โฮมโปร ผนึก ‘ทาทา ทิสคอน’ ดันเหล็กเส้น EF คาร์บอนต่ำ ลุยตลาดวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก

โฮมโปร จับมือทาทา ทิสคอน ขยายพอร์ตสินค้ารักษ์โลก นำ ‘เหล็กเส้น EF’ ผลิตด้วยเทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้า EAF จากเศษเหล็กรีไซเคิล 100% วางจำหน่ายเมกาโฮมทุกสาขาทั่วประเทศ ชูแนวคิด Green Construction และ Circular Economy เพิ่มทางเลือกวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

5 ต.ค. 2569 – นายธีระพงศ์ สัมพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดซื้อ Construction บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า ความคุ้มค่าของวัสดุก่อสร้างสำหรับช่างและผู้รับเหมาไม่ได้วัดเพียงราคาซื้อ แต่ต้องพิจารณา Value ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่คุณภาพและความสม่ำเสมอของวัสดุ ความมั่นใจในการใช้งาน ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโฮมโปรมองว่า Sustainability ควรเป็น Value ที่เกิดขึ้นควบคู่กับคุณภาพและความคุ้มค่า

ทั้งนี้ การนำเหล็กเส้น EF จากทาทา ทิสคอนเข้ามาจำหน่ายผ่านเมกาโฮม จึงเป็นอีกก้าวในการทำให้ช่าง ผู้รับเหมา และผู้บริโภคเข้าถึงวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำได้ง่ายขึ้น ในราคาที่จับต้องได้ พร้อมนำแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าไปสู่การใช้งานจริงในหน้างาน

อย่างไรก็ดี การเพิ่มเหล็กเส้น EF เข้าสู่เมกาโฮม เป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้า HomePro Circular Economy Ecosystem และการขยายกลุ่มสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเหล็กเส้นที่ผลิตจากเศษเหล็กรีไซเคิล 100% ถือเป็นตัวอย่างของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง ก่อนส่งต่อเป็นวัสดุก่อสร้างสู่มือผู้บริโภคและผู้ประกอบการในภาคก่อสร้างทั่วประเทศ

นายชัยเฉลิม บุญญานุวัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ – การตลาดและการขาย บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนว่า Circular Economy สามารถเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเศษโลหะจากสินค้าที่ผู้บริโภคไม่ใช้แล้วในระบบของโฮมโปร ถูกนำกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้า EAF ของทาทา สตีล ประเทศไทย ก่อนเปลี่ยนกลับมาเป็นเหล็กเส้นคุณภาพมาตรฐานเพื่อจำหน่ายผ่านเมกาโฮมอีกครั้ง

สำหรับเหล็กเส้น EF ผลิตด้วยเทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้า EAF (Electric Arc Furnace) โดยใช้วัตถุดิบจากเศษเหล็กรีไซเคิล 100% สอดคล้องกับแนวคิด Circular Economy ที่มุ่งหมุนเวียนทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต ขณะที่กระบวนการ EAF มีส่วนช่วยลดการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตเหล็กแบบ BF-BOF

ทาทา ทิสคอนยังมีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบได้ ทั้ง EPD ซึ่งแสดงผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์, CFP ซึ่งแสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจก และฉลากเขียวสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่โรงงานทาทาสตีล (ประเทศไทย) ได้รับการรับรอง Green Industry Level 4: Green Culture จากกระทรวงอุตสาหกรรม

ในด้านคุณภาพ เหล็กเส้น EF ผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพ โดยมีการควบคุมส่วนประกอบทางเคมีและกำจัดสิ่งเจือปนที่มีผลต่อความแข็งแรง รวมถึงควบคุมโครงสร้างเนื้อเหล็ก เพื่อให้ได้เหล็กที่มีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ปลอดภัย และมีคุณภาพสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ทาทา ทิสคอนยังมีเหล็กเส้นกำลังสูงชั้นคุณภาพ SD50 ซึ่งช่วยลดปริมาณเหล็กเสริมที่ใช้ได้สูงสุด 20% และเหล็กตัด-ดัดสำเร็จรูป CUT & BEND ที่ช่วยลดเศษเหล็กจากหน้างานได้ 10-15% พร้อมลดเวลาและแรงงานในการเตรียมงาน สะท้อนแนวคิดการบริหารต้นทุนก่อสร้างที่ไม่ได้พิจารณาเฉพาะราคาวัสดุ แต่รวมถึงปริมาณวัสดุ เวลา แรงงาน และเศษวัสดุที่เกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้าง

เพิ่มเพื่อน