เดอะมอลล์ กรุ๊ป ปั้น ‘ย่านเทศกาลเจ’ ดึงอาหารต้นตำรับ 4 ย่าน สร้างจุดหมายกิน-ช้อป รับกำลังซื้อไตรมาส 4

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เดินหน้าต่อยอดเทศกาลกินเจสู่เกมธุรกิจอาหารและค้าปลีก ผ่าน ‘THE MALL LIFESTORE TASTE OF J 2026’ ปีที่ 27 ชูแนวคิด ‘ย่านเทศกาลเจ’ รวมอาหารเจจากเยาวราช ตลาดน้อย ตลาดพลู และภูเก็ตไว้ในศูนย์การค้า หวังตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองทั้งสุขภาพ คุณภาพ และประสบการณ์ พร้อมใช้เทศกาลเจเป็นหนึ่งในกลไกดึงทราฟฟิกและกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงไตรมาส 4

เทศกาลเจเปลี่ยนจาก “ประเพณี” สู่โอกาสทางธุรกิจ

เทศกาลกินเจกำลังเปลี่ยนบทบาทจากช่วงเวลาของการถือศีลตามประเพณี ไปสู่หนึ่งในฤดูกาลสำคัญของตลาดอาหารและค้าปลีก เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งกลุ่มที่กินเจตามความเชื่อ กลุ่มที่เลือกอาหารเพื่อสุขภาพ และกลุ่มที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ทำให้เทศกาลดังกล่าวกลายเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ได้กว้างขึ้น

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เทศกาลกินเจยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของธุรกิจอาหารและค้าปลีกไทย โดยพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถือศีล แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสมดุล คุณภาพวัตถุดิบ ความสะดวก และประสบการณ์ในการเลือกซื้ออาหารมากขึ้น

ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า เทศกาลกินเจในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 45,900 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้บริโภค 92.9% ยังคงเลือกออกมาซื้ออาหารเจด้วยตนเอง สะท้อนว่า “การเดินทางออกมาซื้อและรับประทานอาหาร” ยังคงเป็นพฤติกรรมสำคัญที่ธุรกิจค้าปลีกสามารถนำมาต่อยอดได้

จาก “เทศกาลอาหาร” สู่กลยุทธ์ Food Destination

ด้วยพฤติกรรมดังกล่าว เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงไม่ได้วางเทศกาลเจเป็นเพียงกิจกรรมตามฤดูกาล แต่เชื่อมเข้ากับยุทธศาสตร์ Food Destination ของกลุ่มธุรกิจ ผ่านการรวบรวมร้านอาหาร วัตถุดิบ และกิจกรรมไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้บริโภคเดินทางเข้าศูนย์การค้า

สำหรับ THE MALL LIFESTORE TASTE OF J 2026 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 27 ได้พัฒนาแนวคิด “ย่านเทศกาลเจ” โดยนำอัตลักษณ์อาหารจากแหล่งต้นตำรับสำคัญของประเทศมาไว้ในศูนย์การค้า ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง ขณะเดียวกันเปิดโอกาสให้ร้านอาหารและผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ

กลยุทธ์ดังกล่าวยังเชื่อมโยงพื้นที่ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และพื้นที่กิจกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มทั้งจำนวนผู้เข้าศูนย์ ระยะเวลาที่ลูกค้าใช้บริการ และโอกาสในการใช้จ่ายในหมวดสินค้าอื่น นับเป็นการใช้เทศกาลอาหารเป็นเครื่องมือสร้างทราฟฟิกให้กับระบบค้าปลีกโดยรวม

4 ย่านต้นตำรับ สร้าง “ย่านเทศกาลเจ” ในศูนย์การค้า

ไฮไลต์ของปีนี้คือการนำอาหารจาก 4 ย่านสำคัญมาสร้างเป็นประสบการณ์เสมือนเดินทางไปชิมอาหารตามแหล่งต้นตำรับ ได้แก่ “J Heritage – เยาวราช” ที่สะท้อนวัฒนธรรมอาหารจีนดั้งเดิม, “J Roots – ตลาดน้อย” ที่นำเสนอสูตรอาหารครอบครัวและเมนูหาทานยาก, “J Street Taste – ตลาดพลู” ที่หยิบอาหารริมทางยอดนิยมมาปรับเป็นเมนูเจ และ “J Culture – ภูเก็ต” ที่เชื่อมโยงอาหารเข้ากับวัฒนธรรมถือศีลกินผักของภาคใต้

นอกจากเมนูเจตามต้นตำรับ ยังมีเมนูพิเศษที่พัฒนาขึ้นเฉพาะช่วงเทศกาล รวมถึงกิจกรรมร่วมกับเชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร เพื่อสร้างความแตกต่างจากการจัดเทศกาลอาหารทั่วไป และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการทั้งความแปลกใหม่และความเป็นต้นตำรับ

ทั้งนี้ ในมุมธุรกิจ การนำอัตลักษณ์จากพื้นที่ต่างๆ มารวมไว้ในศูนย์การค้า ยังช่วยเปลี่ยน “อาหาร” ให้กลายเป็นจุดขายด้านประสบการณ์ ทำให้ลูกค้ามีเหตุผลในการเดินทางมาใช้บริการมากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว

Gourmet Eats–Gourmet Market เชื่อมอาหารถึงค้าปลีก

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการใช้เครือข่ายธุรกิจอาหารของเดอะมอลล์ กรุ๊ป เชื่อมต่อความต้องการของผู้บริโภคตั้งแต่การรับประทานอาหารนอกบ้านไปจนถึงการซื้อวัตถุดิบกลับไปประกอบอาหาร โดยมี Gourmet Eats เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้านร้านอาหาร ด้วยการรวบรวมร้านอาหารเจในตำนานและร้านดังจากทั่วประเทศ ขณะที่ Gourmet Market ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับวัตถุดิบเจคุณภาพ สินค้าท้องถิ่น อาหารจากพืช และอาหารพร้อมรับประทาน รองรับทั้งผู้บริโภคที่ต้องการประกอบอาหารเองและกลุ่มที่ต้องการความสะดวก จึงเกิดเป็นระบบธุรกิจอาหารที่เชื่อมตั้งแต่ “กินที่ร้าน” ไปจนถึง “ซื้อกลับบ้าน” ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายภายในศูนย์การค้า และทำให้เทศกาลเจสามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่าการจัดกิจกรรมเฉพาะพื้นที่

เจเพื่อสุขภาพ เปิดตลาดใหม่ของผู้บริโภค

อีกปัจจัยที่ทำให้เทศกาลเจมีความน่าสนใจมากขึ้นคือกระแสอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารจากพืชที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผู้บริโภคบางกลุ่มไม่ได้ถือศีลกินเจเต็มรูปแบบ แต่เลือกอาหารจากพืชเป็นบางมื้อหรือบางช่วงเวลา ทำให้ตลาดอาหารเจมีโอกาสขยายจากฐานผู้บริโภคเดิมไปสู่กลุ่มคนที่สนใจสุขภาพและต้องการทดลองทางเลือกใหม่ในการบริโภค สำหรับค้าปลีก นั่นหมายถึงโอกาสในการขยายหมวดสินค้า จากอาหารเจตามเทศกาลไปสู่สินค้าที่สามารถบริโภคได้ตลอดทั้งปี ทั้งวัตถุดิบ อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์จากพืช

ใช้เทศกาลเจเป็นเครื่องมือดึงทราฟฟิกไตรมาส 4

ในมุมของธุรกิจค้าปลีก เทศกาลเจถือเป็นหนึ่งใน Seasonal Food Events ที่มีศักยภาพในการสร้างทราฟฟิกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงที่การแข่งขันเพื่อดึงกำลังซื้อของผู้บริโภคเข้มข้นขึ้น ทำให้การสร้าง “ย่านเทศกาลเจ” จึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มยอดขายอาหาร แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในศูนย์การค้านานขึ้น และมีโอกาสต่อยอดการใช้จ่ายไปยังร้านค้าและบริการอื่นภายในศูนย์ ขณะเดียวกันการดึงร้านอาหารและวัตถุดิบจากแหล่งต้นตำรับเข้ามา ยังช่วยสร้างความแตกต่างให้แต่ละศูนย์ และทำให้เทศกาลเจกลายเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กของธุรกิจอาหารและค้าปลีก

“เทศกาลเจ” กับการสร้างระบบนิเวศอาหาร

ทิศทางของเดอะมอลล์ กรุ๊ป สะท้อนการขยับจากการทำตลาดเทศกาลแบบเดิม ไปสู่การสร้างระบบธุรกิจอาหารที่เชื่อมโยงร้านอาหาร วัตถุดิบ ผู้ประกอบการท้องถิ่น พื้นที่กิจกรรม และประสบการณ์ของลูกค้าเข้าด้วยกัน

เมื่อเทศกาลกินเจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “การงดเนื้อสัตว์” แต่กลายเป็นเรื่องของสุขภาพ อาหารต้นตำรับ วัฒนธรรม และประสบการณ์ การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกจึงไม่ได้อยู่ที่การมีเมนูเจจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง “เหตุผลให้ลูกค้าเดินทางมา” และเปลี่ยนการมาเที่ยวเทศกาลให้กลายเป็นการใช้จ่ายภายในศูนย์อย่างครบวงจร

THE MALL LIFESTORE TASTE OF J 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคม 2569 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และวันที่ 10-18 ตุลาคม 2569 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา เดอะมอลล์ โคราช รวมถึง Gourmet Market และ Gourmet Eats ทุกสาขา

เพิ่มเพื่อน