
“โครงการคลองไทย”สะดุด สภาพัฒน์ไม่ยื้อศึกษาเพิ่มเติม ชี้ใช้งบมหาศาลไม่เหมาะสมกับการลงทุน ไม่คุ้มค่ากับสถานการณืปัจจุบัน ย้ำมีทางเลือกอื่นที่ลงทุนน้อยแต่ได้ประโยชน์เหมือนกัน เล็งนำข้อมูลผลศึกษาโครงการฯลงเว็ปไซต์เพื่อเผยแพร่ต่อไป
29 ส.ค. 2565 – นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงกรณีโครงการคลองไทย (คอคอดกระ)เนื่องจากผลการศึกษาพบว่าด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน การดำเนินการในส่วนของโครงการคลองไทย เมื่อพิจารณา แล้วระหว่างผลเสียด้านสิ่งแวดล้อม หรือว่าการลงทุนอื่นๆที่ผ่านมาและผลประโยชน์ที่ได้รับ อาจจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน โดยในส่วนของคลองไทย ไม่ใช่แต่ขุดคลองอย่างเดียว ต้องมีในส่วนของระบบอื่นๆ ต้องทำสะพานข้ามคลองในหลายๆจุด และต้องมีการปรับปรุงด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่นโครงข่ายถนน เป็นต้น
“ต้องใช้งบประมาณในการเวนคืนที่ดิน จัดหาที่ดินใหม่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง แล้วอีกอย่างเมื่อมีคลองไทยแล้ว แน่นอนว่าต้องถูกกดดันในแง่ของในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ก็จะมีผลด้วย ประเทศไทยก็คงไปอยู่ในจุดที่ต้องรับแรงกดดันด้วย เมื่อพิจารณาแล้ว เรื่องนี้อาจจะยังไม่คุ้มค่าที่จะดำเนินการ ซึ่งมองว่าเรามีทางเลือกอื่นที่จะทำในลักษณะที่เป็นการลงทุนที่น้อยกว่าแต่ได้ประโยชน์เหมือนกัน”นายดนุชา กล่าว
อย่างไรก็ตาม สศช.อยู่ระหว่านำข้อมูลสรุปสาระสำคัญและผลการศึกษาลงในเว็ปไซต์เพื่อเผยแพร่ต่อไป ซึ่ง สศช ยืนยันว่าจะไม่มีการเดินหน้าศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากผลการศึกษาเบื้องต้นที่ได้ดำเนินการไป ก็ชี้ให้เห็นในระดับหนึ่งแล้วว่าการทำคลองไทยในสถานการณ์ปัจุจบัน อาจจะไม่เหมาระสม และในอนาคตก็ไม่มีความเหมาะสมเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับโครงการคลองไทย หรือโครงการขุดคอคอดกระ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีการเสนอให้มีการศึกษาโครงการ และก่อสร้างมาหลายครั้ง รวมทั้งมีเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้านโครงการจากหลายฝ่าย โดยโครงการนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สศช.ลงไปศึกษาโครงการนี้มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 เนื่องจากเป็นโครงการคลองไทยซึ่งเป็นข้อเสนอจากพื้นที่ผ่านมายังกรรมาธิการศึกษาในสภาฯ แต่ในปี 2563 ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2564 สศช.ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ประมาณ 11 ล้านบาท ให้ลงไปศึกษาโครงการกำหนดระยะเวลาในการศึกษา 1 ปี โดยขอบเขตของการศึกษาเน้นที่การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะเส้นทางของคลองไทย 9 เอ จะผ่านจังหวัดสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรังและกระบี่ มีระยะทาง 135 กิโลเมตร คาดว่า จะช่วยย่นระยะทางการเดินเรือได้ 1,200 – 3,500 กิโลเมตร
แหล่งข่าว กล่าวว่าจากการประเมินว่าโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่เกิดขึ้นได้ยากไม่ว่าจะพิจารณาด้วยเหตุผลด้านใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางด้านงบประมาณที่จะต้องใช้การลงทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท เหตุผลทางวิศวกรรมที่การเดินเรือข้ามระหว่าง 2 ฝั่งมหาสมุทรในระยทางยาวกว่า 135 กิโลเมตร ทำได้ยากมากในทางปฏิบัติ และเหตุผลด้านความมั่นคง โดยผลการศึกษาที่ สศช.ได้จากพื้นที่จะช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายเกี่ยวกับโครงการนี้มีความชัดเจนมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทรัมป์' กดดัน 'นาโต้-จีน' ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้พันธมิตรนาโตและจีนช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบที่อิหร่านปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ผู้เล่นทางเศรษฐกิจรายใหญ่เริ่มปล่อยน้ำมันสำรองออกมาในวันจันทร์เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของอุปทาน
'ทนายนกเขา' กระทุ้งรบ.จัดการชาวยิวกว่า 4 แสนคนอยู่ในไทย หวั่นขยายพื้นที่ชิงชังอิสลาม
'นิติธร' จับตายิวกว่า 4 แสนคนอยู่ในไทย ยึดพื้นที่ ครอบครองเกาะส่อตั้งรกรากยาว จี้ รบ.อย่าอ้ำอึ้งรีบแจ้งให้กระจ่าง หวั่นระยะยาวลากไทยเข้าพัวพันสงครามอิหร่าน หวั่นสถานการณ์ภาคใต้จะรุนแรงขึ้น เพื่อขยายพื้นที่ชิงชังอิสลาม
'ผศ.ดร.นพดล' ออกบทความจากฮอร์มุซสู่ไทยชี้ต้องเป็นผู้เล่นที่กำหนดกติกา!
ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตที่ปรึกษาศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
'ดร.สุวิทย์' แนะจัดทัพ ครม. อนุทิน 2.0 ฝ่าโลกระส่ำ ต้องจัดตาม 4 คลัสเตอร์เชิงยุทธศาสตร์
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง จัดทัพ ครม. อนุทิน 2.0 ฝ่าโลกระส่ำ มีเนื้อหาดังนี้
'ยุทธพร' วิเคราะห์ยุทธศาสตร์อนุทิน รับมือวิกฤตตะวันออก-กลาง เน้นเป็นกลาง รักษาดุลการทูต
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์บทบาทของนายกรัฐมนตรีไทย ต่อสถานการณ์ความขั
‘สศช.‘ห่วงจ้างงานหดตัวหนี้เสียพุ่ง
‘สภาพัฒน์’เผยไตรมาส4/68 ว่างงาน 2.8 แสนคน จ้างงานหดตัว หนี้ครัวเรือนลดแต่ NPL พุ่ง แนะเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน รับมือ AI ชี้’ทรัมป์‘ขึ้นภาษีสหรัฐฯ 15% สร้างสนามแข่งขันเท่าเทียมในระดับเดียวกันทั่วโลก

