หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง สส.เขต จำนวน 396 คน ไปเมื่อวันพุธ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา และต้นสัปดาห์หน้าจะรับรอง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ทำให้คาดว่าอาจมีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อโหวตเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายในปลายสัปดาห์หน้า หรือไม่เกินช่วงต้นเดือนมีนาคม
สำหรับเก้าอี้ ประธานสภาฯ ซึ่งเป็น ประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง-ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย จนถึงขณะนี้ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงยังเป็น โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย-รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี-นักการเมืองคนสนิทเนวิน ชิดชอบ แกนนำภูมิใจไทย เพราะถือว่าอาวุโส-ประสบการณ์สูงในสภาฯ ลูกเล่นชั้นเชิงการเมืองแพรวพราว ลูกล่อลูกชนเพียบ ที่สำคัญเป็นคนสนิทสายตรงบ้านใหญ่ตระกูลชิดชอบ ทำให้อนุทิน-ภูมิใจไทย วางใจได้ในการเข้าไปคุมเกมการเมืองในสภาฯ
ดังนั้นแม้ต่อให้จะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า หากโสภณ สส.บุรีรัมย์ ไปนั่งเป็นประธานสภาฯ-ประธานรัฐสภา โดยมี มงคล สุระสัจจะ สว.บุรีรัมย์ สายตรงเนวิน เป็นประธานวุฒิสภา คุมสภาสูง จะเกิดภาพ
"รัฐสภา-สภาบุรีรัมย์"
คุมทั้งสภาล่าง สภาสูง สีน้ำเงิน คุมเบ็ดเสร็จ
กระนั้นต้องไม่ลืมว่า โสภณที่เป็น สส.เขตหลายสมัย มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จึงมีความชอบธรรมที่จะเป็นประธานสภาฯ ได้ หากเนวิน-อนุทิน เห็นพ้องเคาะเอาชื่อนี้ เว้นแต่ อนุทิน-เนวินมีชื่ออื่นที่เห็นว่าดีกว่า แต่ยังเก็บเงียบอยู่ เพื่อรอหงายไพ่ในเร็ววันนี้
หากเป็นไปตามนี้ คือ โสภณเป็นประธานสภาฯ-มงคลเป็นประธานวุฒิ, อนุทิน นายกฯ ที่มีทะเบียนบ้านที่บุรีรัมย์ และข่าวตามโผ ครม.ที่ออกมาคือ ทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต สส.บุรีรัมย์-ปาร์ตี้ลิสต์ 9 สมัย เป็น รมว.มหาดไทย มท.1, ไชยชนก ลูกเนวิน กลับมาเป็น รมว.ดีอีเอสอีกรอบ ถ้าออกมาแบบนี้ก็ถือเป็น
"ยุคทองบุรีรัมย์อย่างแท้จริง"
สำหรับการโหวตประธานสภาฯ จะทำให้ได้เห็น ขุมกำลัง-เสียง สส. ฝ่ายรัฐบาลภูมิใจไทยอย่างแท้จริง ก่อนจะไปถึงการโหวตนายกฯ ในลำดับถัดไป โดยเฉพาะหากไม่มีพรรคเขียว กล้าธรรมร่วมรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าว อาจจะได้เห็น "งูเขียว-กล้าธรรม" เลื้อยกลางสภาฯ รอเปลี่ยนค่าย เป็นงูเห่าสีน้ำเงิน หากกล้าธรรมตกขบวนร่วมรัฐบาล
และเมื่อ กกต.ทยอยรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ไปแล้ว หลังจากนี้ กกต.ก็มีงานสำคัญรออยู่อีกหลายเรื่อง เช่น การเตรียมพร้อมสู้คดีหากผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือมี สส.-สว.เข้าชื่อกัน ยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การที่ กกต.พิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งเป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงการเตรียมสู้คดีดังกล่าวเช่นเดียวกัน ในชั้นศาลปกครอง หลังมีกลุ่มบุคคลไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางหลายคน แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่าศาลปกครองจะว่าอย่างไร
ตลอดจนการเตรียมสู้คดีที่ เรือเอกยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความ ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริต กล่าวโทษเอาผิด กกต.ทั้งหมดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตนัดฟังคำสั่งตรวจฟ้อง 17 มี.ค.
รวมถึงงานที่ต้องทำต่อเนื่องจากการเลือกตั้ง เช่น การพิจารณาคำร้องยุบพรรคการเมืองที่ยื่นเข้ามา เช่น ร้องยุบพรรคประชาชน กรณีเรื่องสเปกเตอร์ซี และการขอเลเซอร์ไอดีจากสมาชิกพรรค ตลอดจนการพิจารณาเรื่องร้องเรียนทุจริตการเลือกตั้ง ที่หากเห็นว่ามีมูล ก็ต้องให้ใบเหลือง-ใบแดงกับคนที่เป็น สส.เพื่อเลือกตั้งใหม่ โดยส่งเรื่องไปศาลฎีกาฯ เป็นต้น
อีกทั้งกลางปีนี้ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่จะครบวาระเดือน พ.ค.2569 ตลอดจนเรื่องที่คั่งค้างนานแล้วคือ คดีฮั้ว สว. ที่โยงถึง สว.สีน้ำเงิน ก็ยังเป็นเรื่องที่หลายคนจับตาอยู่ว่า กกต.จะเอาอย่างไร
จะเห็นได้ว่า กกต.ยังมีเผือกร้อน-ภารกิจสำคัญที่ต้องสะสางและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ซึ่งแม้งานของ กกต.จะเป็นงานที่ต้องรับแรงกระแทกสูง และยังเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง-เสี่ยงต่อการถูกฟ้องให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง แต่เก้าอี้กรรมการการเลือกตั้งก็ยังเป็นตำแหน่งที่หลายคน อยากเข้าไปนั่งทำงานเป็น 7 เสือ กกต.
ซึ่ง 7 เสือ กกต.ก็กำลังอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว เพราะพฤหัสบดีนี้ 26 ก.พ. วุฒิสภาจะประชุมลับเพื่อโหวตให้ความเห็นชอบ หรือไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 2 คนที่ผ่านการคัดเลือก
คนแรก จิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและประธานบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ เมื่อกันยายน 2568 ที่ผ่านมา ที่จะมาแทน เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และอีกคนคือ มณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองที่จะมาแทนฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ
คาดว่าผลการประชุมลับ-ลงมติ น่าจะรู้ผลช่วงสายๆ วันที่ 26 ก.พ. ที่น่าสนใจพบว่า กระบวนการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของทั้ง 2 คน ที่ทำโดย กมธ.สามัญสอบประวัติของวุฒิสภามีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นพอสมควร
ท่ามกลางกระแสข่าวว่า วันที่ กมธ.เรียกมณฑลมาชี้แจงซักถาม ปรากฏว่าที่ประชุมใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ในการซักถามประเด็นข้อสงสัยหลายเรื่องที่ กมธ.เห็นว่าต้องทำให้เคลียร์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องมาตรฐานจริยธรรมตามมา หากเข้าไปเป็น กกต. เช่น เรื่องคดีความในชั้น ป.ป.ช.ที่ไต่สวนเอาผิดอดีตบอร์ดการรถไฟฯ ซึ่งนายมณฑลเคยเป็นอดีตบอร์ดการรถไฟฯ กรณีอนุญาตให้โครงการคอนโดมิเนียมเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของการรถไฟฯ เป็นทางเข้า-ออกไปสู่ที่สาธารณะโดยมิชอบ เป็นต้น
ซึ่งแม้มีข่าวว่า กมธ.สอบประวัติฟังคำชี้แจงของนายมณฑลแล้วไม่ติดใจ คำชี้แจงฟังขึ้น แต่ต้องดูว่าสุดท้าย สว.ติดใจหรือไม่ หากไม่ติดใจ ก็อาจผ่านเข้าไปเป็น กกต.ได้ แต่หากติดใจ ก็อาจต้องลุ้นว่าจะผ่านหรือไม่ แต่ก็มีกระแสข่าวว่า โผอาจไม่พลิก ยกเว้นมีสัญญาณพิเศษไปถึง สว.สีน้ำเงินร่วม 130 เสียงในสภาสูง ในช่วงเช้า 26 ก.พ.เพื่อเปลี่ยนโผ แต่หากไม่มี ก็อาจเป็นไปตามกระแสข่าวคือ สว.สีน้ำเงินโหวตให้ทั้ง 2 คนเข้าไปนั่งเป็น 7 เสือ กกต. แต่จะใช่หรือไม่ รอติดตาม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แฉแชตไลน์ปลอม จับโป๊ะช่วยนํ้าเงินด้วยรายชื่อผู้สมัครสส.ไม่ตรงกับกกต.
จับโป๊ะ! แชตไลน์ "ช่วยน้ำเงินด้วย" ปจ.ภูเก็ตกล่าวหา “อธิบดีกรมการปกครอง” หนังคนละม้วน เทียบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ไม่ตรงประกาศจริงของ กกต. “โสภณ” บอกไม่รู้ ย้ำแยกบทบาทชัด หลังนั่งประธานสภาฯ กล่าวติดตลก ภูมิใจไทยไม่ใช่ตำบลกระสุนตก เป็นแค่หมู่บ้าน ย้อนสื่อฯ ใครเป็นรัฐบาลยุคไหนก็โดน จ่อบรรจุแก้รัฐธรรมนูญ 7-8 ก.ค.นี้ ชี้หาก กมธ.ถกไม่ล่าช้า ขั้นตอนทุกอย่างจะเร็วตาม
'ส้ม' ขยายแผล 'ระบอบน้ำเงิน' จำคุกอดีตป.ป.ช.สัญญาณเตือน 'ใช้อำนาจ'
เครือข่ายสีส้ม กำลังกลับมาเดินในแนวทางของตัวเองอีกครั้ง นั่นคือการแตะเรื่องที่เป็น "โครงสร้างใหญ่" ในประเทศ ท่าทีของ "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ
'โสภณ' ไม่รู้ปมแชต 'ช่วยน้ำเงินด้วย' ยันแยกบทบาทชัด ไม่ยุ่งกิจการภูมิใจไทย
“โสภณ ซารัมย์” ระบุไม่ทราบกรณีแชทหลุดอ้างข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ย้ำตั้งแต่รับตำแหน่งประธานสภาฯ ไม่ยุ่
มติสภาเมินส่งตัว‘ชนนพัฒฐ์’
มติสภาไม่ส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” ให้ดีเอสไอ สส.ซีกรัฐบาล-กล้าธรรมโหวตอุ้ม
จำคุก 3 ปี‘อดีตบิ๊ก ป.ป.ช.’ปกปิดข้อมูล สะเทือน‘ปล่อยผีศักดิ์สยาม-ปริศนาชั้น 14
กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 อดีต 2 กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.
‘พรรคส้ม’ ไล่ขยี้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ‘เกมแรง’ ทวงคืนสถานะ ‘ผู้นำ’
1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เหมือนกับว่า ‘พรรคประชาชน’ จะขยับเขยื้อนทางการเมืองมากขึ้น และกลับไปใช้วิธี ‘เดินแรง’ ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของตนเองในอดีต

