เลเซอร์ไอดี ความลับประชาชน และความคลุมเครือของพรรคส้ม

การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และต้องมีฐานกฎหมายรองรับ หลักสำคัญคือ “ความจำเป็น” และ “ขอบเขตที่เหมาะสม”

เมื่อพรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” กำหนดให้ผู้สมัครสมาชิกกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก พร้อมรหัส 12 หลักหลังบัตร หรือเลเซอร์ไอดี ข้อมูลทั้งสองส่วนนี้รวมกันสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ครบถ้วน ถือเป็นข้อมูลระดับสูง ไม่ใช่เพียงข้อมูลพื้นฐานทั่วไป

กฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้เลเซอร์ไอดี และแนวปฏิบัติของกรมการปกครองระบุว่า หากต้องการตรวจสอบความถูกต้องของบุคคลผ่านระบบสมาร์ทการ์ด ต้องส่งข้อมูล 5 รายการ ได้แก่ เลขบัตรประชาชน ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด และเลขหลังบัตร เพื่อให้กรมตอบกลับเพียงสถานะว่า “ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” เท่านั้น แต่ไม่ได้กำหนดให้พรรคต้องจัดเก็บเลขดังกล่าวไว้ถาวร

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การยืนยันตัวตนผ่านกรมปกครอง จำเป็นต้องใช้เลขหลังบัตรในการส่งตรวจสอบ แต่การเก็บรักษาหลังตรวจสอบเสร็จสิ้นเป็นเรื่องที่พรรคต้องกำหนดเอง

เมื่อพรรคการเมืองอื่นจำนวนมากไม่ได้กำหนดให้ผู้สมัครต้องกรอกเลเซอร์ไอดีในการสมัครสมาชิกออนไลน์ ความแตกต่างดังกล่าวย่อมทำให้เกิดการเปรียบเทียบในทางปฏิบัติ ว่าระดับข้อมูลที่เลือกใช้สอดคล้องกับความจำเป็นของการสมัครสมาชิกพรรคเพียงใด

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” โฆษกพรรคส้ม ออกมาชี้แจงผ่านรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ของสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถึงประเด็นเลเซอร์ไอดีโดยตรง

สาระหลักของคำถาม-คำตอบช่วงดังกล่าวสรุปได้ดังนี้

สรยุทธ : คุณช่อบอกขออนุญาตกรมการปกครองแล้ว

ไอติม พริษฐ์ : ให้เชื่อ Fact check พรรคยังอยู่ในกระบวนการขออนุญาต ยังไม่สมบูรณ์

สรยุทธ : ขอ Laser ID ผิด PDPA มั้ย

ไอติม : ไม่ผิดเพราะผู้สมัครยินยอมให้เอง

สรยุทธ : ยังขออนุญาตกรมการปกครองไม่สำเร็จ แล้วขอ Laser ID ไป ทำไม

ไอติม : เราทำตามที่เคยทำตอนอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงประชาชน แต่เราไม่ได้เก็บ

คำชี้แจงจึงตั้งอยู่บนหลักความยินยอม และการยืนยันว่าไม่มีการจัดเก็บเลเซอร์ไอดีไว้ในฐานข้อมูลของพรรค

อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมาย การรับข้อมูลเข้าสู่ระบบ การส่งข้อมูลไปตรวจสอบ หรือการลบข้อมูลภายหลัง ล้วนอยู่ในกระบวนการประมวลผลทั้งสิ้น ไม่จำกัดอยู่ที่คำว่า “เก็บถาวร” เพียงอย่างเดียว

PDPA กำหนดให้การดำเนินการกับข้อมูลต้องอยู่ในขอบเขตที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ หากเกินกว่าความจำเป็นอาจนำไปสู่ความรับผิดทางปกครอง ทางแพ่ง และในบางกรณีอาจมีโทษทั้งจำและปรับ

อีกประเด็นหนึ่งคือ ขั้นตอนสมัครสมาชิกกำหนดให้ผู้สมัครถ่ายภาพตนเองถือบัตรประชาชนส่งเข้าสู่ระบบ เมื่อรวมกับการกรอกเลขบัตรและเลเซอร์ไอดี ข้อมูลชุดนี้จึงมีความครบถ้วนในระดับการยืนยันตัวบุคคล

ข้อมูลลักษณะนี้ หากเกิดการรั่วไหลหรือเข้าถึงโดยมิชอบ ผลกระทบย่อมตกอยู่ที่เจ้าของข้อมูลโดยตรง ความละเอียดของข้อมูลจึงยกระดับภาระความรับผิดของผู้ควบคุมข้อมูลตามไปด้วย

