คลื่นลมสงบ สถานการณ์การเมืองเป็นปกติ ขณะที่เสียงฝั่งรัฐบาลมีเสถียรภาพ โหวต ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ เทอม 2 วันที่ 19 มีนาคมนี้ ไม่มีอะไรในกอไผ่ให้ต้องลุ้น ให้ต้องตื่นเต้น
เต็มที่มีแค่เกมในสภาจากฝ่ายค้าน แต่ก็เป็นแค่การ ‘ดึงเวลา’ จากที่ต้องโหวตเสร็จเร็ว เป็นเสร็จช้าแค่นั้น ไม่มีอะไรเป็นปัจจัยให้เกิดการพลิกคว่ำพลิกหงาย
ขุมกำลังฝ่ายค้าน นอกจากไม่มีเอกภาพ ยังไม่มีแรงเพียงพอจะเปลี่ยนชื่อนายกฯ จาก ‘อนุทิน’ เป็น ‘เท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชนได้
ดูจากการโหวตประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมาได้ พรรคประชาชนไปทาง พรรคประชาธิปัตย์ไปทาง หรือแม้แต่พรรคกล้าธรรมที่หลายฝ่ายคาดการณ์จะเป็นฝ่ายแค้นยังไปคนละโทนกับพรรคสีส้ม
หลังจากนี้อยู่แค่จะใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะมี ‘ครม.อนุทิน 2’ ที่มีอำนาจเต็มมาบริหารประเทศ
ดูจาก บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมาย ฉายไทม์ไลน์ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันอังคาร หลังจากโหวตนายกฯ วันที่ 19 มี.ค.เสร็จ จะมีการนำรายชื่อนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกฯ แล้ว จะมีการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติรัฐมนตรี เสร็จแล้วนายกฯ จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
หลังจากโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่แล้ว นายกฯ จะนำ ครม.เข้าถวายสัตย์ฯ และต้องเข้าแถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน ‘บวรศักดิ์’ คาดการณ์ว่า จะได้ ครม.ชุดใหม่ช่วงวันที่ 10-11 เม.ย. หรือ อย่างช้าไม่เกินวันที่ 16 เม.ย.นี้
อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ‘บวรศักดิ์’ ได้ชี้ช่องขึ้น ‘ทางด่วน’ เพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเอาไว้ เพื่อมาจัดการวิกฤต โดยใช้มาตรา 161 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ
ทางนี้แม้ ‘บวรศักดิ์’ จะชี้ทางเอาไว้ แต่ดูแล้วไม่มีใครซื้อ เพราะไม่กล้าเสี่ยง เนื่องจากไม่เคยมีใครทำมาก่อน และค่อนข้างละเอียดอ่อน
สถานการณ์วันนี้ ‘อนุทิน’ ยังเดินตามไทม์ไลน์ปกติได้ และดูจะไม่ช้าหากดูระยะเวลาในขั้นตอนของ ‘ประธานสภาผู้แทนราษฎร’ เมื่อสัปดาห์ก่อน
ขณะที่ขั้นตอนการตั้ง ครม. ดูจะนิ่งมาพักใหญ่ๆ รายชื่อที่ออกมาตามหน้าสื่อ เป็นไปตามนั้น 90% ไม่ว่าจะเป็นของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล รวมถึงพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมอื่นๆ
มีแค่ขั้นตอนตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติรัฐมนตรี ที่รอ 18 หน่วยงานรีเช็ก ซึ่งไม่น่าจะนานมากเหมือนครั้งก่อนๆ เพราะหน่วยสแกนเบื้องต้น ดูคร่าวๆ ไปแล้วตามรายชื่อที่เปิดเผยผ่านสื่อออกมา
ส่วนสถานการณ์ด้านพลังงานวันนี้ ว่ากันตามเนื้อผ้ามีผลกระทบ แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤตจัดการไม่ได้ ความชุลมุนที่เกิดขึ้น มาจากความตื่นตระหนกของประชาชน ประกอบกับการบริหารจัดการและการสื่อสารที่ไม่ดีของรัฐบาล
ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้ ‘ทางด่วน’ หรือ ‘ช่องทางพิเศษ’ แต่อย่างใด
แต่ถึงกระนั้น โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลรักษาการและรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา วันนี้คือ เรื่อง ‘พลังงาน’ และ ‘ราคาสินค้า’ ที่ต้องจัดการแก้ไขปัญหาให้ได้
วันนี้หลายฝ่ายกำลังโฟกัส ‘มืออาชีพ’ ของค่ายสีน้ำเงิน จะเก่งจริงดังโฆษณาสรรพคุณตอนเลือกตั้งหรือไม่ ให้เอาเรื่องการรับมือวิกฤตพลังงานครั้งนี้เป็นบททดสอบแรกเลย ไม่ว่าจะเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ 2 เดือน ที่หอมหวาน ยังไม่มีโจทย์หนักๆ ให้รับมือและแก้สมการ แต่ตอนนี้ ‘ของจริง’ จะเอาอยู่หรือไม่ จะอ้างได้รับผลกระทบกันทั่วโลก ประชาชนฟังไม่ขึ้น เพราะคนมีกึ๋นมันวัดกันที่ ‘วิธีรับมือปัญหา’ และ ‘การบริหารจัดการปัญหา’ ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะโฟกัสเรื่องพลังงานอย่างเดียวก็ไม่ได้ ในภาวะแบบนี้ จะยังเป็นการวัดฝีมือการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือการลดภาระค่าครองชีพประชาชนว่า จะมีไม้เด็ดออกมาอย่างไร
นอกจากนี้ หลายๆ โครงการที่หาเสียงไว้จะถูกทวงถามหลังจากมีอำนาจเต็ม ทั้งคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์แบบนี้ ตลอดจนเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 ที่รับปากไว้ว่าจะทำทันทีอีกด้วย โดนทวงแน่นอน
ยังไม่รวมเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติชั้นแรกมาได้ ต่อให้สถานการณ์ไม่เหมาะสม แต่ก็ต้องเดินหน้าลุย เพราะเป็นไฟต์บังคับ
ครม.อนุทิน 2 ไม่มีเวลา ‘ฮันนีมูน’ แต่ต้องเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาทันทีหลายเรื่อง
งานนี้อยู่ที่เรื่องการรับมือปัญหาพลังงานว่า จะทำได้ดีแค่ไหน อาจตะกุกตะกักในช่วงชุลมุน แต่ถ้าหลังจากนี้จัดการได้ดี กระแสโจมตีจะค่อยๆ เบาลงไปเอง
แต่ถ้าย่ำแย่ไปกว่าเก่า จัดการวิกฤตไม่ได้ ก็ส่งผลต่อการที่จะดำเนินการเรื่องอื่นๆ ในสเต็ปต่อไปเหมือนกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
‘Forex’คดีพิเศษ ภาวุธโต้แค่เทรด ไอซ์ไม่กลัวเนวิน
“อนุทิน” ชื่นมื่นร่วมโต๊ะกินข้าว รมต.พท. ด้านอธิบดีดีเอสไอรับฟอเร็กซ์เป็นคดีพิเศษ “ภาวุธ” เคลื่อนไหวออนไลน์เป็นแค่นักเทรด
โละทั้งยวง‘ขรก.โกง’ อนุทินสั่งมท.7วันสรุป/2อดีตรมช.ปัดพันคลิปส่วย
“นายกฯ” ถกปมทุจริตโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น สั่ง “มหาดไทย”
เคาะงบ70-โอนงบ-ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า
ครม.ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.งบฯ 72 คน

