ไทยออยล์เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำไรลดลงจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือความท้าทายของตลาด และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
13 ส.ค. 2569 -นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซปิดชั่วคราว กระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 20% ของอุปทานโลก ไทยออยล์จึงปรับกลยุทธ์การจัดหาน้ำมันดิบอย่างทันท่วงที ลดการพึ่งพาจากตะวันออกกลางและกระจายแหล่งจัดหามากขึ้น โดยในไตรมาส 2 ไทยออยล์จัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางอยู่ที่59% จากทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริการวมกัน 32% จากภายในประเทศร้อยละ 7 และจากตะวันออกไกลร้อยละ 2 พร้อมรักษาอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
ทั้งนี้ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วง เดือนมีนาคม–เดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนจะปรับลดลงอย่างรวดเร็วในเดือนมิถุนายนหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซทยอยกลับมา น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2
อย่างไรก็ตาม น้ำมันดิบที่ใช้ในการผลิตจะต้องจัดซื้อล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน โดยน้ำมันดิบที่ใช้ในการผลิตในไตรมาส 2 จะเป็นน้ำมันดิบที่จัดซื้อในช่วงเดือนเมษายน - เดือนพฤษภาคม ซึ่งราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับสูงขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลงอย่างรวดเร็วในเดือนมิถุนายน จึงรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) จำนวน 10,741 ล้านบาท หรือ 12.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน จำนวน 6,476 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และ ค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาส 2 เท่ากับ 8,915 ล้านบาท และเมื่อหักค่าเสื่อมราคา ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 8,284 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 3.71 บาทต่อหุ้น ลดลง 11,197 ล้านบาทจากไตรมาส 1/69 และในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 27,765 ล้านบาท
นายพงษ์พันธุ์ กล่าวว่าสำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาส 3/69 คาดว่าสถานการณ์ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอน มีปัจจัยที่น่าจับตา คือการรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จากการจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง หากสถานการณ์คลี่คลายและราคาน้ำมันดิบปรับลดลง อาจจะรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569
รวมถึงสภาพคล่องและกระแสเงินสดลดลงจากการให้ความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน การปรับลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น ตามมติ กบง. ลง 1.4 –2.4 บาทต่อลิตร ในช่วง วันที่ 9 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2569 และเงินชดเชยคงค้างจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้สภาพคล่องของไทยออยล์ลดลงรวมประมาณ 10,800 ล้านบาท และคาดว่าจะทำให้เกิดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 320 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ต้นทุนดังกล่าวเป็นผลจากการปฏิบัติตามมาตรการภาครัฐ มิใช่ต้นทุนจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ และ ไม่ได้ผลักภาระดังกล่าวไปยังราคาน้ำมันสำเร็จรูป
และความผันผวนของความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป จากอุปสงค์ในประเทศที่มีแนวโน้มอ่อนตัว ส่งผลให้สินค้าคงคลังและต้นทุนจัดเก็บเพิ่มขึ้น และอาจต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคาที่ลดลงตามแนวโน้มราคาตลาดล่วงหน้า (Forward Price) รวมถึงปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งอาจกระทบต่อการผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์อื่นและวัตถุดิบสำคัญ เช่น ก๊าซหุงต้ม แนฟทา กำมะถัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีบางชนิด ตลอดจนความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
อย่างไรก็ตามเพื่อการเติบโตในอนาคต ไทยออยล์ยังคงดำเนินงานเชิงรุก เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบไปยังทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริกา ควบคู่กับการใช้คลังน้ำมันดิบลอยน้ำ (Floating Storage) และการจัดหาถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติม เพื่อรักษาความต่อเนื่องการผลิตและการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ รวมถึงเร่งดำเนินการโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) อย่างต่อเนื่องตามแผนงาน เพื่อรองรับการทดลองเดินเครื่องจักรของกลุ่มหน่วยกลั่นน้ำมันดิบใหม่ในปี 2570 และการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการในไตรมาสที่ 3 ปี 2571 โดยคาดว่าโครงการจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงการก่อสร้างกว่า 20,000 คน
นายพงษ์พันธุ์ กล่าวว่า ตลอดกว่า 65 ปี ไทยออยล์ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคม ซึ่งในปี 2569 มีส่วนร่วมบรรเทาค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย มูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท ผ่านการปรับลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในช่วงครึ่งแรกของปีตามมาตรการภาครัฐ มูลค่าประมาณ 3,220 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าโครงการเพื่อสังคมตลอดปี 2569 มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท ครอบคลุมด้านสุขภาวะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม การศึกษา สังคมและวัฒนธรรม โดยมีการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่
ด้านสุขภาวะ: สนับสนุนโรงพยาบาลแหลมฉบังด้วยงบประมาณสะสมกว่า 170 ล้านบาท ครอบคลุมการก่อสร้าง “อาคารไทยออยล์” อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 5 ชั้น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมขยายการสนับสนุนสู่ระดับประเทศ โดยในปี 2569 มอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่ากว่า 195 ล้านบาท แก่โรงพยาบาล 16 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน
ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม: ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่โรงพยาบาลและสถานศึกษาภาครัฐในพื้นที่ห่างไกลสะสม 24 แห่ง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 428 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ประมาณ 45,000 ต้น* พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน
ด้านการศึกษา สังคมและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชน ผ่านทุนการศึกษา สื่อการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาทักษะ ควบคู่กับการส่งเสริมกีฬา การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
ภายใต้ความท้าทายของตลาดพลังงานโลก ไทยออยล์ยังคงมุ่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ด้วยการจัดหาน้ำมันดิบและรักษาระดับการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสร้างคุณค่าที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ภายใต้หลักการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พลังงาน-ค่าขนส่ง-ราคาวัตถุดิบพุ่งดันดัชนีวัสดุก่อสร้าง ก.ค. โต 5.8%
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกรกฎาคม 2569 โต 5.8% สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ พลังงานและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
'รัชดา' ยันไทยไม่นำความร่วมมือทางทหารแลกเงื่อนไขการค้าสหรัฐ
โฆษกรัฐบาลยันไทยไม่นำความร่วมมือทางทหารแลกเงื่อนไขการค้าสหรัฐ ย้ำทุกการเจรจายึดผลประโยชน์ประเทศ–ประชาชนเป็นหลัก
IRPC เผยQ 2/2569 กำไร 2,921ล้านเดินหน้าเสริมแกร่งทางธุรกิจ
IRPC เผยไตรมาส 2/2569 กำไร 2,921 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Recapitalize Plus เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ รุกบริหารสินทรัพย์ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่

