
เปิดโครงการลงทุนขนส่งทางน้ำ รัฐบาลลุยเติมศักยภาพแข่งขันการค้าระหว่างประเทศ หนุนภาคท่องเที่ยว พร้อมอำนวยความสะดวกเพิ่มความปลอดภัยการเดินทางของประชาชน
20 ก.พ.2566-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเกือบ 4 ปีที่ผ่านมาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ เป็นหนึ่งในระบบคมนาคมที่รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญและเร่งรัดลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ทั้งด้านการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการเดินทางของประชาชน เติมเต็มระบบขนส่งภาพรวมของประเทศให้สมบูรณ์ ซึ่งการลงทุนด้านคมนาคมที่ต่อเนื่องได้ส่งผลให้อันดับดัชนีประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ (Logistic Performance Index : LPI) จากการจัดอันดับของธนาคารโลกของไทยล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 32 จาก 167 ประเทศทั่วโลก เทียบกับการจัดอันดับครั้งก่อนหน้าในปี 59 ที่ไทยอยู่อันดับที่ 45
ปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างการลงทุนโครงข่ายการขนส่งทางน้ำขนาดใหญ่หลายโครงการ ซึ่งในส่วนสนับสนุนภาคการค้าและอุตสาหกรรม ประกอบด้วย โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ในพื้นที่อีอีซี มูลค่าการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน 6.4 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบเหลวสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี แบ่งการลงทุนเป็น 2 ช่วง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาช่วงที่1 ซึ่งเป็นงานโครงสร้างพื้นฐาน และคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนสำหรับช่วงที่2
นอกจากนี้ในอีอีซียังอยู่ระหว่างพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มูลค่าลงทุน 1.14 แสนล้านบาท ร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนเช่นกัน ถือเป็นโครงการใหญ่ที่จะเพิ่มศักยภาพการนำเข้า-ส่งออกทางเรือของประเทศไทย โดยเมื่อพัฒนาโครงการเสร็จสิ้นจะสามารถรองรับตู้สินค้าได้ถึง 18.10 ล้านTEUs จากเดิม 11.10 ล้านTEUs ส่วนท่าเรือเพื่อการค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ มีโครงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพฝั่งตะวันตกเป็นท่าเรืออัตโนมัติ (Automated Container Terminal) เพื่อบริหารจัดการลานวางตู้สินค้าให้ได้เต็มประสิทธิภาพ
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ด้านการพัฒนาเส้นทางเดินเรือเพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและเพิ่มทางเลือกการเดินทางจากภาคตะวันออกไปยังภาคใต้ของประชาชน กระทรวงคมนาคมได้ร่วมกับภาคเอกชนเปิดให้บริการเรือ RoRo Ferry เส้นทางสัตหีบ-เกาะสมุย
ส่วนการสนับสนุนการเดินทางของประชาชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีลงทุนตามแผนพัฒนาท่าเรือสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 29 แห่ง เพื่อเพิ่มความสะดวก ปลอดภัยทางน้ำและพัฒนาเป็นท่าเรืออัจฉริยะเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นอย่างรถและรางอย่างไร้รอยต่อ ซึ่ง ณ สิ้นปี 65 ดำเนินการเสร็จไปแล้ว 8 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือกรมเจ้าท่า,ท่าเรือสะพานพุทธ,ท่าเรือนนทบุรี, ท่าเรือท่าช้าง, ท่าเรือสาทร, ท่าเรือพายัพ, ท่าเรือราชินีและท่าเรือบางโพ ในปี 66 จะพัฒนาเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือท่าเตียน ท่าเรือพระราม 7 และท่าเรือเกียกกาย
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระบบขนส่งทางน้ำ โดยผลักดันให้มีการนำเรือโดยสารไฟฟ้ามาให้บริการทั้งในการขนส่งทางทะเล ในแม่น้ำ และลำคลอง ซึ่ง ณ ปี 65 มีเรือให้บริการทั้งหมด 51 ลำ และจะเพิ่มเป็น 69 ลำ ในปี 2566
“ในปี 2566 รัฐบาลยังคงสานต่อการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำหลายโครงการ ทั้งที่อยู่ระหว่างการลงทุนต้องขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผนงาน ริเริ่มโครงการใหม่ เช่น การจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาท่าเรือสำราญ (Marina) ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย การศึกษาความเป็นไปได้เพื่อจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ ขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือบก(Dry Port) ที่จ.ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น นครราชสีมา และนครสวรรค์ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ รวมถึงการพัฒนา Landbridge เชื่อม 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามันที่ชุมพร-ระนอง ให้เป็นรูปธรรม”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายกฯ' เข้าทำเนียบฯ เกือบเที่ยง บ่ายเปิดงาน 141 ปี อัสสัมชัญ
'นายกฯหนู' เข้าทำเนียบฯ เกือบเที่ยง ก่อนเดินทางประธานพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญช่วงบ่าย
'ธรรมนัส' ล่องหน! 'กล้าธรรม' ลุ้นหนักร่วมรัฐบาล 'อนุทิน 2'
'ธรรมนัส' ไม่เข้ากระทรวง ไร้เงาเข้าพรรค จับตา 'กล้าธรรม' ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังสะพัด 'ภท.' ยึดคืนโควตา 'เกษตรฯ-ท่องเที่ยว'
อย่าโหลดเว็บ-แอปปลอม! ต้น พ.ค. เปิดใช้ Fast Track จ่ายภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร
รัฐบาลเผย ระบบ Fast Track ชำระภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร คาดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบต้นเดือน พ.ค. เตือน ปชช. อย่าโหลดจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม
'อนุทิน' อย่ามองข้าม 'ธรรมนัส' ระวังซ้ำรอยไม้กลองเด้งฟาดหน้า
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่ามองข้ามพรรคกล้าธรรม

