ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี Q3 ฟื้นผู้ประกอบการปรับตัว-ลุ้นมาตรการรัฐช่วย

“ธพว.” ชี้ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ไตรมาส 3/66 ขยับเพิ่ม หลังผู้ประกอบการเร่งปรับแผนการตลาด หนุนยอดขายต่อเนื่อง พร้อมคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลช่วยเสริม อุตสาหกรรมก่อสร้าง-ท่องเที่ยว ฉลุย เหตุทำสัญญาโครงการก่อสร้างเพิ่ม-แนวโน้มเดิมทางและใช้จ่ายมากขึ้น

2 ต.ค. 2566 – นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เผยว่า ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว. ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำผลสำรวจความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ไตรมาส 3/2566 และคาดการณ์อนาคต จากการสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนกว่า 500 ตัวอย่างทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและธุรกิจของเอสเอ็มอีในไตรมาส 3/2566 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จาก 65.90 มาอยู่ที่ 66.40 เนื่องจากผู้ประกอบการมีการปรับตัวด้านแผนการตลาดต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น รวมถึงมีความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง

ส่วนแนวโน้มความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและธุรกิจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน จาก 65.61 มาอยู่ที่ระดับ 66.79 เพราะได้รับอานิสงส์เข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสิ้นปี (ไฮซีซั่น) ร้านค้า ภาคเอกชนต่าง ๆ มักจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามามากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ แยกตามประเภทอุตสาหกรรม พบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคบริการ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีความเชื่อมั่นสูงกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากได้ทำสัญญาโครงการก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นสูงรองลงมา เนื่องจากมีการเดินทางและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทำให้ระดับความเชื่อมั่นในภาพรวมยังคงสูง

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยฯ ได้สำรวจปัญหาด้านแรงงานในผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พบว่า 76.94% มีความกังวลด้านภาระต้นทุนแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำ รองลงมา 23.73% ขาดแคลนแรงงานทักษะหลากหลายที่สามารถหมุนเวียนงานได้ ขณะที่ 21.29% ขาดแคลนแรงงานที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล และ 17.96% ต้องลดจำนวนแรงงาน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ส่วนทักษะที่ต้องการเสริมให้แรงงานได้เรียนรู้เพิ่มเติม มากที่สุดถึง 59.42% คือ การตลาดและขายผ่านช่องทางออนไลน์ ตามด้วย 54.77% ทักษะเฉพาะทางตามสาขาอาชีพ 35.48% การตลาดและขายหน้าร้าน และ 29.71% ทักษะภาษาต่างประเทศ

“จากผลสำรวจดังกล่าว ดัชนีเชื่อมั่นที่ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนธุรกิจ และทักษะแรงงาน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนอยู่ในระดับต่ำ ในการนี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งระยะยาวด้านการบริหารจัดการต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ ดังนั้น SME D Bank จัดเตรียมบริการด้านการเงินควบคู่การพัฒนาช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดต้นทุนพร้อมกับเพิ่มศักยภาพธุรกิจไปพร้อมกัน” นางสาวนารถนารี กล่าว

อย่างไรก็ดี ด้านการเงินมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อ SME Refinance วงเงิน 5,000 ล้านบาท สามารถนำไปใช้วางแผนบริหารจัดการธุรกิจได้ล่วงหน้า และลดต้นทุนการเงิน จุดเด่นดอกเบี้ยต่ำ และเป็นอัตราคงที่ ปีแรก 2.99% ต่อปี และช่วง 3 ปีแรก เฉลี่ยอยู่ที่ 3.50% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุดถึง 15 ปี แถมปลอดชำระเงินต้นสูงสุดถึง 12 เดือน เปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2566 อีกทั้ง จัดโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับผู้ประกอบกา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

SAMกางยอดลงทะเบียนปิดหนี้ไวไปต่อได้ทะลุ1.1แสนราย

‘SAM’ กางยอดลูกหนี้แห่ลงทะเบียนสมัคร ‘โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ สัปดาห์แรก ทะลุ 1.1 แสนราย แจงลุยมาตรการจ่าย ปิด จบได้ทันที ส่วนมาตรการผ่อนชำระหนี้เป็นงวด ยังต้องรอเซ็ตระบบให้สมบูรณ์ คาดเดินหน้าได้ภายในวันที่ 1 ก.พ. 2569

SAM เผยยอดผู้สนใจสมัคร “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพียง 3 วันแรก ลูกหนี้แห่ลงทะเบียนแล้วเฉียด 9 หมื่นราย

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เปิดเผยว่า ภายหลังการเปิดรับสมัครโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”