นายกฯ ยอมรับไทยได้รับผลกระทบ สงครามตะวันออกกลาง เผยราคาน้ำมันสูงแต่ไม่มากนัก ชี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ยังรับมือได้ สำรองน้ำมัน-พลังเชื้อเพลิง ไว้แล้ว
2 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงผลการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ตนได้มอบหมายให้รมว.คลังเชิญประชุมในส่วนกระทรวงและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ เพื่อจะให้ทุกฝ่ายได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รับทราบถึงแนวทางปัญหาในการรับมือ ซึ่งวันนี้เราได้ใช้เวลาประชุมกันพอสมควรและรับทราบมาว่าขณะนี้ผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นประเทศไทยของเรามีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่เราจะเร่งทำการรับมือและแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบที่มีความรุนแรง ก็จะพยายามใช้ทุกวิถีทางในการสร้างโอกาส
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยในทุกวิกฤตมันมีโอกาส เราพยายามจะสร้างโอกาสเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยให้มากที่สุด ซึ่งตนได้แจ้งให้ตัวแทนภาคเอกชน ประกอบด้วย ประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย รับทราบถึงสถานการณ์และได้รับฟังความคิดเห็น ข้อชี้แนะและแนวทางที่ทางภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการสนับสนุน เพราะฉะนั้นในภาพรวมตนได้หารือกับทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)และกระทรวงการคลังก่อนที่จะประชุม ว่าเราได้มีการประเมินว่าสถานการณ์ในปัจจุบันต้องถือว่ายังมีความไม่แน่นอน และถ้ามันเป็นเช่นนี้ มันก็จะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่างๆรวมถึงต้นทุนการขนส่งสินค้าและในเรื่องของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นในระยะหนึ่งแน่นอน แต่การผลิตน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกมันมีอยู่สูง ฉะนั้นในเรื่องราคาน่าจะมีผลกระทบ แต่ไม่มากนักและเราก็ได้รับทราบมาว่ากลุ่มผลิตน้ำมันองค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก(โอเปก)ได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของไทยในเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงาน ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้ มีการสำรองพลังงาน สำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และสำรองในเรื่องของพลังงานต่างๆไว้ในระดับที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนและไม่ให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและแรงงานไทยทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานมอบหมายให้สถานทูตฯในแต่ละประเทศได้อำนวยความสะดวก เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ให้มีความปลอดภัยให้สามารถดำรงชีวิตต่อได้ ถ้าเขาไม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่ถ้าเขามีความประสงค์เราก็จะดำเนินการให้การช่วยเหลือในทุกวิถีทาง ซึ่งทางรัฐบาลเองได้ประสานกับกระทรวงคมนาคมและฝ่ายกองทัพว่าถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจัดอากาศยานไปรับตัวพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอีหร่านกลับมาสู่ประเทศไทยเราได้เตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายกฯกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขอให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยเราไม่ได้อยู่นิ่งเฉย พยายามที่จะหาวิถีทางที่จะแก้ไขสถานการณ์ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อประชาชนชาวไทยและผู้ประกอบการชาวไทย ตลอดจนผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสิ่งที่เราได้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว และเพื่อให้เกิดผลจับต้องได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทส.ร่วมขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริฯ อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ 120 รูป ล่องเรือศึกษาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ '10 ปี แห่งการพัฒนาสายน้ำแห่งชีวิต'
โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ 120 รูป ล่องเรือศึกษาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อเรียนรู้คุณค่าสายน้ำและขับเคลื่อนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามหลักการทรงงาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"
เคาะโผ‘ตำรวจ’สะดุดตอ อาวุโสส่งหลายเก้าอี้ป่วน
“อนุทิน” เป็นประธาน ก.ตร.ถกโผนายพล 163 เก้าอี้เกือบ 4 ชม.
ทำการเมืองสกปรก ‘นภินทร’ซัดเดือด‘ไอติม-ยิ่งชีพ’/กกต.ลงมติคดีฮั้ว14ก.ย.
"นายกฯ" เตรียมนัด ครม.พรรคร่วมรัฐบาลดินเนอร์สัปดาห์หน้า บอกยังไม่เคาะวัน-สถานที่ ยิ้มปัดตอบปรับ ครม.เวลานี้หรือไม่
‘อนุทิน’หนุนทร. จัดหาอาวุธเพิ่ม เมินเขมรแจ้งจับ
"นายกฯ" ขึ้น “เรือหลวงจักรีนฤเบศร" ตรวจความพร้อมรบ “กองทัพเรือ” กลางทะเลอ่าวไทย ชมศักยภาพกำลังเรือฟริเกต
โยนกองทัพสอบยิงจากฮ. นย.ยันคุมพื้นที่5อำเภอได้
“นายกฯ" ยันไร้อำนาจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบปม ฮ. ยิงวัยรุ่นจะแนะ

