เปิดเส้นทาง 'NPS' ปรับโมเดลธุรกิจเพิ่มไลน์ 'จัดการ' พื้นที่อุตสาหกรรม บริการพลังงาน Go green ครบวงจร

ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการดำเนินโครงการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ floating solar farm จนได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาดแบบผสมผสานป้อนโรงงานอุตสาหกรรมได้ติดอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ NPS เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปีหน้า ในฐานะบริษัทผู้ผลิตพลังงานสะอาด และบริหารจัดการอย่างครบวงจรให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่สนใจจะลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสวนอุตสาหกรรม 304 ที่ปราจีนบุรี

นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NPS เปิดเผยว่า สามารถประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายในการดำเนินโครงการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ floating solar farm ระยะที่ 1 ขนาด 60 MW ที่ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี โดยมีแผนผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาสที่ 4/2566 และอยู่ระหว่างการติดตั้งระยะที่ 2 ขนาด 90 MW โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในไตรมาสที่ 1/2567 จะทำให้บริษัทมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการ floating solar farm รวม 150 MW ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก

“ปัจจุบัน NPS มีกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 770 MW โดยเป็นการผลิตจากเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) จำนวน 433 MW และเมื่อรวมกับกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก 150 MW จะทำให้บริษัทสามารถผลิตพลังงานสะอาดแบบผสมผสาน (Solar  Biomass Hybrid Power Generation) ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

Megatrends กำหนดทิศทางธุรกิจ

สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีอันทันสมัย ประกอบกับสัญญาประชาคมในการดำเนินธุรกิจที่ต้องใส่ใจต่อปัญหาโลกร้อน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้ทิศทางการดำเนินธุรกิจพลังงานได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถไฟฟ้าหรือ EV ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การต้องพึ่งพาพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น รวมทั้งระบบเก็บกักพลังงานที่ถูกลงจากดิจิทัลเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้ทุกธุรกิจต้องขับเคลื่อนให้ทันกับแนวทางความต้องการของผู้บริโภคด้วย ซึ่งนายโยธินกล่าวว่า NPS มั่นใจว่าเดินมาถูกทางแล้วกับการพัฒนาและเพิ่มกำลังผลิตพลังงานสะอาด และเพื่อบริหารธุรกิจอย่างครบวงจร

NPS ยังได้ร่วมมือกับสวนอุตสาหกรรม 304 (304IP) จัดตั้งบริษัทบริหารจัดการสวนอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนา 304IP อย่างบูรณาการ พร้อมกับการเสริมศักยภาพหน่วยงานการตลาดและการขายพื้นที่ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงเพิ่มการให้บริการเพื่อช่วยประสานงานให้การจัดตั้งโรงงานและการดำเนินงานของผู้ประกอบการใน 304IP เป็นไปอย่างราบรื่น

นับเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจที่เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าเป็นหลักเพื่อขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และขายไฟฟ้าให้รายย่อยในภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การเป็นบริษัทผู้ให้บริการจัดหาพื้นที่เพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมพร้อมกับให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐาน

 นายโยธินกล่าวว่า การที่จำนวนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มาลงทุนสร้างโรงงานผลิตสินค้าในสวนอุตสาหกรรม 304 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามสภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงกระแสการย้ายฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกไปประเทศจีน ไต้หวัน และประเทศในทวีปยุโรปมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นด้วย การปรับโครงสร้างธุรกิจในครั้งนี้ทำให้เรามั่นใจในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะนอกจากการดูแลจัดหาพื้นที่ตั้งโรงงานตามโจทย์ของลูกค้าแล้ว ทาง NPS ยังป้อนพลังงานไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำดิบที่มีคุณภาพและเสถียรภาพแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างครบวงจรอีกด้วย ซึ่งวิสัยทัศน์และประสบการณ์ทั้งหมดจะเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนให้ NPS เติบโตไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

โมเดลธุรกิจ..สู่ความยั่งยืน

      นายชายน้อย เผื่อนโกสุม กรรมการและกรรมการบริหารความเสี่ยง NPS เปิดเผยเพิ่มเติมถึงการปรับโมเดลธุรกิจในครั้งนี้ ว่าสามารถสรุปได้คือ 1.ขยายบทบาท NPS เป็นผู้บริหารการตลาดและการขายพื้นที่ใน 304IP เพื่อขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรม 2.ปรับปรุงเครื่องจักรและระบบปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเทคโนโลยีต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลง สามารถให้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม 3.เพิ่มพลังงานสะอาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรมด้วยการติดตั้ง floating solar farm 150 MW และปรับปรุงโรงไฟฟ้า 7, 8 เพื่อเพิ่มการใช้ Biomass แทนถ่านหิน 4.ปรับโครงสร้างการบริหารงาน เน้นธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 5.ขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เช่น เหมืองถ่านหิน และโรงงานผลิตเอทานอลออกไป

