
สนค.เผยเงินเฟ้อ ก.ย.69 เพิ่ม 2.82% เพิ่มขึ้น 6 เดือนติด มีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันทรงตัวสูงกว่าปีก่อน จากวิกฤตในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น อาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิต ไข่ไก่ ไก่สด ผักสด ผลไม้ ราคาเพิ่มขึ้น รวม 9 เดือน เพิ่ม 1.54% คาด ต.ค.69 ขยับต่อ ปัจจัยหลักยังคงเป็นน้ำมัน อาหาร ส่วนน้ำท่วมกระทบเงินเฟ้อแค่ 0.1% ปรับเป้าทั้งปีใหม่เป็น 1.8-2.2% ค่ากลาง 2%
6 ต.ค. 2569 – นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ก.ย.2569 เท่ากับ 102.93 เทียบกับเดือน ก.ย.2568 เพิ่มขึ้น 2.82% สูงขึ้น ติดต่อกัน 6 เดือน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากวิกฤตในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น และราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน รวมทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสด ผลไม้สด ปรับราคาเพิ่มขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยในเดือนนี้ เฉพาะน้ำมันมีผลต่อเงินเฟ้อ 1.85% คิดเป็นสัดส่วน 65% ของเงินเฟ้อ 2.82% อาหารสำเร็จรูปกระทบ 0.65% สัดส่วนประมาณ 23% ต้องบอกว่า 2 รายการนี้เป็นปัจจัยหลักผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และรวม 9 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ก.ย.) เพิ่มขึ้น 1.54%
สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน ก.ย.2569 ที่เพิ่มขึ้น 2.82% มาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 3.07% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง (ข้าวสารเจ้า ขนมปังปอนด์ และขนมอบ) เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ (ปลาทู) ไข่และผลิตภัณฑ์นม ผักสด (มะนาว ต้นหอม ผักกาดขาว) ผลไม้สด (ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน มะละกอสุก) เครื่องประกอบอาหาร (น้ำปลา กะปิ น้ำพริกแกง) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่ม กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟร้อนเย็น) ผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม น้ำตาลทรายแดง) อาหารสำเร็จรูป (ก๋วยเตี๋ยว กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง)
ส่วนหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 2.67% จากการสูงขึ้นของหมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล (กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ) พาหนะ การขนส่งและการสื่อสาร (น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ รถยนต์) การบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา (ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา) ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ (เบียร์) อาหารสัตว์เลี้ยง ส่วนสินค้าที่ลดลง อาทิ เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า (เสื้อเชิตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวสตรี รองเท้าผ้าใบบุรุษ) เคหสถาน (กระแสไฟฟ้า ค่าจ้างเหมาซ่อมแซมบ้าน ผ้าปูที่นอน)
เมื่อแยกเงินเฟ้อตามรายภาค พบว่า ภาคใต้สูงขึ้นสูงสุด 3.32% รองลงมา คือ ภาคกลาง 3.03% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.72% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2.57% ภาคเหนือ 2.67%
ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือน ก.ย.2569 สูงขึ้น 1.50% เร่งตัวขึ้นจากเดือน ส.ค.2569 ที่สูงขึ้น 1.44% รวม 9 เดือน ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.01%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ต.ค.2569 คาดว่า จะเป็นบวกต่อเนื่อง มาจากราคาพลังงานและอาหารเป็นหลัก โดยน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับเพิ่มขึ้นวันที่ 2 ต.ค.2569 โดยดีเซลลิตรละ 42.19 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 34.58% ทำให้มีผลต่อเงินเฟ้อเดือน ต.ค.2569 คาดว่าจะเพิ่ม 1.09% ราคาผักสดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางรายการ ผลกระทบจากเอลนีโญ กระทบผลผลิตอาหารสำคัญ ทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ ผักสด ผลไม้ เทศกาลกินเจ ที่ทำให้ความต้องการผัก เต้าหู้และโปรตีนพืชเพิ่มขึ้น อาจทำให้สินค้าในกลุ่มนี้บางรายการสูงขึ้น และแนวโน้มอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงขึ้น จากต้นทุนที่ปรับขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้น ส่วนน้ำท่วมปี 2569 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อเพียง 0.1% เพราะไม่ปรากฎแรงกดดันต่ออาหารสดเป็นวงกว้างเหมือนปี 2554 และแรงกดดันปัจจุบันยังอยู่แค่ในกลุ่มผักสด ส่วนผลไม้ เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และปลา ส่วนใหญ่ยังทรงตัวหรือลดลง
สำหรับปัจจัยที่จะฉุดให้เงินเฟ้อทั่วไปลดลง มาจากค่ากระแสไฟฟ้ารอบเดือน ก.ย.-ธ.ค.2569 ปรับลดลงเหลือหน่วยละ 3.86 บาท ซึ่งต่ำกว่ารอบก่อนที่หน่วยละ 3.95 บาท ราคาสินค้าของใช้ส่วนบุคคลมีแนวโน้มปรับลดลง จากภาวะการแข่งขันที่สูง และผู้ประกอบการรายใหญ่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินทิศทางต่าง ๆ แล้ว จึงทำการปรับเป้าประมาณการเงินเฟ้อทั้งปี 2569 ใหม่ เป็น 1.8-2.2% ค่ากลาง 2% จากเดิมอยู่ระหว่าง 1.5–2.5% ค่ากลาง 2.0%

