‘ดร.ปื๊ด’ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อใน ‘ครม.อนุทิน 2’
ส่วนคนมาแทนที่คือ ‘เลขาฯ เล็ก’ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งในนักกฎหมายเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เครือเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายบวรศักดิ์เอง
หลังมีความชัดเจนว่า ‘ครม.อนุทิน 2’ ไม่มีชื่อของ ‘ดร.บวรศักดิ์’ พลันมีข่าวออกมารองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายรายนี้เลือกที่จะไม่ไปต่อเอง
แต่อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปสัปดาห์ที่แล้ว ‘ดร.บวรศักดิ์’ เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้ถูกทาบทามอะไรทั้งสิ้น พร้อมกับพูดทีเล่นทีจริง “เตรียมอยู่ว่าจะต้องเก็บของหรือเปล่า”
จุดน่าสังเกตคือ ช่วงเวลาที่ ‘ดร.บวรศักดิ์’ ให้สัมภาษณ์ เป็นช่วงที่บุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘นักการเมือง’ หรือ ‘คนนอก’ ซึ่งมีชื่อเป็นรัฐมนตรี ได้รับการทาบทามหมดแล้ว
โควตา ‘คนนอก’ ที่มาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้รับความชัดเจนหมดแล้วว่า ‘ได้ไปต่อ’ มีเพียง ‘ดร.บวรศักดิ์’ คนเดียวที่ยังนิ่ง
หลังจาก ‘ดร.บวรศักดิ์’ ให้สัมภาษณ์ประหนึ่งไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง ตกเย็นวันเดียวกัน พบ ‘คนสนิท’ ของทั้ง ‘ครูใหญ่’ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ‘เสี่ยหนู’ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขึ้นไปพบรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย บนห้องทำงานตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะลงมาและออกจากทำเนียบฯ ไปในเวลาไล่เลี่ยกัน
ขณะที่ช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา โผ ครม.นิ่งทุกตำแหน่ง หากแต่ใน 35 คน ไม่ปรากฏชื่อ ‘ดร.บวรศักดิ์’ อยู่ดี ก่อนจะมีข่าวปล่อยออกมาในช่วงค่ำวันอาทิตย์ว่า เจ้าตัวแจ้งขอไม่ไปต่อเอง กระทั่งในเช้าวันจันทร์ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ได้ให้เจ้าหน้าที่มาขนของออกจากห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 1
อย่างไรก็ดี รายงานจากพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า ชื่อของ ‘ดร.บวรศักดิ์’ ไม่ได้อยู่ในโผ ครม.อนุทิน 2 มาตั้งแต่แรกแล้ว ขณะเดียวกันได้มีการทาบทาม ‘เลขาฯ ปกรณ์’ เอาไว้สักพักแล้วเช่นกัน เพียงแต่รอเวลาที่จะให้ความชัดเจนหลังจากมีการโปรดเกล้าฯ นายกฯ และสนองพระบรมราชโองการเสร็จสิ้นก่อน
ในช่วง ครม.อนุทิน 1 ‘ปกรณ์’ คือหนึ่งในหัวหน้าส่วนราชการที่ทำงานถูกใจ ‘อนุทิน’ หลายวงประชุมสำคัญ มักจะถูกเรียกไปปรึกษาหารือคู่กับนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อยู่เสมอ ทั้งที่มีรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายอย่าง ‘ดร.บวรศักดิ์’ อยู่
และแม้จะเป็นนักกฎหมายในเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เพราะเป็นศิษย์ก้นกุฏิของนายมีชัยและนายวิษณุ แต่เวลาถูกสื่อขอสัมภาษณ์ จะเป็นคนที่ให้คำตอบแบบตรงไปตรงมา โดยอิงหลักการเป็นหลัก จนมีหลายครั้งในช่วงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ความเห็นของ ‘เลขาฯ ปกรณ์’ ฟังแล้วแสลงหูผู้มีอำนาจในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วง ‘ครม.อนุทิน 1’ ความเห็นส่วนตัวทางกฎหมายของ ‘เลขาฯ เล็ก’ ดูจะเป็นคุณกับรัฐบาลหลายเรื่อง แม้นั่นไม่ใช่การพูดปกป้องก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