      “มั่นใจว่า ลูกค้าอุตสาหกรรมที่เราตั้งเป้าไว้จะขยายตัวขึ้น เพราะเรามีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการที่จะทำเรื่องมาร์เก็ตติ้งเอง ทำเรื่องการขายพื้นที่เอง จะได้ดึงลูกค้าเข้ามาในนิคมฯ ซึ่งช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดี เพราะว่าตอนนี้มีการย้ายถิ่นฐานการผลิตจากจีน จากไต้หวัน หรือแม้แต่ในยุโรปมาในเอเชีย มีเยอะ เพราะเรื่องของการกีดกันทางการค้าบ้าง ภาษีบ้าง เราก็ได้ประโยชน์จากตรงนั้นเยอะ ซึ่งจุดแข็งของเราคือ เราให้บริการที่ครบวงจร มีทั้งน้ำ มีไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพราะโลก Go green energy โรงงานที่เข้ามาหาเราเพราะเราสามารถให้พลังงานสะอาดกับเขา ไม่ใช่เฉพาะไฟฟ้า น้ำ แม้กระทั่งไอน้ำ เราผลิตมาจากกรีนเอนเนอร์จี เขาก็สามารถนำไปเคลมเป็นคาร์บอนเครดิตได้ หรือเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้ในจุดนั้น นี่เป็นจุดขายของเรา” นายชายน้อยกล่าว

สำหรับเป้าหมายระยะยาว คือ การนำหุ้น NPS เข้าตลาดหลักทรัพย์ IPO ภายในปี 2567 ในฐานะของการเป็นบริษัทผู้ให้บริการพื้นที่และสาธารณูปโภคพื้นฐานครบวงจร และเป็นบริษัทผู้ให้บริการพลังงานสะอาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สามารถรองรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นบริษัทที่มีฐานลูกค้าอุตสาหกรรมที่่มีศักยภาพและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

      ส่วนแนวทางการเติบโตของธุรกิจในอนาคตนั้น นายชายน้อยกล่าวว่า จะมีการพัฒนาโครงการโรงงานไฟฟ้า IPP ก๊าซธรรมชาติขนาด 560 MW พัฒนาโรงไฟฟ้า 12 แทนโรงไฟฟ้า 6, 11 เพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากน้ำยางดำ ขยายการผลิตโรงไฟฟ้า BEA และขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ รวมทั้งมีพื้นที่เชื่อมต่อกับแนวท่อก๊าซของ ปตท. เพื่อขยายกำลังผลิตไฟฟ้าในอนาคตตามความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

      โมเดลธุรกิจที่มีการวางแผนกลยุทธ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โดยมีจุดแข็งจากพื้นฐานธุรกิจดั้งเดิมเป็นจุดขาย สามารถพิสูจน์ทราบความสำเร็จและการเจริญเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตได้ ทั้งนี้เห็นได้จากผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2566 NPS โชว์รายได้จำนวน 5,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ถึง 1,108 ล้านบาท หรือร้อยละ 24 โดยร้อยละ 66 ของรายได้ทั้งหมดมาจากลูกค้าอุตสาหกรรม ส่วนที่เหลือมาจากการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. และผลจากการควบคุมคุณภาพและความชื้นของเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด อีกทั้งบริหารความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาเชื้อเพลิงถ่านหินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/2566 สูงถึง 619 ล้านบาท ..ฉะนั้น เส้นทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของ NPS นับว่าน่าสนใจอย่างมองข้ามไม่ได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ACE เปิดงบปี 68 รายได้ 6,554.4 ล้านบาท

ACE เผยผลการดำเนินงานปี 2568 สร้างรายได้รวม 6,554.4 ล้านบาท กำไรสุทธิ 798.6 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิจากกิจกรรมปกติ 894.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากปี 2567 ซึ่งมีกำไรสุทธิจากกิจกรรมปกติ 849.9 ล้านบาท

IRPC เร่งเครื่องกลยุทธ์ 4R 'สร้างทุน สร้างพลัง สร้างคน สร้างอนาคต'

IRPC กางแผนดำเนินงานเชิงรุกภายใต้วินัยทางการเงิน จัดสรรเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างเสถียรภาพทางการเงินและผลตอบแทนระยะยาว เร่งกลยุทธ์ 4R ยกระดับธุรกิจหลัก ขยายแหล่งรายได้ใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ    

'แบล็ค แอนด์ วิชช์' มองไทยโครงสร้างพื้นฐานแกร่งดึงดูดลงทุนต่างชาติ

แบล็ค แอนด์ วิชช์ มองนโยบายภาครัฐสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานแกร่ง จุดแข็งดึงดูดกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์จากต่างชาติลงทุนไทย

ก.พลังงาน – กฟผ. หนุนพลังงานสะอาดโครงการหลวง มอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 และรถกอล์ฟไฟฟ้า ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อความยั่งยืน

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2569) พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีรับมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 และรถกอล์ฟไฟฟ้า จำนวน 2 คัน