‘พิพัฒน์’ เร่ง ทช.อัดงบปี 70 กว่า 4.58 หมื่นล้าน ลุยพัฒนา 77 จังหวัด

‘พิพัฒน์’ สั่งเร่งซ่อมถนนเสียหายจากอุทกภัย พร้อมเตรียมขอใช้งบกลางปรับปรุงถนนหลังน้ำลด ย้ำประเมินความเสียหายทั่วประเทศให้แม่นยำ ด้าน ทช. เดินหน้า 231 โครงการถนน ระยะทาง 587 กม. เร่งเชื่อมโครงข่ายคมนาคม กระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวทั่วไทย

10 ต.ค.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมทางหลวงชนบท(ทช.) ครบรอบ 24 ปี ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาส และการนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมาในส่วนของกรมทางหลวงชนบท ได้มุ่งมั่นเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อยกระดับและวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งของประเทศ บรรเทาความเดือดร้อนและรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิดครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภัยพิบัติ ทั้งภัยแล้ง วาตภัย และอัคคีภัย ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้มีการประชุมเตรียมพร้อมรับช่วงต่อจากภาคกลางแล้ว โดยทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมพร้อมเดินเคียงข้างประชาชนทุกคน กระทรวงฯ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าประเมินและซ่อมแซมทันทีเมื่อได้รับการรายงานจากจังหวัดหรือศูนย์ภัยพิบัติในพื้นที่ โดยงานซ่อมแซมฉุกเฉินจะดำเนินการทันทีเนื่องจากมีเครื่องจักรและวัสดุพร้อม ส่วนการซ่อมแซมถาวรจะต้องหารือเพื่อขออนุมัติงบกลางจากนายกรัฐมนตรีต่อไป ส่วนการประเมินมูลค่าความเสียหายรวมนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้ เนื่องจากต้องรอให้น้ำลดลงทั้งหมดในทุกพื้นที่ก่อน เพื่อให้แต่ละจังหวัดส่งข้อมูลกลับมาให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินอย่างถูกต้อง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมมุ่งหวังที่จะป้องกันและบรรเทาความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนและผู้เดินทางต้องเดือดร้อน โดยจะเร่งซ่อมแซมจุดที่ทำได้ทันทีโดยไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อหรือเรื้อรัง ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานพื้นที่ที่เสียหายมากที่สุด และเห็นว่าควรประเมินความเสียหายอย่างถูกต้องเพียงครั้งเดียวหลังผ่านพ้นฤดูฝนของภาคกลางและภาคตะวันตก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำก่อนเสนอขออนุมัติงบกลางจากนายกรัฐมนตรีในแต่ละภูมิภาค

ทั้งนี้ ในส่วนของนโยบายงบประมาณปี 2570 กระทรวงคมนาคมได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่วันเริ่มต้นปีงบประมาณ โดยโครงการเร่งด่วนที่ใช้ระยะเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี ให้เร่งจัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จสิ้น ส่วนโครงการที่มีผูกพันมากกว่า 1 ปี ให้จัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 2 ตามข้อสั่งการของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดกระแสเงินไหลเวียนสู่ผู้ประกอบการ และส่งผลให้เกิดการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของกระทรวงคมนาคมผ่านกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะกระจายไปครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งการดูแลการสัญจร ถนน สะพาน และแสงสว่างบนท้องถนน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกภูมิภาค

ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ปัจจุบัน ทช. มีโครงข่ายในความรับผิดชอบทั่วประเทศ จำนวน 3,662 สายทาง ระยะทางรวม 51,295.934 กิโลเมตร สำหรับปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านมา ทช.ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 52,963.2368 ล้านบาท สิ้นปีงบประมาณเบิกจ่ายไปแล้ว จำนวน 48,749.1416 ล้านบาท คิดเป็น 92.04%ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 ทั้งนี้ ยังมีภารกิจที่ ทช. ได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างเข้มข้น คือ โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) โดย ระยะที่ 1 (สมุทรสงคราม-ประจวบคีรีขันธ์-ระนอง-ชุมพร) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 514.616 กิโลเมตร ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ สำหรับระยะที่ 2 (ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา)

กรมทางหลวงชนบทได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 สำหรับการจ้างที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการของเส้นทางท่องเที่ยว ในส่วนของ ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) สมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ระยะทางรวม 83 กิโลเมตร นั้น ได้ทำการสำรวจออกแบบ/จัดทำรายงาน EIA แล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง และ ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (ตะนาวศรีคีรีพัฒน์) ระยะทางรวม 350 กิโลเมตร ได้ทำการสำรวจออกแบบ และผ่านการพิจารณาเล่มรายงาน EIA แล้ว โดยขณะนี้ ทช. ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว จำนวน 2 โครงการ รวมระยะทางราว 81 กิโลเมตร สำหรับ ระยะที่ 4 (สงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 155.680 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 และระยะที่ 5 เลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน (ระนอง-พังงา-ภูเก็ต-กระบี่-ตรัง-สตูล) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 600.268 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

ในปีงบประมาณปี 2570 ทช. ได้รับงบประมาณรวม 45,840.3570 ล้านบาท โดยการดำเนินงานแบ่งออกเป็น งานก่อสร้างถนนเพื่อยกระดับมาตรฐานชั้นทาง, ถนนเพื่อสนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่ และถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว จำนวน 231 โครงการ ระยะทางรวม 587.442 กิโลเมตร ถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค และถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง และเพื่อการพัฒนาถนนผังเมือง ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มีการก่อสร้างถนนและสะพาน จำนวน 12 โครงการ รวมถึง การก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ จำนวน 20 โครงการ ความยาวรวม 1,927 เมตร อีกทั้งยังมีงานบำรุงรักษาทาง จำนวน 913 แห่ง และงานอำนวยความปลอดภัย จำนวน 1,050 แห่ง โดย ทช. ยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนภารกิจทั้งหมดนี้ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ผลงานเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างสูงสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในภาคการคมนาคมขนส่งของประเทศ และให้ผู้ใช้ทางได้เดินทางอย่างเต็มศักยภาพ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ สั่งเตือนก่อนระบายน้ำ เลี่ยงปะทะคารมในพื้นที่ เผยโอนเงินเยียวยาแล้ว 48,600 ครัวเรือน

นายกฯ กำชับกรมชลประทานแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าก่อนระบายน้ำ ป้องกันความขัดแย้งซ้ำรอยฉะเชิงเท

'กรวีร์' หนุนเดินหน้า Mega Project คลองชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ผันน้ำออกทะเล กุญแจสำคัญลดความเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ระยะยาวที่หลายรัฐบาลได้ร่วมกันผลักดันและวางแผนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรัฐบาลชุดนี้ได้นำเข้าสู่การพิจารณาและผ่านมติ ครม.ในที่สุด

นายกฯ สั่งเร่งช่วยน้ำท่วม-รับมือฝนระลอกใหม่ จับตา 14 จังหวัดใต้!

นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. แม้วันหยุด กำชับเร่งระบายน้ำพื้นที่ตกค้าง ฟื้นฟูบ้านเรือน จัดการขยะ เฝ้าระวังโรคหลังน้ำลด พร้อมเร่งโอนเงินเยียวยาให้ประชาชนทันทีที่ได้รับรายชื่อจากจังหวัด เตือนภาคใต้ 14 จังหวัด รวมถึงเพชรบุรีและประจวบฯ เตรียมรับฝนระลอกใหม่ เผยบ่ายนี้นัดผู้ว่าฯ ภาคใต้ตอนล่างถกแผนเผชิญเหตุที่ปัตตานี

ชาวบ้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังระทม! น้ำเน่า-ปลิงชุม ผวาน้ำเหนือท่วมซ้ำ

ชัยนาทน้ำลดกว่า 70 ซม. แต่ชาวบ้านสรรพยายังเดือดร้อนหนัก น้ำท่วมขังเริ่มเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ปลิงชุกชุม ไม่กล้าขนของกลับบ้าน หวั่นน้ำ