
‘กรมทางหลวง’เดินหน้าเร่งสำรวจและออกแบบ ทล. 4 ถนนเพชรเกษม ช่วง ‘เขาหลัก – ลำแก่น’ จ.พังงา เชื่อมอ่าวไทย – อันดามัน หนุนแลนด์บริดจ์ รองรับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้
15 ก.ย.2565 – นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมได้มอบนโยบายผลักดันให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบเพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้และด้านการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคกระตุ้นความเจริญทางด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนยุทธศาสตร์ของกรมทางหลวงด้านการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ
ทั้งนี้เพื่อ ยกระดับความปลอดภัยในการสัญจร และพัฒนาคุณภาพการให้บริการของระบบทางหลวง จึงได้เร่งรัดให้กรมทางหลวงดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบขยายทางหลวงจากขนาด 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 4 ตอน (ถนนเพชรเกษม) เขาหลัก – ลำแก่น ในพื้นที่จังหวัดพังงา
นายสราวุธ กล่าวว่า กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบขานรับนโยบายดังกล่าว จึงเร่งดำเนินการโครงการสำรวจและออกแบบเพื่อขยายทางหลวงหมายเลข 4 ตอน เขาหลัก – ลำแก่น ให้มีขนาด 4 ช่องจราจร เนื่องจากสภาพเส้นทางเดิมเป็นทางลาดยางขนาด 2 ช่องจราจร แนวเส้นทางจะลัดเลาะคดเคี้ยวตามขอบภูเขาทำให้การเดินทางและภาคการขนส่งสินค้าไม่ได้รับความสะดวกและมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
ทั้งนี้กรมทางหลวงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงดำเนินโครงการออกแบบขยายทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ตอน เขาหลัก – ลำแก่น โดยมีจุดเริ่มต้นที่ กม. 796+900 พื้นที่ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จากนั้นแนวเส้นทางผ่านแยก ซอยนางทอง ศาลเจ้าพ่อเขาหลัก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก – ลำรู่ และจุดสิ้นสุดโครงการบนทางหลวงหมายเลข 4 ที่ กม. 802+900 ในพื้นที่ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
รวมระยะทางทั้งสิ้น 6 กิโลเมตร ครอบคลุม 2 อำเภอ 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า และตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ใช้วงเงินงบประมาณในการก่อสร้างโครงการประมาณ 500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2568 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ซึ่งมีรูปแบบการพัฒนาโครงการ 2 รูปแบบดังนี้
รูปแบบที่ 1 ช่วง กม.796+000.000 – กม.798+100 ดำเนินการออกแบบปรับปรุงทางหลวงขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับทิศทางละ 3 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.50 เมตร มีเกาะกลางแบบยกปูด้วยแผ่นคอนกรีตเพื่อแบ่งแยกทิศทางการจราจรและจัดระบบการจราจรท้องถิ่นให้สมบูรณ์และปลอดภัย
รูปแบบที่ 2 ตำบล ช่วง กม.798+100 – กม.798+900 และ กม.799+800 – กม.802+900 โดยบริเวณพื้นที่ภูเขาออกแบบขยายทางหลวงเดิมขนาด 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร (ไป – กลับ ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.50 เมตร เกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต (Concrete Barrier) พร้อมทางเดินเท้าจากบ้านบางหลาโอนถึงบ้านเขาหลัก
สำหรับช่วง กม.798+900 – กม.799+800 ระยะทาง 0.900 กิโลเมตร ช่วงนี้ผ่านภูมิประเทศภูเขาสูงชันและคดเคี้ยว การออกแบบแนวเส้นทางช่วงบริเวณนี้ จึงออกแบบเป็นทางหลวงต่างระดับกันระหว่างคันทางด้านซ้ายทางและคันทางด้านขวา โดยคันทางด้านขวาจะใช้ระดับถนนเดิมเป็นการปรับปรุงผิวจราจรเดิมในทิศทางลงจากภูเขา และก่อสร้างคันทางใหม่ด้านซ้ายทางในทิศทางขึ้นภูเขา
ทั้งนี้ โดยจะมีระดับก่อสร้างต่างจากคันทางเดิม 1.00 – 8.00 เมตร เพื่อให้ระดับถนนใหม่พ้นจากการตัดภูเขา ด้วยพื้นที่เขตทางจำกัด 40 เมตร เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา จึงได้ออกแบบโดยใช้กำแพงป้องกันดินแนวดิ่ง (MSE Wall) กั้นดินบริเวณลาดชัน แทนการถมลาดคันทาง และเพื่อการเสริมกำลังดินเดิมและเสริมโครงสร้างกำแพงกันดิน เสริมความแข็งแรงสร้างเสถียรภาพและป้องกันการถล่มของดิน อีกทั้งช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรูปแบบทางหลวงเป็นการออกแบบขยายทางหลวงเดิมขนาด 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร (ไป – กลับ ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.50 เมตร
แนวเส้นทางโครงการมีทางแยก 1 แห่ง คือ แยกซอยนางทองที่ กม. 797+054 ออกแบบปรับปรุงเป็นทางแยกแบบควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร ทั้งนี้เส้นทางโครงการมีบางช่วงที่ตัดผ่านย่านชุมชนและทางหลวงท้องถิ่นจึงได้ออกแบบจัดการจราจรและจุดกลับรถออกเป็น 4 รูปแบบประกอบด้วยดังนี้
รูปแบบจุดกลับรถระดับพื้นราบจำนวน 2 แห่งคือ กม. 796+892 และ กม. 797+222 เป็นจุดกลับรถแบบเปิดเกาะกลางบริเวณด้านหัวและด้านท้ายแยกซอยนางทอง และ กม. 801+870 จุดกลับรถแบบเปิดเกาะบริเวณบ้านเขาหลักเพื่อรองรับรถที่จะเลี้ยวรถเข้าซอยเขาหลัก
รูปแบบสะพานทางลอดสำหรับกลับรถ จำนวน 3 แห่ง 1) กม. 798+090.000 ความสูงช่องลอด 2.50 เมตร 2) กม. 800+330.000 บริเวณบ้านหาดเล็ก ความสูงช่องลอด 5.50 เมตร และ 3) กม. 800+047.500 ความสูงช่องลอด 5.50 เมตร
รูปแบบจุดกลับรถใต้สะพานข้าม กม.801+599.000 คลองเขาหลัก ความสูงช่องลอด 2 เมตร นอกจากนี้บริเวณบ้านบางหลาโอนได้ออกแบบทางลอดคนเดินให้นักท่องเที่ยว
รูปแบบทางข้ามสำหรับคนเดินจำนวน 3 แห่งคือ กม. 797+000 กม.797+445 และ กม. 797+670 เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและประชาชนที่อยู่บริเวณบริเวณย่านชุมชนของบ้านบางหลาโอน ระยะทาง 1.20 กิโลเมตร โดยทางลอดมีความกว้าง 2.40 เมตร และสูง 2.20 เมตร เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินลอดใต้ทางลอดข้ามถนนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
ทั้งนี้เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยยกระดับการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับมาตรฐานของโครงข่ายทางหลวงสาย ระนอง – พังงา – ภูเก็ต เพื่อให้สามารถรองรับการคมนาคมขนส่งได้อย่างเพียงพอใน 20 ปีข้างหน้า สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และสอดรับกับวิถีของชุมชน เพื่อให้ประชาชนและและภาคขนส่งในพื้นที่ภาคใต้เดินทางด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
นอกจากนี้ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (พ.ศ. 2566 – พ.ศ. 2570) รวมทั้งสอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดระนองตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Dorridor : SEC) และเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์หรือสะพานระเบียงเศรษฐกิจ) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคและประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปปท.เขต 8 เกาะติดสระว่ายน้ำทิ้งร้าง 'ท่องเที่ยวฯพังงา'
ปปท.เขต 8 นำหน่วยงานภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ติดตามประเด็นสระว่ายน้ำทิ้งร้าง ในสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา หลังชาวบ้านร้องเรียน
ระทึกข้ามคืน! มือปืนยิงชาย 64 ดับหน้าบ้าน ถูกปิดล้อมเจรจา ก่อนปลิดชีพตัวเอง
คดีสะเทือนขวัญเมืองพังงา หลังชายวัย 50 ปีใช้อาวุธปืนยิงชาย 64 ปีเสียชีวิต ก่อนหลบหนีขึ้นเขา ทิ้งรถ จยย. กลางทาง เจ้าหน้าที่ สถานีตำรวจ
ชมความงาม 'บัวศรีพังงา' ผุดดอกสะพรั่งกลางผืนป่า
อุทยานฯ ศรีพังงา เชิญชวนนักท่องเที่ยวชมความงาม “บัวศรีพังงา” ออกดอกสะพรั่งกลางผืนป่า
เลือกตั้ง อบต. พังงาสุดคึก! ล้มแชมป์เก่าหลายตำบล แพ้โหวตโน 1 ราย
สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพังงา ได้รายงานผลการเลือกตั้งนายก อบต. ในทุกอำเภออย่างไม่เป็นทางการ

