
Arc 9 Capital บริษัทบริหารการลงทุน Private Equity ที่มุ่งเน้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าลงทุนในธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโตระยะยาว โดยมีประสบการณ์ขับเคลื่อนดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท ปัจจุบันลงทุนใน 10 ธุรกิจทั้งในไทยและภูมิภาค พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ ‘9X’ มุ่งยกระดับ Productivity Growth ของธุรกิจในพอร์ตตลอด 9 ปีข้างหน้า ด้วยเงินทุน เทคโนโลยี ข้อมูล บุคลากร และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อผลักดันธุรกิจไทยจากผู้เล่นในประเทศสู่ Regional Champions
8 ต.ค. 2569 – นายภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วน Arc 9 Capital กล่าวว่า Private Equity ไม่ควรจำกัดบทบาทอยู่ที่การจัดสรรเงินทุน แต่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจ ผ่านการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การเปิดตลาดใหม่ การเสริมทีมบริหาร การวางกลยุทธ์ รวมถึงการนำเทคโนโลยี ข้อมูล และเครือข่ายเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
“9X จึงไม่ได้หมายถึงแค่การเพิ่มมูลค่าบริษัท แต่คือคำถามว่า ใน 9 ปีข้างหน้า เราจะช่วยให้ธุรกิจทำงานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และสร้างผลผลิตได้มากขึ้นแบบก้าวกระโดดได้อย่างไร โดยมีข้อมูล AI เทคโนโลยี บุคลากร และพันธมิตรเป็นตัวเร่ง”
สำหรับแนวทางการลงทุน Arc 9 Capital มุ่งเน้นธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเป็นบวก และอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว ทั้งธุรกิจสุขภาพและอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม การศึกษา โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี รวมถึงธุรกิจครอบครัวที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
หนึ่งในธุรกิจสำคัญในพอร์ตคือ บริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด หรือ LACO ผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรแช่แข็งและผู้รับจ้างผลิตถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็งแบบครบวงจร โดยเป็นผู้ผลิตให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Trader Joe’s ปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตราว 11% ของปริมาณการผลิตถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็งทั่วโลก และคาดว่าปี 2569 จะมีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท
Arc 9 Capital ลงทุนใน LACO ผ่านกลุ่มผู้ร่วมลงทุน ร่วมกับ Development Bank of Japan (DBJ) และครอบครัวผู้ก่อตั้ง โดยมุ่งต่อยอดจากจุดแข็งด้านการผลิตไปสู่ธุรกิจอาหารที่มีมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ ถั่วแระญี่ปุ่นอบกรอบ ผลไม้แช่แข็งเคลือบช็อกโกแลต อาหารพร้อมรับประทาน รวมถึงสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารโปรตีนสูงสำหรับตลาดต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังมีแผนใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและแบรนด์ระดับโลก เช่น My Melody และ Kuromi จาก Sanrio เพื่อสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ และขยายการเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่
นายกรวี ศุภสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน (Investment Director) Arc 9 Capital และกรรมการบริษัท LACO กล่าวว่า Arc 9 Capital ทำงานร่วมกับทีมบริหารเพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ การขยายตลาดและช่องทางจำหน่ายในต่างประเทศ รวมถึงการวางโครงสร้างเงินทุนรองรับการเติบโต พร้อมนำเครือข่ายและแนวคิดใหม่เข้ามาเพิ่มทางเลือกในการขยายธุรกิจ
“LACO มีฐานการผลิตและความเชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งในระดับโลกอยู่แล้ว บทบาทของเราคือการทำงานร่วมกับทีมบริหาร เพื่อสนับสนุนและต่อยอดสิ่งที่บริษัททำได้ดี พร้อมช่วยนำมุมมอง เครือข่าย และแนวคิดใหม่เข้ามาเสริม เป้าหมายคือการช่วยเพิ่มทางเลือกในการเติบโต และสร้างมูลค่าจากจุดแข็งที่ LACO มีอยู่แล้ว”
อีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ Arc 9 Capital ให้ความสำคัญคือธุรกิจสุขภาพสัตว์เลี้ยง โดยลงทุนในโรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก ซึ่งปัจจุบันเติบโตเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลสัตว์เอกชนใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทยตามขนาดรายได้จากบริการทางการแพทย์ และเดินหน้าขยายเครือข่ายผ่านการเข้าซื้อกิจการ (M&A)
นายภูรัตน์ กล่าวว่า แนวโน้มครอบครัวที่มีบุตรน้อยลง ขณะที่จำนวนผู้เลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น ทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับการดูแลในฐานะสมาชิกของครอบครัวมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบริการสุขภาพสัตว์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
กลยุทธ์ของ Arc 9 Capital จึงไม่ได้เน้นเพียงการขยายสาขา แต่รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการรักษา ผ่าน Clinical Practice Guidelines การเชื่อมโยงข้อมูลประวัติการรักษา ผลตรวจ และการใช้ยา เพื่อให้การรักษามีความต่อเนื่องและเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ในระยะต่อไปยังมีแผนพัฒนาเครื่องมือ AI เพื่อช่วยสัตวแพทย์สรุปข้อมูลผู้ป่วย ค้นหาแนวทางการรักษา และติดตามเคส โดยยังคงให้สัตวแพทย์เป็นผู้ตัดสินใจทางคลินิก เพื่อให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระงานและเพิ่มเวลาในการดูแลสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ
ด้านธุรกิจการศึกษา Arc 9 Capital ลงทุนใน Singapore Global International School (SGIS) โรงเรียนนานาชาติที่พัฒนาร่วมกับ Principals Academy จากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ โดยนำแนวทางการศึกษา “Authentic Singapore” มาพัฒนาหลักสูตรและการบริหารโรงเรียนในไทย
SGIS ตั้งเป้าสร้างทางเลือกการศึกษานานาชาติที่มีคุณภาพในระดับสากลและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยมีค่าเล่าเรียนเริ่มต้นประมาณ 295,000 บาทต่อปี ขณะที่วิทยาเขตแรกย่านศรีนครินทร์ แม้เพิ่งเริ่มก่อสร้างประมาณ 2 เดือน แต่มีนักเรียนสมัครแล้วกว่า 100 คน
Arc 9 Capital และพันธมิตรอยู่ระหว่างศึกษาการขยาย SGIS ทั้งในกรุงเทพฯ พื้นที่อื่นของประเทศไทย และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนแนวทางการนำโมเดลธุรกิจที่มีศักยภาพไปขยายในระดับภูมิภาค
นายกรวี กล่าวว่า สำหรับ Arc 9 Capital การสร้างมูลค่าไม่ได้สิ้นสุดลงในวันที่เข้าลงทุน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกับผู้ถือหุ้นและทีมบริหาร โดยครอบคลุมตั้งแต่การทำ M&A การขยายตลาดต่างประเทศ การวางแผนสืบทอดกิจการ การเสริมทีมบริหารและธรรมาภิบาล การเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน การปรับโครงสร้างเงินทุน ไปจนถึงการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ
“เราทำงานร่วมกับผู้ถือหุ้นและทีมบริหารเพื่อหาว่าธุรกิจยังเติบโตได้จากจุดไหน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตลาดใหม่ การทำ M&A การสร้างผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ หรือการแก้โจทย์ด้านโครงสร้างองค์กรและการสืบทอดธุรกิจ เพื่อให้บริษัทแข็งแรงและพร้อมเติบโตในระยะยาว”
ทั้งนี้ Arc 9 Capital ระบุว่า จุดแตกต่างสำคัญของบริษัทคือทีมงานที่มีประสบการณ์ทั้งด้าน Private Equity, M&A, วาณิชธนกิจ การบริหารธุรกิจ และการสร้างธุรกิจจริง ทำให้สามารถมองธุรกิจได้ทั้งในมุมของนักลงทุนและเจ้าของกิจการ
นายภูรัตน์ กล่าวว่า เป้าหมายของ Arc 9 Capital คือการเป็น “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” มากกว่านักลงทุนที่เข้าไปถือหุ้น โดยเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เกิดจากวิศวกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยคน ระบบ การตัดสินใจ และการลงมือทำร่วมกับผู้บริหารและผู้ถือหุ้นเดิม
“Private Equity ที่ดีไม่ใช่แค่การเลือกซื้อธุรกิจที่ดี แต่คือการทำให้ธุรกิจนั้นดีขึ้นหลังจากที่เราเข้าไปลงทุน”

