• โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ท่ามกลางพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือรูปแบบเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ระบบกฎหมายของประเทศจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น พร้อมปรับตัว และสามารถรองรับต่อความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในฐานะองค์กรหลักด้านการพัฒนากฎหมายของประเทศ จึงได้จัดให้มีเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนากฎหมายในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือ OCS Symposium

โดยงาน OCS Symposium ประจำปี 2026 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “Strengthening Thailand’s Resilience: Law Development in an Era of Global Paradigm Shift” ซึ่งเป็นเวทีการสัมมนาที่ต่อยอดจากการจัดงานในปีก่อน ที่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงการยกระดับคุณภาพการจัดทำกฎหมายและการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับหลักสากล โดยในปีนี้ สำนักงานฯ ได้ขยายกรอบของงานประชุมให้ครอบคลุมประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบริบทของประเทศไทยและของโลก ทั้งในด้านนโยบาย เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการกำกับดูแลภาครัฐ
ภายในงานจะมีการบรรยายและการเสวนาโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายและนโยบายจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลก แนวทางการร่างกฎหมาย การปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมาย บทบาทขององค์กรด้านกฎหมายในการสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลที่ดี ควบคู่ไปกับการนำเสนอแนวคิดด้าน Better Regulation และการออกแบบกฎหมายที่สามารถรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต
นอกจากนี้ งาน OCS Symposium 2026 ยังเปิดพื้นที่พิเศษสำหรับผู้ประกอบการและสตาร์ตอัปไทยที่ให้บริการหรือพัฒนานวัตกรรมด้าน LegalTech, RegTech และ GovTech เข้าร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สนับสนุนการทำงานของภาครัฐ อาทิ เทคโนโลยีเพื่อการร่างกฎหมายและวิเคราะห์กฎหมาย ระบบสนับสนุนการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย ระบบการอนุญาตและการตรวจสอบ ตลอดจนระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความคล่องตัวในการดำเนินงานด้านกฎหมายและการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ
การเข้าร่วมจัดแสดงผลงานในงานนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและสตาร์ตอัปไทยในการนำเสนอศักยภาพและความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมต่อผู้กำหนดนโยบาย นักกฎหมาย เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนนักวิชาการและผู้แทนหน่วยงานเอกชนชั้นนำ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเชิงสร้างสรรค์ระหว่างผู้พัฒนาเทคโนโลยีกับภาครัฐและผู้ที่สนใจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาระบบกฎหมาย การกำกับดูแล และกลไกการใช้บังคับที่เข้าใจเทคโนโลยีและสามารถนำไปใช้ได้จริง
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเชิญชวนผู้ประกอบการและสตาร์ตอัปที่สนใจ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน OCS Symposium 2026 เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง จัดแสดงนวัตกรรมและบริการ รวมถึงมีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาระบบกฎหมายและการกำกับดูแลภาครัฐของไทยให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยผู้ที่สนใจสามารถแสดงความประสงค์ได้ตาม QR Code ด้านล่างนี้ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล [email protected]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จาก Pain Point สู่ร่าง พ.ร.บ. สตาร์ตอัป : ความหวังของธุรกิจและผู้สร้างนวัตกรรมไทย
ธุรกิจสตาร์ตอัปมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน
'คำนูณ' แนะประชามติทางอ้อมเรื่อง MOU ไทย-กัมพูชา
นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก
ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ....
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ....
กฤษฎีกากับความมุ่งมั่นในการพัฒนากฎหมายที่ดีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามุ่งมั่นทำงานภายใต้วิสัยทัศน์ "Better Regulation for Better Life" หรือ พัฒนากฎหมายที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน โดยสนับสนุนการบริหารงานของภาครัฐ ยึดถือความถูกต้องตามหลักวิชาการ และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักเสมอมา
ชี้แจงการนำเสนอข่าวกรณีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ....
ตามที่มีการเสนอข่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาไม่เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. .... นั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนชี้แจงว่า สำนักงานฯ และคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นด้วยในหลักการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนทุกชนิด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์
กฤษฎีกากับการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์
การพัฒนากฎหมายมีความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนทุกคน ในปัจจุบัน

