รัฐบาลขยายศักยภาพโครงข่ายขนส่งทางอากาศในท่าอากาศยานหลักสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา ภูเก็ต รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมวางนโยบายการบินพลเรือนปี 65-80
09 ก.พ.2566 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัวหลังโควิด19 และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) คาดว่าจำนวนจะกลับไปเท่ากับปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดได้ในปี 2567 แต่รัฐบาลยังคงเร่งขับเคลื่อนการลงทุนในโครงการขยายศักยภาพของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (International Airport) หลักๆ ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้า-ออกจำนวนมาก เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และอู่ตะเภา ตามแผนงาน
“ช่วงก่อนมีโควิด 19 ท่าอากาศยานแต่ละแห่งรองรับผู้โดยสารเกินศักยภาพอยู่มากทั้งสุวรรณภูมิ ดอนเมืองและภูเก็ต และตามคาดการณ์ของ กพท.ในปีหน้าจำนวนนักท่องเที่ยวก็จะกลับไปเท่ากับช่วงก่อนมีโควิด19 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการขยายศักยภาพท่าอากาศยานระหว่างประเทศต่อเนื่อง และมีเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางอากาศให้สามารถรองรับผู้เดินทางตามประมาณการของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่คาดว่าจะมีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยแตะ 200 ล้านคนต่อปีในปี 2574” น.ส.ไตรศุลีกล่าว
น.ส.ไตรศุลี กล่าวต่อว่า โครงการขยายศักยภาพท่าอากาศยานระหว่างประเทศของรัฐบาลมีดังนี้ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 ประกอบไปด้วยการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระทรวงคมนาคมมีกำหนดจะเปิดให้บริการในปี 2566 นี้ ซึ่งอาคาร SAT-1 จะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนต่อปีจากปัจจุบัน 45 ล้านคนต่อปี การพัฒนาทางวิ่งเส้นที่3 ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จปี 2567 จะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีศักยภาพรองรับเที่ยวบินเป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากปัจจุบัน 2 ทางวิ่งรองรับได้อยู่ 68 เที่ยวบิน/ชั่วโมง
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ได้รับอนุมัติจาก ครม. ไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2565 ดำเนินการก่อสร้างระหว่างปี 2566-72 ประกอบด้วยการก่อสร้างหลายส่วน อาทิ อาคารผู้โดยสารหลังที่3 อาคารเทียบเครื่อง ทางขับ หลุมจอด คลังสินค้า ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านงานสนับสนุน เช่น อาคารจอดรถ อาคารสำนักงาน ถนนภายในท่าอากาศยาน อาคารบำรุงรักษาและพื้นที่พักขยะ ระบบระบายน้ำ อาคารดับเพลิงและกู้ภัย เป็นต้น โดยโครงการนี้จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 40 ล้านคน จากปัจจุบันรองรับได้ 30 ล้านคน
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีแผนการพัฒนารวม 4 ระยะ โดยจะสิ้นสุดระยะที่ 4 ที่รองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนต่อปี ในปี 2598 สำหรับระยะที่ 1 ที่มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2567 จะรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 15.9 ล้านคน และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 เพื่อขยายขีดความสามารถให้รองรับผู้โดยสารจากเดิม 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี ประกอบไปด้วยการขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขยายหลุมจอดอากาศยาน ลานจอด รวมถึงขีดความสามารถของระบบสาธารณูปโภค ขณะนี้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) อยู่ระหว่างเตรียมจ้างที่ปรึกษาเพื่อออกแบบรายละเอียดโครงการ
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลยังได้จัดทำนโยบายด้านการบินพลเรือนของประเทศ พ.ศ. 2565-2580 เพื่อกรอบในการจัดทำแผนด้านการบินพลเรือนของประเทศที่มีประสิทธิภาพ เกิดการบูรณาการการทำงานของหน่วยงาน นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการบินของประเทศ โดยร่างนโยบายได้ผ่านการอนุมัติจาก ครม. เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2566 ประกอบด้วยนโยบาย 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจการบิน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านมาตรฐานการบิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์
รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย
ข่าวดี! สิงคโปร์แอร์ไลน์รับสมัครสาวไทย 100 อัตรา
โอกาสมาถึงแล้ว เปิดรับสมัครหญิงไทย ทำงานพนักงานต้อนรับสายการบิน Singapore Airlines Limited จำนวน 100 อัตรา เงินเดือน 3.8 หมื่น เริ่มสมัคร 16 ก.พ.
'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา
รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท
11-12 ก.พ.'กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก' เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5
ศกพ.แจ้งเตือน กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น 11–12 ก.พ. 2569 จากอิทธิพลลมตะวันออกและหมอกควันข้ามแดน
รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!
รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ
ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI
'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี

