
‘แบงก์ชาติ’ ชี้เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแบบ K-Shaped เร่งปฏิรูปโครงสร้างสินเชื่อปลดล็อกเอสเอ็มอีเข้าถึงทุน พร้อมเปิดแพลตฟอร์มกลาง ‘SME Credit Portal’ ช่วยเข้าถึงเงินกู้ ประเมินน้ำท่วมเริ่มกดดันจีดีพี-เพิ่มหนี้หนี้ประชาชน แจงอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย
8 ต.ค. 2569 – นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2027 NEW HORIZON Beyond The Trap ว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรงในลักษณะ K-Shaped Recovery ซึ่งส่งผลให้การฟื้นตัวกระจุกตัวอยู่เพียงบางกลุ่ม โดย ธปท. มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าถึงสินเชื่อของเอสเอ็มอี และการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่เพื่อสร้างการเติบโตที่ทั่วถึง
ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดยอดสินเชื่อเอสเอ็มอีติดลบต่อเนื่องยาวนานถึง 16 ไตรมาส โดยเอสเอ็มอีกลุ่มที่มีศักยภาพดีที่สุด 30% มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้เพียง 21% ต่างจากธุรกิจรายใหญ่ที่เข้าถึงได้ถึง 63% โดย ธปท.และหน่วยงานภาครัฐต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา เน้นการเลือกช่วยเหลือกลุ่มที่มีศักยภาพ คัดเลือกกลุ่ม 38% ที่มีกำไรและรายได้เติบโต อย่างแรกจะการปรับลดต้นทุนการตรวจสอบเครดิต ให้ประชาชนและผู้ประกอบการตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรได้ฟรี 2 ครั้งต่อปี
นอกจากนี้ จะขยายโครงการค้ำประกันสินเชื่อถาวร ต่อยอดจากโครงการ SMEs Credit Boost เป็นการปรับโครงสร้างกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ โดยใช้เงินสมทบจากธนาคารพาณิชย์ มาจัดตั้งเป็นระบบค้ำประกันถาวรระยะเวลา 5 ปี โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณรัฐบาล วางเป้าหมายปล่อยสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีปีละ 100,000 ล้านบาท เน้น 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้รีอินเวนท์ไทยแลนด์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2570
“ธปท. ได้ทดลองใช้กลไก Credit Boost ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยใช้เงินสมทบจากสถาบันการเงิน ซึ่งอัดฉีดสินเชื่อใหม่ไปได้แล้ว 80,000 ล้านบาท จากนี้จะนำไปสร้างเป็นกลไกค้ำประกันถาวรอายุ 5 ปี พร้อมปรับเงื่อนไข ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีได้ 100,000 ล้านบาทต่อปี” นายวิทัย กล่าว
ขณะเดียวกัน ธปท.ร่วมมือกับกระทรวงการคลังและสมาคมธนาคารไทย จัดทำ Data Exchange Bureau เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ค่าน้ำ ค่าไฟ ประวัติการชำระเงิน การโอนเงิน ช่วยให้กลุ่มผู้มีอาชีพอิสระ ค้าขายออนไลน์ หรือเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่ไม่มีสลิปเงินเดือน สามารถยืนยันตัวตนและสร้างโปรไฟล์รายได้เพื่อขอสินเชื่อได้สะดวกขึ้น คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ช่วงกลางถึงปลายปี 2570
ขณะที่ ในเดือนธ.ค.นี้ ธปท.เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มกลาง SME Credit Portal เพื่อแก้ปัญหาความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล ช่วยให้เอสเอ็มอีที่มีหลักประกันติดจำนองอยู่กับธนาคารเดิม สามารถนำหลักประกันไปยื่นขอสินเชื่อแข่งขันในตลาดกลางกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ได้ด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรมขึ้น
นายวิทัย ยังกล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ว่า กำลังส่งผลกระทบต่อการเติบโตจีดีพี และเพิ่มภาระหนี้ของประชาชน เนื่องจากต้องกู้ยืมเพื่อซ่อมแซมความเสียหาย ซึ่ง ธปท. กำลังประเมินตัวเลขความเสียหายอย่างละเอียด พร้อมประสานสถาบันการเงินทุกแห่งให้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่
“ยอมรับว่าน้ำท่วมคราวนี้ มีผลกระทบแน่นอน แต่อยู่ระหว่างการประเมิน และสถานการณ์ได้ทอดยาวกว่าที่เราคิดไว้ตอนแรกนิดนึง รวมทั้งวงอาจจะกว้างขึ้นกว่าที่เราคิดว่าแค่ในกรุงเทพฯ” ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ
ทั้งนี้ ธปท.คาดว่าจีดีพีปีนี้จะเติบโต 2.3% บวกลบ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่มีความกังวลเรื่องสงครามในเดือน มี.ค. จนบางสำนักประเมินว่าจะทรุดลงเหลือ 1.5% เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันถึง 60% และไม่มีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์แท้จริง แต่ภาคธุรกิจและประเทศสามารถปรับตัวได้ดีด้วยการลดใช้พลังงานและหาแหล่งน้ำมันใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครัวภูมิใจไทยเปิดอาหารเจฟรี 9 ต.ค.นี้ รับที่พรรคหรือสั่งผ่าน GrabFood ได้
พรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดบริการอาหารเจฟรีที่สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่ 9 ต.ค. เป็นต้นไป พร้อมให้ประชาชนรับอาหารที่พรรคหรือสั่งผ่าน GrabFood ถึงบ้าน ขณะที่ครั

