
“แบงก์ชาติ” ลุ้นอานิสงส์เปิดประเทศกระทุ้งเชื่อมั่นฟื้น ห่วงติดเชื้อเพิ่ม แต่เชื่อบริหารจัดการได้ ฟันธงเศรษฐกิจพ้นจุดต่ำสุด เข้าสู่โหมดทยอยฟื้นตัว หลังรัฐปลดล็อกมาตรการคุมระบาด ช่วยหนุนภาคบริการ แรงงานย้ายถิ่น-เลิกจ้างลดลง
30 ต.ค. 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จะเห็นภาพการฟื้นตัวและความเชื่อมั่นต่าง ๆ กลับมา หลังจากที่ไทยมีการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. นี้ แม้อาจจะมีการติดเชื้อโควิด-19 ที่มากขึ้นบ้าง แต่เชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ ควบคู่กับการกระจายวัคซีนที่ทำได้ดี ช่วยให้ผู้ป่วยโควิด-19ขั้นรุนแรงไม่ได้เพิ่มสูง ทำให้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวและคาดว่าปี 2564 จะขยายตัวกรณีฐาน 0.7% แต่ได้ประเมินกรณีเลวร้ายหากมีความเสี่ยงโควิดระบาด อาจต่ำกว่า 0.7% โดยจะทบทวนประมาณการเศรษฐกิจและจำนวนนักท่องเที่ยวใหม่ในเดือนธ.ค. นี้
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะเข้าสู่โหมดของการฟื้นฟูภาคธุรกิจ โดย ธปท.ได้มีสินเชื่อฟื้นฟูไว้รองรับธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่อง และธปท. สนับสนุนปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงที่เริ่มฟื้นฟูมากขึ้น จากคนมีภาระหนี้ในช่วงโควิด-19 คนก็ควรเบาตัว ละเข้าสู่โหมดปรับโครงสร้างหนี้ ค่อย ๆ แบ่งเบาภาระหนี้ในอนาคต โดยเครื่องมือที่มีอยู่ยังช่วยเหลือได้ แต่ยังตอบไม่ได้ว่ามาตรการปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ อาจต้องดูหลายมาตรการร่วมกัน
“ธปท.ได้สอบถามผู้ประกอบการหลายแห่งในเดือน ต.ค. 2564 เห็นสัญญาณหลายธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ภาคการผลิตดีขึ้นตามกำลังซื้อที่ค่อย ๆ ปรับตัวดี ตามกิจกรรมเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว รวมทั้งภาคบริการที่รับผลบวกจากการผ่อนคลายควบคุมการระบาด และยังเห็นสัญญาณแรงงานย้ายถิ่นและเลิกจ้างลดลง เริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับเข้าพื้นที่อุตสาหกรรมบ้างแล้ว แต่ยังต้องติดตามความเปราะบางต่อเนื่อง เพราะยังมีจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 39 เพิ่มขึ้น สะท้อนคนตกงานยังไม่สามารถเข้าทำงานในระบบ” นางสาวชญาวดี กล่าว
นอกจากนี้ ในเดือนต.ค. 2564เห็นทิศทางเงินบาทกลับมาแข็งค่า หลังจากไทยเตรียมเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งเงินบาทในเดือนก.ย.อ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้น ด้านเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ย.กลับมาเพิ่มขึ้นจากสิ้นสุดมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปา และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศตามราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น โดยคาดเงินเฟ้อปี 2564 จะเข้าสู่กรอบล่าง 1%
สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือนก.ย. 2564หลังจากผ่อนคลายล็อกดาวน์และภาพรวมไตรมาสที่ 3 เริ่มดีขึ้นและเชื่อว่าจะเป็นจุดที่ต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยแล้ว และการส่งออกไทยทำได้ดีขึ้น ดุลการค้าเกินดุล การนำเข้าลดลง ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ย.ขาดดุลลดลงอยู่ที่ 1,300 ล้านดอลลาร์ ด้านเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนในเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในเกือบทุกหมวด จากการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด และการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้ามากขึ้นทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มปรับดีขึ้น, ผลของอุปสงค์คงค้างจากช่วงก่อนหน้า และมาตรการภาครัฐที่ยังช่วยพยุงกำลังซื้อของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน ทั้งหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะอุปสงค์ที่ฟื้นตัว และความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ดีขึ้น และหมวดก่อสร้างที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง หลังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดในพื้นที่ก่อสร้างตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. ส่วนมูลค่าการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นบ้างจากเดือนก่อนจากอุปสงค์ประเทศ คู่ค้าที่ฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศคลี่คลาย รวมทั้งภาคการผลิตของไทยที่กลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ทำให้การส่งออกสินค้าหลายหมวดปรับดีขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ยืนยันรับมือได้ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
นายกฯ ยอมรับไทยได้รับผลกระทบ สงครามตะวันออกกลาง เผยราคาน้ำมันสูงแต่ไม่มากนัก ชี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ยังรับมือได้ สำรองน้ำมัน-พลังเชื้อเพลิง ไว้แล้ว
ประธานสภาอุตฯ หวั่นสงครามตะวันออกกลางบานปลาย ทุบเศรษฐกิจไทยหนัก
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า ในการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรี ที่มีเป็นประธานจะหารือเกี่ยวกับเรื่องการหามาตรการรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
'รศ.ดร.สังศิต' ชี้โอกาส 'อนุทิน' จะได้เป็นรัฐบุรุษ!
รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
‘กรุงไทย’คาด GDP ปี 2569 เติบโต 1.8%
‘กรุงไทย’ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน SMEs จำเป็นต้องผ่าตัด ปรับโมเดลธุรกิจเจาะตลาดเฉพาะทางและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพลิกฟื้นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง Reinvent Thailand

