
‘ออมสิน’ ผนึก 10 บลจ. เสริมทัพการออม-ปรับพอร์ตลูกค้าเสริมแกร่งการลงทุน ชูกระจายความเสี่ยง สร้างความมั่นคงระยะยาว มั่นใจไม่สะเทือนเงินฝาก-สลากออมสิน
15 มิ.ย. 2569 – นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน ร่วมกับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนให้กับประชาชนและลูกค้าของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นความตั้งใจของธนาคารในการส่งเสริมการออม
ทั้งนี้ สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังเผชิญวิกฤตตั้งแต่วิกฤตทั้งโควิด-19 และภาวะสงครามที่ยังไม่มีทีท่าจะจบสิ้น ดังนั้นการเลือกลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทมีความสำคัญมาก และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีความท้าทายและยากขึ้นเรื่อย ๆ จากความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า เช่น ราคาน้ำมันที่อาจไม่ลดลงในเร็ววัน ดังนั้นการมีผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาทางการเงินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยชี้แนะการลงทุนที่เหมาะสมและลดโอกาสในการขาดทุน
“การเลือกในปัจจุบันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าความไม่แน่นอนมีอยู่สูง และความไม่แน่นอนไม่ได้แปลว่ามันจะจบลงในเร็ววัน สงครามในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์คลี่คลาย แต่ที่เสียหายไปแล้วก็เสียหายไปแล้ว เช่น ราคาน้ำมันอาจไม่ได้ลงเร็ว และอาจอยู่ในระดับนี้อีกระยะหนึ่ง ดังนั้นผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทน ทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิต การเกษียณอายุ หรือผลตอบแทนในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีผู้ให้คำปรึกษาและผู้ชี้แนะการลงทุนที่เหมาะสม” นายทรงพล กล่าว
สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุน ควรมีการกระจายตัวของสินทรัพย์ (Asset Allocation) ไม่ควรลงทุนในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 100% โดยอาจแบ่งสัดส่วนการลงทุนในประเทศประมาณ 60% และต่างประเทศประมาณ 40% เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นและรักษาอำนาจซื้อในอนาคต ส่วนกลยุทธ์การดำเนินงาน ธนาคารจะใช้เครือข่ายสาขา 1,032 แห่งทั่วประเทศ เป็นช่องทางหลักในการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเรื่องกองทุนรวมให้กับประชาชน โดยธนาคารไม่ได้ตั้งเป้าหมายด้านรายได้จากค่าธรรมเนียม (Fee Income) เป็นหลัก แต่ต้องการให้ลูกค้าเข้าถึงการลงทุนได้มากขึ้น
นายทรงพล กล่าวอีกว่า ธนาคารไม่กังวลว่าการนำเสนอบริการกองทุนรวมครั้งนี้จะมาแย่งส่วนแบ่งจากเงินฝากหรือสลากออมสิน เนื่องจากมองว่าเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าในการได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม และการเปิดกว้างให้ บลจ. ทั้ง 10 แห่งเข้ามาแข่งขันกัน จะเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการกองทุนและเพิ่มทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
โดย บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) นำเสนอ T CMF มุ่งเน้นลงทุนในเงินฝากตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล, U GIS-N ลงทุนเน้นตราสารหนี้ทั่วโลกอย่างยั่งยืน เพื่ออาส เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง สร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ส่วน บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) นำเสนอ KT-Ashres-A ลงทุนหุ้นจีน A-Shares ได้รับแรงขับเคลื่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง โดยลงทุนตรงในหุ้นจีน มีศักยภาพสูง และเติบโตไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน , KT-PRECIOUS ลงทุนหุ้นเหมืองทองคำและโลหะมีค่า ที่มีธีมระยะยาวรองรับ ลดความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์,KT-PIF ลงทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน โอกาสการเติบโตแห่งอนาคตในยุคดอกเบี้ยขาลง
บลจ.ไทยพาณิชย์นำเสนอ SCBUSAA เน้นลงทุนหุ้นบริษัทในสหรัฐฯ ที่น่าจับตามอง มีการปรับพอร์ตการลงทุนเป็นระยะ , SCBDIGI เน้นการลงทุนในธุรกิจทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Digital ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์โลก, SCBNK225 เน้นสร้างผลตอบแทนตามดัชนี Nikkei225 หุ้นยักษ์ใหญ่ 225 ตัว ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, SCBGOLDH ลงทุนในหน่วยลงทุนของ SPDR Gold Trust ช่วยกระจายความเสี่ยงการลงทุนในพอร์ต และSCBPINA เน้นลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ กอง REITs หรือ โครงสร้างพื้นฐานทั้งในไทยและสิงค์โปร์
บลจ.แอสเซท พลัส จำกัด นำเสนอ ASP-GFEQ ลงทุนหุ้นทั่วโลกที่คุณภาพดี วิเคราะห์ด้วยโมเดล Business Lifecycle ทำให้มองเห็นโอกาสการลงทุนได้ลึกและแม่นยำ , ASP-NGF เน้นการลงทุนในหุ้นคุณค่าขนาดใหญ่ ปรับพอร์ตตามการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจญี่ปุ่น และ ASP-VIET-A เน้นหุ้นเวียดนามที่เติบโตโดดเด่น ผสมผสานการลงทุนทั้งในหุ้น และ ETF ที่จดทะเบียนในเวียดนาม เป็นต้น