ในเรื่องการวางตัวของข้าราชการประจำ และการให้ความเห็นทางกฎหมาย ทำให้ภาพลักษณ์ของ ‘เลขาฯ ปกรณ์’ ค่อนข้างดี
ขณะที่ ‘ดร.บวรศักดิ์’ เจตนาในการดึงเข้ามาใน ‘ครม.อนุทิน 1’ นั้น เป็นเจตนาเดียวกับที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดึง ‘อ.วิษณุ’ เข้ามา นั่นคือ ช่วยดูกฎหมายให้รัฐบาล ช่วยชี้แจงให้รัฐบาล
จุดเด่นของ ‘อ.วิษณุ’ คือ ไม่ได้เพียงแต่บอกว่า รัฐบาลทำอะไรได้ หรือทำไม่ได้ แต่สามารถ ‘หาช่อง’ ให้ทำได้ และ ‘ถูกกฎหมาย’ ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังคอยให้สัมภาษณ์ชี้แจงแทนรัฐบาลอยู่สม่ำเสมอ
แตกต่างจาก ‘ดร.บวรศักดิ์’ ญาติผู้น้องใน ‘ครม.อนุทิน 1’ อย่างสิ้นเชิง รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ขอให้สัมภาษณ์พร่ำเพื่อ ต้องมีการตั้งโต๊ะแถลงที่ตึกนารีสโมสรอย่างเป็นกิจจะลักษณะ จึงไม่ค่อยได้เห็นบทสัมภาษณ์สักเท่าใดในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม.หลายเรื่องที่รัฐมนตรีต่างๆ เสนอ มักถูกท้วงติงจากรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายอยู่เสมอ แม้แต่ครั้งหนึ่งวาระของนางศุภจีก็ยังโดนให้ไปเสนอในรัฐบาลชุดหน้า
คนในรัฐบาลบางคนมองว่า ตัวตนของ ‘ดร.บวรศักดิ์’ ไม่เหมาะกับสถานการณ์นี้
ส่วน ‘เลขาฯ ปกรณ์’ นอกจากสเปกเข้าข่ายแล้ว ไทม์มิ่งในการชวนยังเหมาะสม ปัจจุบันอายุ 57 ปี เหลืออายุราชการอีก 4 ปี เพราะเกิดปลายปี คือ 11 ธันวาคม พ.ศ.2511
นั่งตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามาตั้งแต่ปี 2562 รวม 6 ปี ซึ่งครบวาระ เต็มจำนวนที่สามารถนั่งตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งได้ไม่เกิน 4 ปี และต่ออายุได้ครั้งละ 1 ปี จำนวน 2 ครั้ง
โดยในเดือนกันยายนนี้ หากยังรับราชการอยู่ ‘เลขาฯ ปกรณ์’ ต้องโยกไปนั่งตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าระดับ 11 ก่อน
กับอายุราชการที่เหลือ 4 ปี พอดีกับอายุเต็มเทอมของรัฐบาล กรณีของ ‘เลขาฯ เล็ก’ จึงคล้ายกับกรณีของ ‘เอกนิติ’ ที่นั่งอธิบดีมาทุกกรมในกระทรวงแล้ว และตัดสินใจมารับตำแหน่ง ‘รองนายกฯ’
อีกคุณสมบัติที่จำเป็นในยุคนี้คือ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หลังผ่านประชามติขั้นที่ 1 มาได้แล้ว ‘ปกรณ์’ คือคนที่เหมาะกับภารกิจนี้ ไม่ว่าจะให้คำปรึกษาหรือชี้แจงแทน เพราะเขาคือ ‘อดีตเลขานุการ กรธ.’ คู่ใจของ ‘ซือแป๋มีชัย’ ที่ร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 กันมา
‘ปกรณ์’ รู้ทุกซอกทุกมุมในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะร่างมากับมือ เขียนมาทุกตัวอักษร
เหล่านี้คือ ‘คำตอบ’ ว่า ทำไมจึงเป็นเขา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"
พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”
มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ
'ปกรณ์' เร่งปลดล็อกกฎหมายธุรกิจ นำผ่านสินค้า-ตู้คอนเทนเนอร์ คาดปั๊มรายได้ 1.5 หมื่นล้านต่อปี
"ปกรณ์" เร่งปลดล็อกกฎหมายธุรกิจ ดันกฎหมายกลาง แก้ปมนำผ่านสินค้า–ตู้คอนเทนเนอร์ คาดสร้างรายได้ 15,000 ล้านบาทต่อปี วางเกณฑ์เอกชนประเมินผลเศรษฐกิจก่อนเสนอแก้กฎหมาย
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
'ปกรณ์' ยันรัฐบาลออก พ.ร.ก.ยุบบอร์ดกสทช. ก่อนครบวาระได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ยุบบอร์ด
ต่ออายุ'ไทยช่วยไทยพลัส 2' ลดค่าครองชีพหรือกู้เรตติ้ง?
คนไทยเฮ! อีกรอบ เมื่อรัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไฟเขียวต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน

