ยันจัดซื้อไวน์-แชมเปญ 'การบินไทย' มีฝ่ายกฏหมายตรวจสอบทุกขั้นตอน

เปิดที่มาจัดซื้อไวน์-แชมเปญ ‘การบินไทย’ โต้ข้อกล่าวหากระบวนการทุจริต ยันที่ผ่านมา ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ลงนามจัดซื้อ 7 แสนขวด วงเงินราว 180 ล้านบาท เพื่อให้บริการผู้โดยสารทุกระดับชั้นครอบคลุม 1 ปี อีกทั้งขั้นตอนจัดซื้อไวน์ เป็นข้อเสนอผ่านการพิจารณาจากฝ่ายกฎหมายตามระเบียบบริษัท

9 ต.ค. 2569 – แหล่งข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีหนึ่งในข้อกล่าวหากระบวนการทุจริตจัดซื้อไวน์ ที่เป็นผลทำให้คณะกรรมการ (บอร์ด) สั่งพักงาน นายชาย เอี่ยมศิริ พ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทยอย่างไม่มีกำหนด ยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อไวน์เพื่อให้บริการผู้โดยสาร ซึ่งเป็นการลงนามของนายชายเมื่อปี 2568 และมีผลในปี 2569 เป็นการดำเนินงานตามระเบียบบริษัท และผ่านการพิจารณาจากฝ่ายกฎหมายทุกขั้นตอน 

อย่างไรก็ตาม คำสั่งซื้อที่เป็นประเด็นข้อกล่าวหานั้น ระบุว่ากระทรวงการคลังตรวจพบว่า มีการทุจริตจัดซื้อไวน์ขึ้นไปให้บริการบนเครื่องบิน โดยล้วงลูกจากฝ่ายจัดซื้อ จำนวน 860,000 ขวด และซื้อในราคาสูงถึงขวดละกว่า 1,000 บาท โดยทำการจัดซื้อคราวเดียวจำนวนมาก รวมมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงเนื่องจากการจัดซื้อไวน์ของการบินไทยในช่วงที่ผ่านมา ทำคำสั่งซื้อเพียง 1 ปี จัดหาไวน์และแชมเปญรวมประมาณ 7 แสนขวด มูลค่าราว 180 ล้านบาท

“การจัดซื้อครั้งนี้เป็นการจัดหาทั้งไวน์และแชมเปญ เพื่อให้บริการผู้โดยสารทั้งชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ และชั้นหนึ่ง ซึ่งรองรับผู้โดยสารกว่า 10 ล้านคนต่อปี คิดเป็นปริมาณรวมกว่า 7 แสนขวด สำหรับใช้เป็นระยะเวลา 1 ปี ในปีงบประมาณ 2569 มีมูลค่ารวมของโครงการจัดหาไวน์และแชมเปญราว 180 ล้านบาท ไม่มีคำสั่งซื้อที่มีมูลค่า1,000 ล้านบาท ตามที่มีการนำเสนอข่าวออกมาก่อนหน้านี้” แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไวน์และแชมเปญ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การแข่งขันราคา ซึ่งใช้สำหรับการจัดหาแชมเปญที่มีหลายบริษัทร่วมเสนอราคา ขณะที่การจัดหาไวน์ ได้ดำเนินการแบบเฉพาะรายเนื่องจากการบินไทยเคยใช้บริการจัดหาไวน์จากไร่ผลิตไวน์นี้อยู่แล้ว ดำเนินการต่อเนื่องจากตั้งแต่สมัยประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทยในยุคก่อน และไวน์ยี่ห้อนี้มีราคาเหมาะสม รวมทั้งได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารเป็นอย่างดี ทำให้การบินไทยจึงมีการทำข้อเสนอจัดหาไวน์แบบเฉพาะราย

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ใช้วิธีจัดซื้อเฉพาะรายในส่วนของไวน์ เนื่องจากเป็นการขยายสัญญาต่อเนื่องจากสัญญาเดิมที่เริ่มจัดซื้อมาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งไวน์ที่การบินไทยนำมาให้บริการนั้นมีผลการประเมินความพึงพอใจของผู้โดยสารบนเที่ยวบินตอบรับในระดับที่ดีมาก ทำให้การบินไทยจึงมีข้อเสนอเพื่อขยายสัญญาการจัดหาไวน์กับผู้ประกอบการรายเดิม และฝ่ายบริหารจึงได้มีการเสนอการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ให้กับนายชายเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ 

“กระบวนการอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากทีมงานเฉพาะกิจหรือการตัดสินใจโดยดีดีเพียงลำพัง แต่ดำเนินการผ่านผู้เกี่ยวข้องตามลำดับชั้นขององค์กรรวมมากกว่า 10 คน มีคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนฝ่ายกฎหมายร่วมตรวจสอบความถูกต้องตามระเบียบองค์กรทุกขั้นตอน”แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาดำเนินงานสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ ฝ่ายจัดซื้อเป็นผู้พิจารณาเอกสารประกวดราคา (TOR) ในช่วงต้นเดือน ต.ค.2568 หลังจากนั้นได้เสนอให้ดีดีลงนามอนุมัติจัดซื้อในเดือน พ.ย. 2568 ก่อนจะเริ่มต้นสัญญาและนำเครื่องดื่มมาบริการผู้โดยสารในเดือน มี.ค.2569 โดยมีกรอบจัดซื้อจัดจ้างเป็นระยะเวลา 1 ปีขณะที่ปัจจุบันการบินไทยอยู่ระหว่างเตรียมจัดหาไวน์และแชมเปญเพื่อให้บริการผู้โดยสารในช่วงปี 2570 

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีการสั่งพักงาน นายชาย เอี่ยมศิริ พ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทยอย่างไม่มีกำหนด ขณะนี้ยังมีคำสั่งจากฝ่ายบริหาร ขอความร่วมมือพนักงานใช้ความระมัดระวังในการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และงดการโพสต์แสดงความคิดเห็น แชร์ หรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ หรือสร้างความเสียหายต่อบริษัทฯ ตลอดจนบุคคลที่3 และหน่วยงานภายนอก ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

ทั้งนี้ ขอให้ติดตามและเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และการสื่อสารจากช่องทางซึ่งเป็นทางการของบริษัทฯ เป็นหลัก เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถูกต้อง และเหมาะสม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง