กพร.โวใช้เทคโนโลยี พัฒนาผลผลิตแร่ ดันสร้างมูลค่าเพิ่ม 7,900 ล้านบาทต่อปี 

30 พ.ย. 2566 – นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการ “Innovation in Raw Materials Conference 2023: Circular Economy in MIND ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน” ของ กพร. ว่าในปีนี้ กพร. ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการให้มีการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี และยกระดับสถานประกอบการให้มีการประกอบการและผลิตสินค้าตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อเชื่อมโยงตลาดสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสการส่งออกคิดเป็นมูลค่ากว่า 7,900 ล้านบาทต่อปี และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 12,000 ตันCO2 เทียบเท่าต่อปี

ด้านนายอดิทัต วะสีนนท์ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) กล่าวว่า ในฐานะที่ กพร. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดหาและบริหารจัดการวัตถุดิบ ทั้งวัตถุดิบจาก

แหล่งแร่ธรรมชาติ และวัตถุดิบทุติยภูมิที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการไทย ได้ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่มสูงสุด ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน และการยกระดับผู้ประกอบการให้มีความสามารถในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับผู้ประกอบการเหมืองแร่ อุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี อย่างครบวงจร ตั้งแต่การนำทรัพยากรแร่มาใช้ประโยชน์ จนกระทั่งการจัดการเศษซากผลิตภัณฑ์เมื่อหมดอายุการใช้งาน โดยเน้นการนำกลับมาหมุนเวียนเป็นวัตถุดิบทุติยภูมิให้แก่ภาคอุตสาหกรรมให้ได้มากที่สุด ตัวอย่างผลงานในปีนี้ที่สำคัญ เช่นการพัฒนาวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าแร่ โดยได้พัฒนาเทคโนโลยีการสังเคราะห์ซีโอไลต์(Zeolite) จากแร่ดินขาว สำหรับใช้เป็นวัสดุดูดซับกลิ่นหรือบำบัดน้ำเสีย จากแร่ดินขาว 700-900 บาทต่อตัน เป็น Zeolite 17,000-20,000 บาทต่อตัน และได้ผลิตเป็นทรายแมว รวมถึง Zeolite เทคโนโลยีการผลิตยิปซัมเกรดอาหาร สำหรับใช้ผลิตอาหารประเภทเต้าหู้อ่อน ขนมขบเคี้ยว หรือเป็นสารตัวเติมในการผลิตเบียร์ จากแร่ยิปซัม 1,000 บาทต่อตัน เป็นยิปซัมเกรดอาหาร 40,000 บาทต่อตัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DIPROM ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับแฟชั่นสิ่งทอ ปักหมุด 3 จังหวัดนำร่อง ติดอาวุธความรู้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เร่งพัฒนากลุ่มแฟชั่น ขับเคลื่อนกิจกรรม “เปลี่ยนปัจจุบันให้ทันอนาคต ปรับแฟชั่นทันกระแสโลกด้วย BCG Economy

SMEs เฮทั่วไทย! กระทรวงอุตฯ ใจดี หลักทรัพย์ไม่มี ดีพร้อมค้ำประกันให้

รมว.พิมพ์ภัทรา สั่งการ ดีพร้อม ผนึกกำลัง บสย. และ 4 สถาบันการเงิน เพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน หลักทรัพย์ไม่มี ดีพร้อมค้ำประกันให้ แจ้งผลภายใน 7 วัน

กระทรวงอุตฯ เตรียมจัดงานมอบ "รางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2566" เชิดชูศักยภาพ 44 องค์กรต้นแบบ รับรางวัลจากนายกรัฐมนตรี

กรุงเทพฯ 7 กุมภาพันธ์ 2567 - กระทรวงอุตสาหกรรม แถลงข่าวเตรียมจัดงานมอบ "รางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2566" ในวันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในการมอบรางวัลฯ เพื่อเชิดชูศักยภาพองค์กรต้นแบบ 44 แห่งทั่วประเทศ

‘นครศรีฯเมืองโกโก้’ชูเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้เกษตรกร

“ช็อกโกแลต” ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นขนมแห่งความสุขและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากผู้บริโภคทั่วทุกแห่งบนโลก รวมทั้งยังมีรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของคนทุกเพศทุกวัยได้เป็นอย่างดี