คอนเฟิร์มแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไตรมาส 1 ปีหน้า

“จุลพันธ์” คอนเฟิร์มแจกเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตแน่นอนไม่เกิน Q1/67 ยืนยันเศรษฐกิจโตแผ่วจำเป็นต้องกระชากให้ฟื้น พร้อมลุยพบ ป.ป.ช. ชี้แจงทุกข้อกังวล วอนทุกฝ่ายไม่ต้องห่วงเรื่องคอร์รัปชั่น ยืนยันเดินหน้าตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

13 ต.ค. 2566 – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวในการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ครั้งที่ 1/2566 ว่า นโยบายการเติมเงิน 10,000 ผ่านบาท ดิจิทัลวอลเล็ต เป็นนโยบายที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จากที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีความเปราะบาง ฟื้นตัวไม่เต็มศักยภาพ ประชาชนเดือดร้อน การเติบโตของเศรษฐกิจไทยเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 2% เทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่เติบโตได้สูงกว่า ทั้งที่ผ่านมาและมองไปในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ มาตรการการดิจิทัลวอลเล็ต จะเป็นตัวฉุดกระชากเศรษฐกิจให้โตตามศักยภาพ เป็นการกระจายเม็ดเงินลงไปในระดับฐานรากอย่างทั่วถึง โดยมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้ให้เม็ดเงินมีการหมุนเวียนในท้องถิ่น และจะผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ในระดับ 5% ต่อปี เป็นการให้ความสำคัญกับเสถียรภาพเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมาย คือ คุณภาพชีวิตของประชาชนต้องดีขึ้น

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า มาตรการดิจิทัลวอลเล็ตจะใช้ประชาชนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเงินทุกบาทจะไม่มีการรั่วไหล ถึงมือทุกคน ไม่ต้องห่วงปัญหาคอร์รัปชั่น โดยรัฐบาลและกระทรวงการคลังพร้อมรับการตรวจสอบทุกรูปแบบ โดยได้ติดตามข้อเสนอและข้อห่วงใยของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท โดยในส่วนของคณะอนุกรรมการฯ ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีหน่วยงานมาช่วยเป็นหูเป็นตา รอบคอบ รัดกุม และเป็นประโยชน์

“ผมพร้อมเข้าไปพบกับ ป.ป.ช. ด้วยตัวเอง หลังจากที่ได้ทราบว่า ป.ป.ช. มีการตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบ ก็พร้อมที่จะเข้าไปรับฟัง แลกเปลี่ยนข้อสงสัย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และนำข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช. มาปรับใช้ให้มาตรการมีความรอบคอบที่สุด และแม้ว่ามาตรการนี้จะมีกรอบระยะเวลาที่กระชั้น แต่คณะอนุกรรมการก็จะพิจารณาให้รอบคอบ ถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงความเห็นของทั้งประชาชน เอกชน และหน่วยงานภาครัฐให้รอบด้านมากที่สุด” นายจุลพันธ์ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ผ่านมามีภาคประชาชนและนักวิชาการออกมาให้เสียงสะท้อนถึงมาตรการดังกล่าว ซึ่งมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในฐานะอนุกรรมการฯ ก็ต้องนำความเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดมาพิจารณา และออกแบบนโยบายให้รอบคอบรัดกุม เกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดใหญ่เห็นชอบ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ทั้งนี้ ได้ขอให้คณะอนุกรรมการ ยึดแนวทางความถูกต้องตามหลักข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 เรื่อง คือ 1. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2. พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)วินัยการเงินการคลัง และ 3. พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส บริหารเม็ดเงินงบประมาณอย่างคุ้มค่า และเนื่องจากนโยบายดังกล่าว เป็นนโยบายสาธารณะที่มุ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงขอให้ไม่ต้องมองในเรื่องของกำไรขาดทุน ให้ดูความคุ้มค่า ผลได้ ผลเสีย ที่ไม่ได้คำนวณเป็นตัวเงินด้วย และต้องดำเนินการตามระเบียบวิธีการราชการ ท้ายที่สุดคือต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบโดยเร็ว

สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการ ยอมรับว่ามีความตึงตัวพอสมควร แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจก็มีความจำเป็น เนื่องจาก พรบ. งบประมาณรายจ่ายปี 2567 จะล่าช้า โดยคาดว่าจะมีผลเร็วสุดคือกลางเดือน เม.ย. 2567 และกว่าจะมีการจัดซื้อจัดจ้าง เบิกจ่าย ผลบวกต่อเศรษฐกิจจะล่าช้าออกไปอีก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ในช่วงต้นปี จึงเหมาะที่จะมีมาตรการในการผลักดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ โดยคาดว่ามาตรการดิจิทัลวอลเล็ต จะดำเนินการได้ภายในไตรมาส 1/2567 เป็นมาตรการที่ต้องทำให้สำเร็จ เพราะถ้าล่าช้าผลดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะลดลงด้วย

อย่างไรก็ดี จากนี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ บ่อยครั้งขึ้นกว่าปกติ เพื่อเร่งเสนอข้อสรุปมาตรการทั้งหมดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยจะพิจารณาในเรื่องของหลักเกณฑ์ เงื่อนไข แหล่งเงินที่จะนำมาใช้ การจัดการฐานข้อมูล การติดตามตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น การประเมินผลมาตรการก่อนและหลัง โดยจะต้องขอความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สภาพัฒน์, สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง, กรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) มาร่วมให้ความเห็นและประเมินความคุ้มค่าของมาตรการทั้งก่อนและหลัง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลขออภัย 'คนละครึ่งพลัส' ไม่ได้ไปต่อ ซัดเพื่อไทยล้มเหลว 'แจกเงินหมื่น' แต่ไม่ยอมรับผิด

รัฐบาลกราบขออภัย "คนละครึ่งพลัส" ไม่ได้ไปต่อ โต้ พท.กล่าวหารัฐบาลเสียงข้างน้อยตีตกเงินหมื่น จวก เป็นความล้มเหลวปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลในอดีต

พท. ตีปี๊บ! 'ยศชนัน' เรตติ้งพุ่ง นำทัพ กทม. สมัคร 27 ธ.ค.

'ประเสริฐ' เชื่อ 'ยศชนัน' ดึงคะแนนคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครได้ เตรียมเปิดตัว สส. ทั้ง 500 คน 25 ธ.ค. เคลียร์ปม 'จาตุรนต์' ลาออกปธ.ยุทธศาสตร์

สแกน 100 ชื่อปาร์ตี้ลิสต์ 'เพื่อไทย' จับตาใช้สูตรปี66 จัดลำดับ

สแกน 100 ชื่อปาร์ตี้ลิสต์พท. แกนนำรุ่นใหญ่ ภูมิธรรม-สมศักดิ์-เสี่ยเพ้ง-สรวงศ์ ส่งลูก-หลังบ้าน-เครือญาติเข้าพรรค พวกย้ายพรรค-โยกสลับจากสอบตกเขตเพียบ จับตาอาจใช้สูตรเดิม เอาตัวเต็งรมต.ไว้ท้าย ลดแรงกระเพื่อม

'จุลพันธ์' หารือ 'เทวัญ' นำลูกพรรคชาติพัฒนา ย้ายซบเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่ายร่วมกับนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา โดยระบุว่า วันนี้ผมได้พบและหารือกับท่านเทวัญ ลิปตพัลลภ

เพื่อไทยไม่หยุดประชานิยม พร้อมสานต่อดิจิทัลวอลเล็ต ยังค้างประชาชนอีก 20 ล้านคน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในการเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง ว่า เรามีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง รวมถึงมีการประเมินกระแสหลังจากที่มีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทั้ง 3 คนแล้วว่าเป็นอย่างไร