดียวแล้วเราหยุดเลย" พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ระบุ
ล่าสุดมีการปฏิบัติการทางอากาศโจมตีทำลาย บก.ควบคุมของฝ่ายกัมพูชา ได้แก่ พัน.ตชด.891 ปอยเปต ซึ่งถือเป็นคลังแสง รวมถึง พัน.ถ.67 ด้านศรีโสภณ โดยกองกำลังบูรพายังต้องใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่า ตราบใดที่รัฐบาลในฐานะของฝ่ายการเมืองยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายเรื่องกรอบเวลาลงมา การดำเนินตามแผนในระดับป้องกันตนเองและได้สัดส่วนก็ต้องเดินต่อไป เพราะยังไม่สามารถสรุปผลได้ว่าฝ่ายใดบรรลุเป้าหมาย
และแม้รัฐบาลเชื่อมือกองทัพว่าจะทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพความเป็นปฏิปักษ์อย่างเบ็ดเสร็จได้ ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าปล่อยให้กองทัพดำเนินการไป และเป็นไปตามที่ พล.อ.ณัฐพล ในฐานะ รมว.กลาโหม ระบุว่า "ขอเวลาอีกไม่นาน" แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าแนวรบด้านนี้คือสัญลักษณ์แห่งอาณาจักร "สแกมเมอร์" ซึ่งกลุ่มจีนเทาได้ปักหลัก-ฝังแกนมานาน ก่อนที่จะกระจายไปที่ฝั่งอีสานใต้ สยายปีกให้กัมพูชากลายเป็นฐานที่มั่นสำคัญของธุรกิจสีเทา
ในภาพรวมของการสู้รบ กองทัพได้รับสัญญาณจากรัฐบาลชัดเจนว่าจะไม่มีการสั่งหยุดยิงกลางคันเหมือนรอบที่ผ่านมา การปฏิบัติการทางทหารเดินหน้าไปตามแผน แม้ฝั่งกัมพูชาเตรียมการรับมือเป็นอย่างดี แต่ก็สูญเสียกำลังพลไปจำนวนมาก รวมถึงยุทโธปกรณ์อีกจำนวนหนึ่ง แต่ที่ส่งผลสั่นสะเทือนเป็นอย่างยิ่งคือ ปฏิบัติการโจมตีของฝ่ายไทยไปยังกองบัญชาการการรบ บก.ควบคุมมากกว่า 10 แห่ง มีการสูญเสียนายทหารระดับผู้บังคับหน่วยหลายคน มีผลต่อการควบคุมบังคับบัญชาการรบที่หน้าแนว และมีผลต่อขวัญกำลังของทหารฝ่ายตนเป็นอย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่ยังต้องประเมินต่อไป คือการรบแบบกองโจร มุดหนี ลอบกัด รวมไปถึงการโจมตีด้วยอาวุธวิธีโค้ง อาวุธยิงตรง และจรวดไร้ทิศทาง เพื่อช่วงชิงที่หมายที่เรายึดได้ ฝ่ายกัมพูชาจะสามารถยืนระยะได้แค่ไหน
รวมไปถึงท่าทีของ "ฮุน เซน" พ่อของ "ฮุน มาเนต" นายกรัฐมนตรีของฝ่ายกัมพูชา ที่กำลังถูกรุมกินโต๊ะจากนานาชาติแสตมป์ตรา "สแกมโบเดีย" ดินแดนแห่งอาชญากรรมไซเบอร์ของโลก ถึงขนาดที่ฝ่ายไทยได้หยิบประเด็นความเสียสละของทหารไทย ที่กำลังทำเพื่อประโยชน์ของประชากรโลกซึ่งถูกล่อลวงจากแก๊งอาชญากรรมสแกมเมอร์ที่มีฐานอยู่ที่นั่น
ยังไม่นับท่าทีของ จีน หลังจากมีประเด็นระบบอาวุธต่อสู้รถถังจีน ที่ไทยยึดได้จากการเข้าควบคุมที่หมายเนินใกล้ช่องอานม้า ถึงขนาดมีการตีความว่าจีนช่วยกัมพูชารบ โดยสถานเอกอัครราชทูตจีนได้ออกมายืนยันว่า กัมพูชาไม่ได้ส่งอาวุธให้กัมพูชาไปกระทำต่อประเทศที่สาม และจีนเองก็มีความร่วมมือกับทั้งสองประเทศคือ ไทยและจีน
ตามมาด้วยการเดินทางมาพบกับผู้นำทางทหารของไทยของ “นายหลิว จงอี้" เพื่อยืนยันถึงความเป็นเมือง "สแกมเมอร์" ของกัมพูชา มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลกัมพูชา และความร่วมมือกับไทยในการปราบสแกมเมอร์ชายแดนฝั่งเมียนมาที่ประสบความสำเร็จมาก่อน ยังไม่นับการที่จะส่งทูตพิเศษเอเชียมาเพื่อไกล่เกลี่ย บรรเทาสถานการณ์ปะทะที่แนวชายแดน
เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ และต้องติดตามต่อไปว่า จีนซึ่งไม่ได้ยืนข้างกัมพูชา แต่ก็ทิ้งกัมพูชาไม่ได้ กับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับไทยในช่วงปีที่ 50 สถาปนาความสัมพันธ์ จะนำไปสู่ทางออกของความขัดแย้งในครั้งนี้ได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาการยื่นมือของสหรัฐและมาเลเซียไม่เป็นผล เพราะไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นกลาง แต่เลือกข้างผลประโยชน์ที่กัมพูชาแลกเปลี่ยนเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม จากนี้จะเข้าสู่โหมดที่รัฐบาลจะพิจารณาปัจจัยที่ว่า หลังจากยึดเนิน 350 และบ้านหนองจานได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว จะเดินหน้าอย่างไรต่อไป ภายใต้ปัจจัย 4 ประการ ได้แก่
1.ดินแดนที่เราได้ยึดครองไว้ตามเส้นปฏิบัติได้มากกว่าเสีย ซึ่งมีผลต่อการเจรจาหลังการสู้รบ
2.ไม่สูญเสียชีวิตทั้งทหารและประชาชน เพราะมีผลต่อการสร้างแรงสนับสนุนจากคนในชาติ
3.สภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย และค่าใช้จ่ายภาครัฐที่รออยู่ ซึ่งการสู้รบที่ผ่านมามีการใช้งบประมาณไปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
4.ความเชื่อมั่นและยอมรับจากเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะชาติพันธมิตร และความมั่นใจในการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ
ถือเป็นช่วงที่ฝ่ายการเมืองโดยรัฐบาล ต้องพิจารณาหลังปิดจ๊อบที่ชายแดนต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ เรียกประชุมด่วน ครม.นัดพิเศษ ถกวิกฤตพลังงาน หลังน้ำมันขึ้น 6 บาท
นายกฯ เรียกประชุมด่วน ครม.นัดพิเศษ ถกแก้วิกฤตพลังงาน หลังปรับขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียวลิตรละ 6 บาท ขณะที่ซิ่งรถไฟฟ้ามาทำงานเองเป็นวันที่2
ซัด"อนุทิน"-กะซวก"พิพัฒน์" แค่หนังตัวอย่าง ก่อนเจอของจริง
หลังคนไทยหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงแล้วจากสงครามถล่มอิหร่าน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
สงกรานต์มีนํ้ามัน! ลุยอัดดีเซลดันB20ห้ามขึ้นค่าโดยสารงัดแพ็กเกจอุ้ม5กลุ่ม
"อนุทิน" ยอมรับปล่อยมือตรึงดีเซล ปชช.อ่วม ยันใช้ทุกช่องทางช่วยเหลือ
'อนุทิน' ลั่นต้องลดใช้น้ำมันให้เหลือ 55 ล้านลิตร จากช่วงวิกฤต 80 ล้านลิตร ช่วยลดผลกระทบค่าครองชีพ
"อนุทิน" ยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน เผยเกาะติดพิกัดเรือไทยผ่านฮอร์มุซ หลังอิหร่านไฟเขียว พร้อมสั่งคุมเข้มพวกกักตุน-ลักลอบเก็งกำไร ยัน สงกรานต์นี้น้ำมันไม่ขาดแคลน ขู่เชือดพวกกักตุน
'ครม.หนู 2' เปลี่ยน 'ซือแป๋' สเปก-จังหวะ-ภารกิจ ลงล็อก 'ปกรณ์'
‘ดร.ปื๊ด’ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ส่วนคนมาแทนที่คือ ‘เลขาฯ เล็ก’ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งในนักกฎหมายเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เครือเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายบวรศักดิ์เอง
รอเช็กครม.ใหม่ เร่งร่างนโยบาย
นายกฯ ร่วมพิธีบวงสรวง “ตราแผ่นดิน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

