กกต. เรียกเอกสารจากแบงก์ชาติ ตรวจสอบข้อมูลเบิกเงินสดผิดปกติ

กกต. มีมติเรียกข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อตรวจสอบกรณีการถอนเงินสดจำนวนมากผิดปกติในช่วงเลือกตั้ง อาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย พบการถอนเงินที่น่าสงสัย เป็นเงินก้อนใหญ่ เลือกถอนธนบัตรชนิดราคาเดียว เช่น แบงก์ 500 บาท หรือ 100 บาท เตรียมส่งรองเลขาฯกกต.ไปรับเอกสารและข้อมูลจาก ธปท. ในวันที่ 30 มกราคมนี้ และมีแผนจะทำข้อตกลงเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในอนาคต

29 มกราคม 2569 - นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ได้เสนอเรื่องการถอนเงินสดผิดปกติเป็นจำนวนมาก ให้ที่ประชุม กกต. พิจารณาว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการถอนเงินสดเป็นจำนวนมากแบบผิดปกติและถอนเฉพาะที่เป็นแบ๊งค์ 500 หรือ แบ๊งค์ 100 ในช่วงเวลาที่จัดให้มีการเลือกตั้ง มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเป็นการถอนไปเพื่อกระทำการอันเป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ กกต.อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยกกต.ให้เรียกเอกสารจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาเพื่อประกอบการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปซึ่ง กกต.พิจารณาแล้วเห็นตามที่เสนอ โดยสำนักงานจะมอบหมายให้รองเลขาธิการ ด้านสืบสวนเดินทางเข้าไปรับข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.)

นอกจากนี้กกต. ยังมีนโยบายหลังจากนี้จะทำบันทึกข้อตกลง (mou) กับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยไม่ต้องมีหนังสือขอเป็นคราวๆ ไป เพื่อมาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมอบให้ สนง .ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้มาตรา 32 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. กำหนดว่าเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายกกต. อาจขอให้มีการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(2)เมื่อปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แจ้งรายงานการทำธุรกรรมของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือผู้สมัครตามที่คณะกรรมการแจ้งให้ทราบ หรือ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินแจ้งให้ทราบถึงการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีดังกล่าว ตามที่คณะกรรมการ ร้องขอ

ทั้งนี้ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดและไม่ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่ 5 หน่วยงานใดเปิดเผยข้อมูลในความครอบครองมาใช้บังคับแก่การแจ้งข้อมูลตามที่คณะกรรมการร้องขอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว. รุมอัด กกต. รายงานผลจัดเลือกตั้ง อ้างโปร่งใส สวนทางประชาชนพูดตรงกัน 'อย่ามาแหวง'

ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560

เลขาฯกกต. รับจัดเลือกตั้ง 69 เกิดข้อผิดพลาด ฟุ้งนำกล้องวงจรปิดติดทุกหน่วยเลือกตั้ง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง โดยทั้งสองเรื่องนี้ แต่ที่ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้

กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว

กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล

อดีตผู้พิพากษากระเทาะระบบยุติธรรมกรณียกฟ้อง 'กกต.' คดีฮั้วสว.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า  “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.