
ชื่อของ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำลังเขย่าองค์กรอิสระที่ถือเป็น "องค์กรปราบโกง" อีกครั้ง
แต่ละครั้งที่ชื่อของ "บิ๊กโจ๊ก" เข้าไปเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกับสำนักงาน ป.ป.ช. ล้วนแล้วแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้องค์กรแห่งนี้อย่างมหาศาล
ครั้งก่อนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เคยปรากฏคลิปหลุดสะเทือนการเมืองมาแล้ว โดยเป็นภาพเคลื่อนไหวของคนระดับประธานฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขณะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และระดับประธานองค์กรอิสระ อย่าง นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังนั่งคุยกัน
คลิปดังกล่าวหลุดออกมา พร้อมๆ กับกระแสข่าวลือว่า มีความพยายามขอให้มีการถอนเรื่องที่มีผู้ไปยื่นถอดถอนนายสุชาติ ออกจากตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ต่อสภาผู้แทนราษฎรเอาไว้
ก่อนที่ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะออกมายอมรับว่า เป็นผู้พานายสุชาติไปพบประธานสภาในขณะนั้นด้วยตัวเอง
เรื่องดังกล่าวทำเอาองค์กร ป.ป.ช.ปั่นป่วน โดยเฉพาะนายสุชาติที่เพิ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งผลให้สังคมกังขากันไปพักใหญ่
หลังเรื่องของนายสุชาติเงียบไปจนคนแทบลืม สำนักงาน ป.ป.ช.ต้องลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อมีผู้มาร้องทุกข์ต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวม 6 ราย ในความผิดฐานร่วมกันให้และรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน ได้แก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์, นายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช., นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช., นายสามารถ หรือเอ็ดเวิร์ด พลเรือนคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์, นายสรพงษ์ พลเรือนผู้จัดซื้อทองคำ และนายสุรสิทธิ์ พลเรือน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวนายเอกวิทย์
ข้อกล่าวหาคือ มีการนำทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 246 บาท ไปเสนอให้กรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง เพื่อแลกกับการช่วยคดีในสำนักงาน ป.ป.ช.
จุดพีกของคดีคือ การที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ บิ๊กโจ๊ก ออกมาเปิดปากว่า เป็นผู้นำทองคำไปมอบให้กรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าวจริง โดยมีคลิปวิดีโอที่ตัวเองถ่ายเก็บเอาไว้ ขณะมีการส่งมอบทองคำแท่งในรถที่มีคนขับและตัวกรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าวนั่งมาในรถด้วย เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567
พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่า ถ้าการพูดความจริงแล้วมันทำให้คนอื่นได้รับความเป็นธรรม หรือให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมต่างๆ ที่ต้องทนรับมาเป็นเวลา 10 ปี ให้ทรยศอีก 10 ครั้ง ตนเองก็ไม่ลังเล
สิ่งที่สังคมให้ความสนใจมาก นอกจากประเด็นอดีตลูกน้องออกมาแฉอดีตเจ้านาย ก็คือประเด็นกรรมการ ป.ป.ช.ที่รับผิดชอบคดีเว็บพนันออนไลน์ของ "บิ๊กโจ๊ก" ถูกกล่าวหาว่ารับสินบน
คลิปดังกล่าวทำเอาสำนักงาน ป.ป.ช.ถึงขั้นเกิดสภาวะอื้ออึง ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เพราะนอกจากการซัดทอดแล้ว ยังมีการหยิบเอาคลิปที่อ้างว่ามีการนำทองคำไปให้กรรมการ ป.ป.ช.รายนี้อีก
