คลังชี้ผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการ สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 เมษา

ผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติต้องยืนยันตัวตนภายในวันที่ 26 มีนาคม 2566 เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ในวันที่ 1 เมษายน 2566

24 มี.ค. 2566 – นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าการยืนยันตัวตนของผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ (ผู้ผ่านเกณฑ์) ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 (โครงการฯ) ณ วันที่ 24 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. มีผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จ จำนวนทั้งสิ้น 12,270,571 ราย (หรือคิดเป็นร้อยละ 84.06 ของจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจำนวน 14,596,820 ราย) สำหรับจำนวนผู้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการฯ ณ วันที่ 24 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 1,165,454 ราย 

โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเน้นย้ำว่า ผู้ผ่านเกณฑ์จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนและผลการยืนยันตัวตนต้องแสดงสถานะว่า “ผ่านการยืนยันตัวตน (e-KYC)” หรือผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จก็จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนให้สำเร็จ ภายในวันที่ 26 มีนาคม 2566 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 สำหรับวันเสาร์ที่ 25 และวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2566 จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. จะเปิดให้ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถยืนยันตัวตนในวันเสาร์ – อาทิตย์ โดยสาขาทั่วไปจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. และสาขาในห้างสรรพสินค้าเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 – 16.00 น. ซึ่งในการยืนยันตัวตนผู้ผ่านเกณฑ์จะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) และต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เนื่องจากการผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้ล่วงหน้าจะทำให้ผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ สะดวกในการรับสิทธิสวัสดิการ หากภาครัฐมีการให้สวัสดิการเป็นเงินโอนเข้าบัญชีในอนาคต

สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์ที่ไม่ได้ดำเนินการยืนยันตัวตนภายในวันที่ 26 มีนาคม 2566 ยังคงสามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารทั้งสามแห่งข้างต้นได้ตามวันเวลาที่หน่วยงานกำหนด แต่จะสามารถเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตามวันที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยรายละเอียดช่วงเวลาการยืนยันตัวตนและวันที่เริ่มใช้สิทธิ ปรากฏตามตาราง 

ช่วงเวลาการยืนยันตัวตน วันที่เริ่มใช้สิทธิ การได้รับสิทธิ

1 มี.ค. – 26 มี.ค. 66 1 เม.ย. 66 ได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 66 เป็นต้นไป

27 มี.ค. – 26 เม.ย. 66 1 พ.ค. 66 ได้รับสิทธิย้อนหลังได้ไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ (สิทธิย้อนหลังจะให้เฉพาะวงเงินการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (ร้านธงฟ้าฯ) เท่านั้น)

27 เม.ย. – 26 พ.ค. 66 1 มิ.ย. 66 

27 พ.ค. – 26 มิ.ย. 66 1 ก.ค. 66 

27 มิ.ย. 66 เป็นต้นไป 1 ส.ค. 66 ไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง โดยจะได้รับสิทธิเฉพาะเดือนที่กระทรวงการคลังดำเนินการตั้งวงเงินให้

โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ เนื่องจากการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนไม่ผ่านซึ่งในกรณีนี้ขอให้ผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และหากตรวจสอบและแก้ไขสถานะบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ขอให้กลับมาดำเนินการยืนยันตัวตนอีกครั้ง นอกจากนี้ การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จอาจเกิดจากกรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่าน ซึ่งผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ กรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่านขอให้ติดต่อธนาคารกรุงไทยเพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนของธนาคารกรุงไทยต่อไป

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยิ่งกว่าไฟไหม้บ้าน! เมื่อ Laser ID อยู่ในมือมิจฉาชีพ

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ประจำวิชา Cybersecurity วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เผยแพร่ความเห็นเรื่อง ”ยิ่งกว่าไฟไหม้บ้าน เมื่อรหัสหลังบัตรประชาชน

เลเซอร์ไอดี ความลับประชาชน และความคลุมเครือของพรรคส้ม

การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และต้องมีฐาน

ไล่บี้ 'พรรคส้ม' ทำไม ขอ Laser ID ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง

เพจ หมออนามัยขี้mouth โพสต์ข้อความกรณี การสมัครสมาชิกพรรคประชาชน ใช้ Laser ID หรือรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชนด้วย ว่า

 สรรพสามิตเดินหน้าบูรณาการ ยกระดับการป้องกัน–ปราบปรามน้ำมันเถื่อน

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนา “การบูรณาการด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม”