
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดัน ‘คาร์บอนเครดิต’ เป็นหลักประกันทางธุรกิจ เบื้องต้น..เห็นควรศึกษารายละเอียดให้ชัดเจน ทั้งการกำหนดประเภททรัพย์ การประเมินมูลค่า การกำกับดูแลทรัพย์ วิธีการบังคับหลักประกัน รวมถึง ศึกษาเทียบเคียงกับต่างประเทศ ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
10 พ.ค. 2566 – นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันนานาประเทศให้ความสำคัญต่อการสร้างความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อชดเชยระบบนิเวศน์ที่ถูกทำลายไป ‘คาร์บอนเครดิต’ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและลดปัญหาโลกร้อน มีมูลค่าที่สามารถนำออกขายให้ภาคธุรกิจหรือหน่วยงานที่มีกระบวนการทำงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าเป้าหมายที่ควบคุม โดยสามารถซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตได้ในตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับประเทศไทย ภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญเรื่องคาร์บอนเครดิตมากขึ้นตามลำดับ สอดคล้องกับกระแสการลดก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์ภาวะโลกร้อน และเป็นหนทางที่จะนำพาธุรกิจสู่ความยั่งยืน
ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาคเอกชน ผลักดันให้ ‘คาร์บอนเครดิต’ เป็นหลักประกันทางธุรกิจ โดยทุกหน่วยงานต่างเห็นพ้องให้การสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว แต่ควรดำเนินการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนประกอบการพิจารณาออกเป็นกฎหมายเพื่อรองรับต่อไป
ประเด็นที่ต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เช่น คาร์บอนเครดิตจัดเป็นทรัพย์ประเภทใด การประเมินมูลค่า กระบวนการ/ขั้นตอนการให้สินเชื่อและการกำกับดูแลทรัพย์ และหากนำคาร์บอนเครดิตมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจแล้ว เมื่อเกิดเหตุบังคับหลักประกันจะมีวิธีการบังคับหลักประกันอย่างไร (กระบวนการบังคับทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันและกระบวนการเปลี่ยนแปลงเจ้าของทรัพย์สิน) รวมถึง รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ และควรศึกษาเทียบเคียงกับประเทศต่างๆ เพื่อความสมบูรณ์ของกฎหมายฯ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การศึกษาในรายละเอียดค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร ดังนั้น แต่ละหน่วยงานควรศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตนเองก่อนเป็นลำดับแรก และนำผลการศึกษา ปัญหา อุปสรรค เข้ารายงานต่อที่ประชุม ก่อนจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเชิงลึกความเป็นไปได้ในการนำคาร์บอนเครดิตมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจต่อไป
อธิบดีฯ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (วันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2566) กรมฯ ได้ทำงานคู่ขนาน จัดอบรมเรื่อง ‘คาร์บอนเครดิต เครื่องมือทางการเงินธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม’ แก่ผู้ประกอบการ ผู้บังคับหลักประกัน ผู้รับหลักประกัน ผู้สนใจทั่วไป และบุคลากรกรมฯ จำนวน 100 ราย โดยมอบหมายให้นายกำแหง กล้าสุคนธ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธานในพิธี การอบรมดังกล่าวฯ นอกจากจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบันแล้ว ยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกักเก็บและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ คาร์บอนเครดิต ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทางการเงินชนิดใหม่ที่สามารถต่อยอด สร้างรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจหรืออาจนำมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้ในอนาคต
หัวข้อการบรรยาย ประกอบด้วย 1) ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกคาร์บอนเครดิต 2) การขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) 3) การซื้อขายคาร์บอนเครดิตสร้างโอกาสทางธุรกิจไทย * การตรวจวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้จากการดำเนินโครงการ และ *การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตและตลาดคาร์บอนเครดิต โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนเครดิตโดยตรง: นางสาวอโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ ยังได้เปิดเวทีแก่ผู้เข้าร่วมอบรมทุกราย ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึง ซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตที่สนใจใคร่รู้อีกด้วย
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอเชิญชวนให้ประชาชนปลูกไม้ยืนต้นที่มีค่าบนที่ดินของตนเองเพื่อสร้างมูลเพิ่มให้ที่ดิน สร้างออกซิเจนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การปลูกไม้ยืนต้นตั้งแต่บัดนี้ เป็นการสร้างคาร์บอนเครดิตแต่เนิ่นๆ ซึ่งในอนาคตสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทั้งจากไม้ยืนต้นที่ปลูกและได้คาร์บอนเครดิตที่เป็นผลพวงจากการปลูกไม้ยืนต้น เป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัวอีกทางหนึ่ง” อธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ยกขบวนแฟรนไชส์ดาวเด่น ปักหมุด จ.อุดรธานี เดินหน้าสร้างอาชีพสู่ภาคอีสาน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยโมเดลธุรกิจสำเร็จรูป
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปักหมุด จังหวัดอุดรธานี จัดกิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3 ยกขบวนแฟรนไชส์ดาวเด่นกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโมเดลธุรกิจสำเร็จรูปที่ลงทุนง่าย คืนทุนไว และจับต้องได้จริง
โอกาสทองนักลงทุน !!!! กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์เด็ด บุกอุดรธานี สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ให้ประชาชนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์คุณภาพกว่า 40 แบรนด์ พร้อมกิจกรรมให้ความรู้และการเจรจาธุรกิจแบบครบวงจร หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เติบโต
1 เม.ย.สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 6 ยุติให้บริการให้ติดต่อผ่านออนไลน์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าสู่ระบบดิจิทัล เตรียมยุติให้บริการสำนักงานเขต 6 ตั้งแต่ 1 เม.ย.69
DBD ยกระดับแฟรนไชส์สู่สากล ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคอีสาน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ปักหมุดจังหวัดอุดรธานี จัดกิจกรรม แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2569 ณ ลานนาข่า 1-2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี
กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตือนรู้ทันโจร สังเกตวิธีเช็กหนังสือรับรองนิติบุคคลของแท้
กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตือน!! ประชาชนรู้ทันโจร สังเกตวิธีเช็คหนังสือรับรองนิติบุคคลของแท้!! และส่องข้อควรทราบให้ดีก่อนทำธุรกรรม เพิ่มความเชื่อมั่นก่อนดีลธุรกิจ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าจัด “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow” ครั้งที่ 3 ที่จังหวัดอุดรธานี ขยายโอกาสธุรกิจ สร้างอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสานต่อนโยบายส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ของประเทศ จัดกิจกรรม แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดอุดรธานี เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ และสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ยกขบวนแฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ ครอบคลุมธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม บริการ และค้าปลีก มาเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้เลือกสรรแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับความสนใจและศักยภาพของตนเอง พร้อมเจรจาซื้อขายธุรกิจได้โดยตรงกับเจ้าของแฟรนไชส์ภายในงาน