ก่อนหน้านี้ มีข่าวการจับกุมผู้สมัคร สส. ของพรรคส้มบางรายในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับฟอกเงินและเว็บไซต์พนันออนไลน์ คดีดังกล่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่งและอยู่ในกระบวนการยุติธรรม แต่เหตุการณ์นี้ย่อมถูกจดจำในความรับรู้ของสาธารณะ

แม้ประเด็นเลเซอร์ไอดีอาจจะเป็นคนละเรื่อง แต่เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลบัตรประชาชนครบชุด ทั้งเลข 13 หลัก เลเซอร์ไอดี และภาพถ่ายถือบัตรจริง เสียงในสังคมจำนวนหนึ่งจึงตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า ข้อมูลลักษณะนี้ หากถูกเข้าถึงโดยบุคคลหรือเครือข่ายที่มีเจตนาทุจริต ก็อาจถูกนำไปใช้กระทำความผิดในรูปแบบต่าง ๆ ได้

ความกังวลจึงไม่ได้เกิดจากข้อกล่าวหาใดเป็นพิเศษ หากเกิดจากศักยภาพของข้อมูลเอง เพราะข้อมูลที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ครบ ย่อมมีน้ำหนักสูง และหากเกิดการนำไปใช้โดยมิชอบ ความเสียหายจะตกอยู่กับเจ้าของข้อมูลโดยตรง

ในโลกออนไลน์จึงมีเสียงตั้งข้อสังเกตเพิ่มขึ้นว่า เมื่อองค์กรการเมืองต้องดูแลข้อมูลระดับนี้ มาตรการควบคุมและกระบวนการตรวจสอบภายในควรถูกอธิบายให้ชัดเจน ไม่ใช่เพียงยืนยันว่า “ไม่ได้เก็บ” แล้วจบลงเท่านั้น

ประเด็นเลเซอร์ไอดีจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความถูกหรือผิดตามตัวบทกฎหมายเท่านั้น หากเกี่ยวข้องกับความไว้วางใจสาธารณะโดยตรง การออกแบบกระบวนการสมัครสมาชิกเป็นอำนาจของพรรค แต่เมื่อข้อมูลมีระดับความละเอียดสูง ความโปร่งใสของกระบวนการต้องสูงตามไปด้วย

การยืนยันว่า “ไม่ได้เก็บ” เป็นคำอธิบายหนึ่ง แต่ความเชื่อมั่นระยะยาวย่อมขึ้นอยู่กับรายละเอียดเชิงระบบ เช่น มาตรการควบคุมการเข้าถึง ระยะเวลาเก็บรักษา และกลไกการตรวจสอบอิสระ

หากรายละเอียดเหล่านี้ชัดเจนเพียงพอ ความกังวลย่อมคลี่คลายได้เอง

ในทางการเมือง ความคลุมเครือเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชนโดยตรง และเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ความรับผิดชอบขององค์กรการเมือง

การเลือกใช้เลเซอร์ไอดีในการสมัครสมาชิกเป็นการตัดสินใจของพรรค ไม่ใช่ข้อบังคับจากรัฐ เมื่อเป็นการตัดสินใจเอง ภาระการอธิบายจึงตกอยู่ที่พรรคเองเช่นกัน

หากกระบวนการทั้งหมดโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักความจำเป็นตามกฎหมาย ประเด็นนี้ก็อาจยุติลงได้ด้วยข้อเท็จจริง แต่หากความคลุมเครือยังคงอยู่ เสียงตั้งคำถามในสังคมก็ย่อมดำเนินต่อไป และอาจกลายเป็นภาระทางกฎหมายควบคู่กับแรงกดดันทางการเมืองที่พรรคส้มต้องรับผิดชอบโดยตรง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละ! ศึกวิวาทะ 'โรม' VS 'ไอเดียร์' ใครได้เปรียบเสียเปรียบ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ศึกวิวาทะสแกมเมอร์:ไอเดียร์ เสียเปรียบ โรม" ว่า

เต็มๆ ‘ปิยบุตร’ เตือน! พรรคอย่าหลง ‘บันเทิงธิปไตย’ แฉรายวันแต่ไร้สังคมใหม่

ปิยบุตร’ เตือน 4 สิ่งอาจกลืนกินพรรคจนไม่เหลือสภาพที่เคยฝันไว้ ทั้ง ‘บันเทิงธิปไตย-การเมืองล้นเกิน-แฉเปิดโปงรายวัน-พรรคดิจิทัล’ ชี้นัก

'ภท.' สวนฝ่ายค้านเพลาเล่นการเมือง นายกฯ สั่งเร่งช่วยน้ำท่วมเต็มที่

'ธนกร' แจงรัฐบาลลุยแก้น้ำท่วมเต็มที่ วอนฝ่านค้านลดการเมืองลงบ้าง ย้ำนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานช่วยเหลือให้เร็วที่สุด เชื่อประชาชนเห็นความจริงใจแก้ปัญหา