เรื่องร้อนแรงถึงขนาดในวันเดียวกันกับที่มีการเปิดคลิปดังกล่าว ป.ป.ช.ต้องเรียกประชุมคณะกรรมการเป็นการด่วน เพื่อมีมติให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหาพ้นจากความรับผิดชอบการกำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 และสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีดังกล่าว และมอบหมายให้ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมการ ป.ป.ช.อีกคนดูแลแทน
เรื่องนี้ดูจะสาหัสกว่าคลิปนายสุชาติ และสั่นสะเทือนองค์กร ป.ป.ช.มากที่สุดในประวัติศาสตร์ มันจะส่งผลต่อการทำคดีต่างๆ ในอนาคต หรืออาจรวมไปถึงคดีในอดีตที่กรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าวรับผิดชอบ
ช่วงหลายปีมานี้องค์กร ป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามกันมากถึงความเป็นอิสระ ตลอดจนการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง การเกิดเรื่องดังกล่าวจะทำให้การทำคดีต่างๆ ในอนาคต โดยเฉพาะคดีการเมืองในช่วงที่การเมืองร้อนแรงเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องบุคคลก็ตาม
ขณะที่ "บิ๊กโจ๊ก" ถือเป็นชื่อที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใหญ่ๆ ของ ป.ป.ช.มาโดยตลอดเช่นกัน
จะว่าไปแล้ว นับตั้งแต่ ป.ป.ช.รับเรื่อง 2 บิ๊กตำรวจ ทั้งอดีต ผบ.ตร.และอดีต รอง ผบ.ตร.มาตรวจสอบเป็นต้นมา องค์กรปราบโกงแห่งนี้ก็อลหม่านมาโดยตลอด
ส่วน "บิ๊กโจ๊ก" ได้รับฉายาว่าเป็น "แมวเก้าชีวิต" ไม่ว่าใครจะรอด หรือไม่รอด แต่อดีตบิ๊กตำรวจรายนี้รอดมาได้เสมอ ซึ่งต้องจับตาดูว่าคดีนี้จะเป็นเช่นนั้นอีกหรือไม่
แต่ก่อนจะถึงบทสรุปดังกล่าว อีกไม่กี่วันข้างหน้า "บิ๊กโจ๊ก" จะได้บทสรุปในอาชีพของตัวเองก่อนว่า จะได้กลับมาสู่เส้นทางตำรวจอีกหรือไม่
โดยในวันที่ 9 ม.ค.นี้ ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้อง ผบ.ตร., คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.), นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 กรณีให้ออกจากราชการไว้ก่อน
หากออกมาเป็นบวก "บิ๊กโจ๊ก" จะได้หวนคืนเส้นทาง แต่หากออกมาเป็นลบ เท่ากับปิดฉากการหวนคืนวงการสีกากีไปเลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดวาป2นายพลข้างกาย"ผบ.ทบ." จากศึกชายแดน-สู่สงครามวาทกรรม
“เสียงเชียร์ทหาร” ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นทำให้ “นโยบาย” ที่ฝ่ายการเมืองค่ายสีส้ม ซึ่งเคยเปิดแผลแดนสนธยากองทัพหลายเรื่อง อาจกังวลใจว่าประชาชนอาจลืมในสิ่งที่เป็นหลุมดำในกองทัพไปแล้ว เช่น การใช้ความรุนแรงของหน่วย การบังคับเกณฑ์ทหาร ธุรกิจกองทัพอันนำมาซึ่งรายได้นอกงบประมาณ การใช้ไอโอเพื่อด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม
รองโฆษก ตร. เปิดคลิปยืนยัน สืบภาค 8 ไม่ได้อุ้มรีดพยาน คดีติดสินบนทองคำ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดสินบนทองคำ 246 บาท กับ กรรมการ ป.ป.ช. ในการวิ่งเต้นล้มคดีเกี่ยวข้องเว็ปพนันออนไลน์
ศาลอ่านคำพิพากษา 9 ม.ค. ชี้ไม่เปิดทาง ‘บิ๊กโจ๊ก’ คืนเครื่องแบบ
รองโฆษก ตร. ชี้คดีศาลปกครองที่นัดอ่านพรุ่งนี้ ต่อให้ผลเป็นคุณ ก็ยังไม่ทำให้อดีตรอง ผบ.ตร. กลับเข้ารับราชการ ต้องรอผลคดีคำสั่งไล่ออกอีกคดีหนึ่ง
อดีตผู้พิพากษาไขข้อข้องใจเมื่อ 'ป.ป.ช.' ถูกกล่าวหาว่าทุจริตใครตรวจสอบ!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ปปช.ยื้อคดีสินบน/โจ๊กไม่หนี
“ไตรรงค์” แจงชัดสอบ “ภาคภูมิ” ฐานะผู้กล่าวหา ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติ เตรียมงัดคลิปสู้ข้อหาอุ้มหาย ย้ำปฏิบัติตาม กม.ทุกขั้นตอน “ทนายบิ๊กโจ๊ก” บุก ป.ป.ช.
ป.ป.ช. ยังไม่ถกคดีสินบนทองคำ ต้องสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม คาดสัปดาห์หน้าชัดเจน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการป.ป.ช. เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.วันนี้ (7 ม.ค.) ยังไม่ได้มีการหารือถึงคดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบคดี

