พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 5.55 % คาดทั้งปีตัวเลขแตะ 6%

“พาณิชย์”เผยเงินเฟ้อเดือนพ.ย.65 เพิ่มขึ้น 5.55% ชะลอตัวลง 3 เดือนติดต่อกัน ตามการลดลงของราคากลุ่มอาหาร ที่เริ่มปรับลดลง ส่วนยอดรวม 11 เดือน เพิ่ม 6.10% ใกล้เคียงที่ประเมิน คาดแนวโน้มเดือนธ.ค. จะทรงตัวใกล้เคียงเดือนพ.ย. ส่วนทั้งปีอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5.5-6.5% ค่ากลาง 6.0%

7 ธ.ค. 2565 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนพ.ย.2565 เท่ากับ 107.92 เทียบกับต.ค.2565 ลดลง 0.13% เทียบกับเดือนพ.ย.2564 เพิ่มขึ้น 5.55% เป็นการชะลอตัวลง 3 เดือนติดต่อกัน หลังจากเคยขึ้นไปสูงสุดเมื่อเดือนส.ค.2565 ที่ 7.86% จากนั้นเดือนก.ย.2565 ชะลอตัวลงเป็นเดือนแรก เหลือเพิ่ม 6.41% และต่อมาเดือนต.ค.2565 ลงอีกเหลือเพิ่ม 5.98% ซึ่งเป็นการลดลงตามการชะลอตัวของสินค้าในกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์ และเครื่องประกอบอาหาร และได้รับผลดีจากมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าที่สมดุลของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเงินเฟ้อรวม 11 เดือนของปี 2565 (ม.ค.-พ.ย.) อยู่ที่ 6.10% ซึ่งใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้

สำหรับเงินเฟ้อเดือนพ.ย.2565 ที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม 8.40% โดย ผลไม้ เนื้อสุกร และไก่สด ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น ความต้องการในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ราคาชะลอตัวลง แต่ก็ยังเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง เครื่องประกอบอาหาร เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารบริโภคในบ้าน นอกบ้าน ราคาเพิ่มขึ้น ส่วนสินค้าหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 3.59% ตามการสูงขึ้นของสินค้ากลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม รวมทั้งค่าโดยสารสาธารณะ ขณะที่สินค้าทำความสะอาด เช่น ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาล้างจาน ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย

ทั้งนี้ ในส่วนของเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 0.13% เมื่อเทียบกับต.ค.2565 และเพิ่,มขึ้น 3.22% เมื่อเทียบกับพ.ย.2564 และเฉลี่ย 11 เดือน เพิ่ม 2.44%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนธ.ค.2565 คาดว่าจะยังขยายตัวในระดับที่ใกล้เคียงกับเดือนพ.ย.2565 เนื่องจากราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม สินค้ากลุ่มอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ และผลิตภัณฑ์นม และอาหารสำเร็จรูป และค่าโดยสารสาธารณะ จะยังมีราคาสูง เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.2564 รวมทั้งความต้องการบริโภคในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรบางชนิดที่มีมากกว่าปีที่ผ่านมา มาตรการดูแลค่าครองชีพของภาครัฐ แนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท และการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่จะเป็นปัจจัยที่อาจลดทอนอัตราเงินเฟ้อลงได้ ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2565 อยู่ที่ระหว่าง 5.5-6.5% มีค่ากลางอยู่ที่ 6.0% ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DITP แนะเทรนด์แฟชั่นสิงคโปร์ ปี 67 ก่อนวางแผนผลิตสินค้าส่งออกไปขาย

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยเทรนด์แฟชั่นสิงคโปร์ ปี 67 ผู้บริโภคสนใจสินค้าทำจากวัสดุเหลือใช้ แนวสตรีท สินค้าไม่ระบุเพศ ผ้าโปร่งสีขาว กางเกงยีนส์เอาต่ำ-สูง ผ้าลายดอก กระเป๋าทำจากวัสดุรีไซเคิล แนะผู้ส่งออกไทยศึกษาและวางแผนผลิตสินค้าไปขาย