
‘สิริพงศ์’ ลงพื้นที่ติดตามรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา งานโยธาคืบหน้า 55.97% เร่งรัดสัญญาที่ล่าช้า กำกับมาตรฐานก่อสร้างและความปลอดภัย ตั้งเป้าพร้อมเปิดให้บริการปี 2574
23 ส.ค. 2569 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ว่ามีความก้าวหน้าในระดับที่น่าพอใจ แม้โครงการในภาพรวมจะยังมีความล่าช้ากว่าแผนประมาณ 30% ก็ตาม แต่หลายสัญญามีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และกระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้การก่อสร้างเดินหน้าและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ–นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 250.77 กิโลเมตร(กม) ปัจจุบันงานโยธามีความก้าวหน้าสะสม 55.97% โดยกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเร่งรัดงานในส่วนที่ล่าช้ากว่าแผน เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้ตามกรอบเป้าหมาย และมีความพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2574
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามความคืบหน้าบริเวณสถานีสระบุรีและงานก่อสร้างในสัญญาที่ 4-7 ช่วงสระบุรี–แก่งคอย ซึ่งมีความก้าวหน้าประมาณ 73.25% สูงกว่าความก้าวหน้าภาพรวมของโครงการระยะที่ 1 โดยยังล่าช้ากว่าแผนประมาณ 8.25% และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2571 ขณะที่รายละเอียดของงานในพื้นที่ยังมีการก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับและองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบรถไฟความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะเน้นการบริหารจัดการสัญญาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสัญญาที่มีความล่าช้า เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในแต่ละพื้นที่ ไม่ให้กระทบต่อกำหนดการก่อสร้างของโครงการในภาพรวม พร้อมกำชับการรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามงานอย่างต่อเนื่อง และประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แต่ละสัญญาสามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้กำชับเรื่องมาตรฐานงานก่อสร้างและความปลอดภัยเป็นพิเศษ เนื่องจากบางพื้นที่ของโครงการเป็นจุดก่อสร้างที่อยู่ใกล้กับแนวรถไฟทางคู่ การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรและการปฏิบัติงานต่าง ๆ จึงต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยห้ามดำเนินการที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในช่วงที่มีขบวนรถไฟวิ่งผ่าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝนและฤดูน้ำหลาก กระทรวงฯ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสภาพพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะบริเวณอุโมงค์และโครงสร้างสำคัญ ต้องตรวจสอบความแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงติดตามว่ามีจุดใดได้รับความเสียหายหรือมีความเสี่ยงจากน้ำหลากและสภาพอากาศหรือไม่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและกรอบเวลาของโครงการ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาสำคัญที่ยังต้องเร่งหาข้อสรุป คือ สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง ซึ่งมีพื้นที่งานทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) กระทรวงคมนาคมจำเป็นต้องเร่งหาข้อสรุปภายในปีนี้ เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวกลายเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กรุงเทพฯ–นครราชสีมา
สำหรับแนวทางการดำเนินงานช่วง 4-1 ยังมีหลายทางเลือก ทั้งการเจรจาเพื่อเดินหน้าร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หรือการแยกงานบางส่วนออกมาดำเนินการเป็นอีกสัญญาหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป โดยต้องรอความชัดเจนของโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินก่อน จากนั้นจึงพิจารณารูปแบบที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของกระทรวงคมนาคมคือการเร่งรัดงานก่อสร้างส่วนที่สามารถดำเนินการได้ให้เดินหน้าต่อเนื่อง ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาสัญญาที่ติดขัด เพื่อให้รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ–นครราชสีมา สามารถก่อสร้างได้ตามกรอบเวลาและมีความพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2574 โดยทุกขั้นตอนต้องดำเนินการควบคู่กับการรักษามาตรฐานงานก่อสร้างและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

