รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากหนุนอุตฯปั้นชุมชนดีพร้อม

โฆษกรัฐบาลเผย โครงการ “พัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม” ภายใต้กลไก 7 วิธี ปั้นชุมชนดีพร้อม ฝึกอาชีพนำร่องแล้ว 7 พื้นที่ 2,000 คน กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าขยายผลการดำเนินงาน เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายรัฐบาล

12 มิ.ย. 2565 – นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับการเร่งดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทุกภาคส่วน รวมทั้งเศรษฐกิจฐานรากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 กระทรวงอุตสาหกรรมได้รายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบถึงผลการดำเนินงานโครงการ “พัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม” ภายใต้กลไก 7 วิธี ปั้นชุมชนดีพร้อม ที่มีความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมฝึกอาชีพนำร่องไปแล้วใน 7 พื้นที่ ให้กับประชาชนรวม 2,000 คน ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรม Kick Off พัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม ไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ จังหวัดชลบุรี โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งขยายผลการดำเนินงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศต่อไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเกิดการชะลอตัวลง รวมทั้งยังส่งผลต่อการจ้างงานและรายได้ต่อครัวเรือนของประชาชนในประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากด้วยการดำเนินโครงการ “พัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม”ภายใต้กลไก 7 วิธี โดยได้นำนโยบายของนายกรัฐมนตรีมาแปลงสู่การปฏิบัติ ด้วยการพัฒนากลไกปั้นชุมชนดีพร้อม (DIPROM Community) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยต่อยอดภาคการท่องเที่ยวจากสถานการณ์ในปัจจุบัน มุ่งยกระดับไปสู่รูปแบบการดำเนินงานใหม่ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ด้วย 7 วิธี ปั้นชุมชนดีพร้อม ซึ่ง 1 ใน 7 คือ คนชุมชนดีพร้อม ได้เริ่มดำเนินโครงการ “พัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม” เพื่อเสริมทักษะในการประกอบธุรกิจ พึ่งพาตัวเองและมีอาชีพใหม่ สร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ กลับคืนสู่ชุมชน โดยมีการดำเนินกิจกรรมฝึกอาชีพนำร่องไปแล้วใน 7 พื้นที่ จำนวน 2,000 คน ได้แก่

1) จังหวัดสุโขทัย โดยการเพิ่มมูลค่าสินค้าในชุมชน โดยการสร้างอัตลักษณ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน

2) จังหวัดพิจิตร โดยเพิ่มมูลค่าและต่อยอดผลิตภัณฑ์และสมุนไพรในท้องถิ่น ให้ประชาชนมีรายได้เสริมในช่วงรอการเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน

3) จังหวัดนครสวรรค์ โดยการนำสิ่งของเหลือใช้มาผลิตเป็นของที่ระลึก หรือสินค้าที่แสดงถึงอัตลักษณ์ในชุมชน และการแปรรูปสมุนไพรที่พบในท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน

4) จังหวัดชัยนาท โดยการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าเพื่อต่อยอดในเชิงธุรกิจ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน

5) จังหวัดสงขลา โดยยกระดับองค์ความรู้ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้วยการทำตลาด Online ให้ยั่งยืน และการเพิ่มมูลค่าสินค้าจากอัตลักษณ์เมืองใต้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน

6) จังหวัดชลบุรี โดยการพัฒนาทักษะการผลิตผลิตภัณฑ์น้ำยาอเนกประสงค์และจักสานจากริบบิ้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คน และ

7) จังหวัดยะลา โดยมีการถ่ายทอดองค์ความรู้การทำตลาดออนไลน์ให้ยั่งยืนและการผลิตผลิตภัณฑ์แต่งกระเป๋าผ้า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 200 คน

“การดำเนินงานโครงการพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม ของกระทรวงอุตสาหกรรม มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งจะช่วยก่อให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการครองชีพ และความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้น และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เสมอภาค รวมทั้งมีส่วนในการผลักดันให้ภาคเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวกลับมาสู่ปกติ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยผลการดำเนินงานของโครงการฯ จะเป็นแนวทางในการขยายผลการดำเนินงานต่อไป” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลยกระดับรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ใช้ Risk Map ถึงหมู่บ้าน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยเน้นการรู้ความเสี่ยงล่วงห

รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

รัฐบาลตีปี๊บ! ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทะลุ 50 สัญญาณศก.ฟื้นตัว

'โฆษกรัฐบาล' ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทะลุระดับ 50 สะท้อนสัญญาณฟื้นตัว รบ.เดินหน้าดูแลค่าครองชีพ เร่งส่งออก ท่องเที่ยว และการลงทุนต่อเนื่อง

โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ สั่งสอบหาต้นเหตุข้อมูลรั่วไหล รับเป็นโอกาสยกระดับความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลภาครัฐทั้งระบบ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายใน ห

'อนุทิน 'เปิดทำเนียบต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 6–7 ส.ค.

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมห