'อนุชา' นำคณะดูงานฟาร์มโคญี่ปุ่น

‘อนุชา’ นำคณะดูงานฟาร์มโคญี่ปุ่น เตรียมนำองค์ความรู้เสริมทัพงานกองทุนหมู่บ้านฯ ดันโคต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ พันธุ์ไทย สู่การส่งออก สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น

25 มิ.ย. 2566 – นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะกรรมการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองที่ค้างอยู่ โดยมี นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ นายสืบศิษฏ์ ศานติศาสน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) นายฮิเดอากิ อิชิ ผู้จัดการสาขามิโตะ ธนาคาร MUFG และนายนาโอโตะ ลิมูระ รองประธานที่ปรึกษาด้านการเงินและกลยุทธ์องค์กร ธนาคาร MUFG ร่วมเดินทางไปยังเมืองฮิตาชิโอมิยะ จังหวัดอิบาระกิ เยี่ยมชมการดำเนินงานของ Mizuho Farm (มิซุโฮะ ฟาร์ม) ซึ่งเป็นฟาร์มโคเนื้อขนาดใหญ่ อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น โดยมี นายอิจิโระชิโมยามะ เจ้าของฟาร์มให้การต้อนรับและบรรยายความเป็นมาและความสำคัญของฟาร์มให้แก่คณะผู้เยี่ยมชม

นายอนุชา กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้รัฐบาลส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน มุ่งสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้การสนับสุนนเงินทุนให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านผ่านโครงการต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ อย่างเช่น โครงการโคล้านครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับการเดินทางมาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนแนวคิดกับทางมิซูโฮะฟาร์มในวันนี้ โดยโครงการโคล้านครอบครัวที่รัฐบาลส่งเสริม เป็นการสนับสนุนภาคการเกษตรที่ต้องการให้ประชาชนหันมาเลี้ยงโคต้นน้ำเป็นอาชีพ ซึ่งค้นพบว่าการเลี้ยงโคสามารถสร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนตั้งต้นและให้คำปรึกษา การดูงานในวันนี้ทำให้ได้เห็นแนวทางการพัฒนาพันธุ์โคจากโคต้นน้ำสู่โคกลางน้ำจนถึงการเลี้ยงโคปลายน้ำที่มุ่งเน้นการส่งออกและสร้างมูลค่า อีกทั้งยังได้ความรู้ในการเตรียมการสู่การนำผลผลิตจากโคออกจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสิ่งนี้ ตนได้สั่งการและกำชับให้ สทบ. รวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน พร้อมติดตามความคืบหน้าของโครงการเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

สำหรับ มิซูโฮะฟาร์ม เป็นฟาร์มโคที่มีกระจายอยู่ทุกพื้นที่ในประเทศญี่ปุ่นถึง 14 แห่ง โดยแบ่งเป็นฟาร์มโคนม 12 แห่ง ฟาร์มโคเนื้อ 2 แห่ง มีจำนวนโคทั้งสิ้น ประมาณ 31,000 ตัว แบ่งเป็นโคนม 17,000 ตัว และโคเนื้อ 14,000 ตัว สำหรับฟาร์มที่คณะได้มาศึกษาดูงานในครั้งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองฮิตาชิโอมิยะ จังหวัดอิบาระกิ โดยมีโคเฉพาะฟาร์มนี้จำนวน 6,600 ตัว แบ่งเป็นโคนม 1,800 ตัว และโคเนื้อ 4,800 ตัว ทำการเลี้ยงและเพาะพันธุ์โคบนพื้นที่ 40 เฮกตาร์ หรือประมาณ 250 ไร่ นับได้ว่าเป็นฟาร์มเดียวในประเทศญี่ปุ่นที่มีจำนวนโคมากที่สุดสำหรับพื้นที่ขนาดนี้เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองฮอกไกโด ฟาร์มแห่งนี้ยังใกล้กรุงโตเกียวมากกว่าจึงสะดวกต่อการกระจายสินค้าและส่งออก

นอกจากนี้ มิซูโฮะฟาร์ม ยังมีจุดเด่นด้านสายพันธุ์โค ทั้งโคนมและโคเนื้อ โดยโคนมที่นี่สามารถผลิตน้ำนมได้มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ส่วนโคเนื้อแม้ไม่ใช่อันดับ 1 ของประเทศแต่ก็จัดอยู่ในระดับต้น ๆ โดยมีการเพาะพันธุ์และเลี้ยงโคสายพันธุ์โฮลสไตน์ผสมกับสายพันธุ์วากิว จนกระทั่งเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า สายพันธุ์ F1 ซึ่งพบว่าได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะได้เนื้อที่มีไขมันแทรกในเนื้อจำนวนมาก ราคาถูกกว่าสายพันธุ์วากิว 3-4 เท่า เหมาะสำหรับชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยว แต่อาจไม่เหมาะกับผู้บริโภคเนื้อในพื้นที่ เพราะมีไขมันมากเกินไป สำหรับมาตรฐานการเลี้ยงโค ฟาร์มแห่งนี้มุ่งเน้นขยายพันธุ์เพื่อให้โคคลอดลูกและเลี้ยงแม่พันธุ์โคและลูกโคในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นถือว่าทำได้ยาก จากการดำเนินการดังกล่าวสร้างรายได้ให้ฟาร์มถึงประมาณ 5 พันล้านเยน จากธุรกิจทั้งการขายเนื้อ นม และผลผลิตจากโค

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม

นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย

เสี่ยแฮงค์ อนุชา อดีตแชมป์ สส.ชัยนาท ใส่เสื้อชัยนาทฮอร์นบิล เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิเพื่ออนาคตประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฏร เขต 1 จังหวัดชัยนาท เดินทางไปที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 1 ศาลาปู่หิน ต โพนางดำตก เทศบาลตำบลโพธิ์พิทักษ์ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และประชามติ

อนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นหาเสียงบ้านเกิด ตลาดโพนางดำขอคะแนนชนะขาดทั้งคนทั้งพรรค เข้าไปแก้ไขปัญหา เป็นปากเสียงคนในพื้นที่

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นที่ตลาดโพนางดำ อ. สรรพยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายอนุชาและเติบโตที่นี้

โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ‘อนุชา’ หาเสียงช่วย ‘วุฒิพงษ์’ เขต 2 อยุธยาเบอร์ 6 ขอคะแนนให้วุฒิพงษ์ ไปยกมือให้อาจารย์เชนเป็นนายกฯ ย้ำสานต่อนโยบาย 30 บาทแน่นอน

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์3 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวุฒิพงษ์ พวงทอง ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 6 ณ ลานแสงฟ้า ต. ปากท่า อ. นครหลวง ซึ่งเป็นการปราศรัยรวมทุกเขต ทุกอำเภอ ของเขต 2 คือ อ.นครหลวง อ.ท่าเรือ อ.มหาราช อ.บางปะหัน และอ.บ้านแพรก

‘อนุชา’ ผู้สมัคร สส. เขต 1 ชัยนาท เพื่อไทย เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบกลุ่ม อสม. และเดินตลาดหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ ประชาชนดีใจกลับมาอยู่เพื่อไทย พร้อมขอให้สานนโยบายที่ดีต่อ

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย เบอร์3 ลงพื้นที่ พูดคุยกับพี่น้อง อสม. หมู่ 5 ต.ชัยนาท อ.สรรพยา และเดินตลาดหางน้ำสาคร ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มาเดินตลาด

‘อนุชา’ ลุยอยุธยา สิงห์บุรี ช่วย อัณณพ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 1 วุฒิพงศ์ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 2 และนัฐยุทธ ผู้สมัครสส.สิงห์บุรี เขต 1 ประชาชนในพื้นที่ชื่นชอบนโยบายพรรค อยากส่งลูกหลานสานต่อนโยบายพรรคเพื่อไทย

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.จ.ชัยนาท เขต 1 เบอร์ 3 ลงพื้นที่หวัดพระนครศรีอยุธยา หาเสียงช่วยนายวุฒิพงศ์ พวงทอง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 จุด ที่บริเวณ วัดเขียนลาย ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก ละวัดจันทร์ ต.บางพระครู อ.นครหลวง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้สมัคร และได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี