สนค. ประเมินปรับเงินเดือนข้าราชการไม่กระทบต่อเงินเฟ้อ

8 ม.ค. 2567 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงการวิเคราะห์ “ผลกระทบของการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย” ว่า นโยบายนี้จะไม่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการ เพราะหน่วยงานราชการเป็นสถานประกอบการที่ภาครัฐจัดตั้งขึ้นเพื่อการให้บริการหน่วยงานภาครัฐด้วยกันและให้บริการประชาชน มิได้แสวงหากำไร ต้นทุนหรืองบประมาณรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน เหตุผลดังกล่าวจึงเป็นข้อจำกัดในการขึ้นค่าบริการของหน่วยงานภาครัฐที่จะส่งผ่านมายังภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แม้กลุ่มบุคลากรภาครัฐที่คาดว่าจะได้รับผลจากนโยบาย จะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 27.8 ของบุคลากรภาครัฐทั้งหมด 

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบจำนวนข้าราชการที่คาดว่าจะได้รับผลจากนโยบายกับผู้มีรายได้กลุ่มอื่นพบว่า มีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบกับจำนวนลูกจ้างชาวไทย และร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับผู้มีงานทำชาวไทย อาทิ นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ทำงานส่วนตัวโดยไม่มีลูกจ้าง ทั้งหมด ทำให้ขนาดกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นจากนโยบายดังกล่าวมีสัดส่วนค่อนข้างต่ำมาก หากเทียบกับกำลังซื้อของลูกจ้างหรือผู้มีงานทำกลุ่มอื่น ที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามระดับรายได้ที่สูงขึ้นตามผลการดำเนินงาน ระยะเวลาการทำงาน ทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์

ทั้งนี้ จากเหตุผลข้างต้น กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจึงไม่น่าส่งผลต่อระดับราคาสินค้าและบริการและอัตราเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งเมื่อพิจารณาอัตราเงินเฟ้อในช่วงระยะเวลาที่มีนโยบายปรับเพิ่มค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ เห็นได้ว่าอัตราเงินเฟ้อเคลื่อนไหวตามปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นมากกว่าผลของนโยบายปรับค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ อาทิ การดำเนินมาตรการครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 ซึ่งรัฐบาลปรับเงินเดือนข้าราชการเพิ่ม 1 ขั้น สำหรับระบบเงินเดือนแบบขั้น หรือร้อยละ 4.0 ของอัตราเงินเดือน สำหรับระบบเงินเดือนแบบช่วง รวมถึงปรับค่าตอบแทนพนักงานราชการโดยการเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว และปรับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ในพนักงานราชการบางกลุ่ม โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2558 กลับลดลงร้อยละ 0.9 (AoA) เมื่อเทียบกับปี 2557 เนื่องด้วยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลงเป็นอย่างมาก ส่งผลต่อราคาน้ำมันจำหน่ายปลีกในประเทศลดลง จึงสรุปได้ว่าการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม สนค. มองว่า  การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ และกำลังซื้อ ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของบุคลากรเหล่านี้ โดยเฉพาะผู้ที่บรรจุในคุณวุฒิที่ไม่สูงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการรักษาและดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพ มีคุณภาพเข้าสู่ระบบราชการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการปฏิบัติงานของส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐควบคู่กันไปด้วย แต่ก็ควรเฝ้าระวังเรื่องการฉวยโอกาสในการปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการที่ไม่สมเหตุผล รวมถึงจะต้องติดตามสถานการณ์การปรับขึ้นค่าบริการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมสถาบันการศึกษาของเอกชน ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าการตรวจรักษาสถานพยาบาลเอกชน อย่างใกล้ชิดต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เงินเฟ้อเดือน ม.ค.69 ลด 0.66% .ยันไม่มีสัญญาณเงินฝืด

เงินเฟ้อเดือน ม.ค.69 ลด 0.66% ติดลบต่อเนื่อง 10 เดือนติด เหตุน้ำมัน ค่าไฟฟ้าลด มาตรการลดค่าครองชีพรัฐ ผู้ประกอบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ‘สนค.’ยันไม่มีสัญญาณเงินฝืด คาดเดือน ก.พ.69 ยังลดลงอีก แต่จะเริ่มเป็นบวกตั้งแต่ไตรมาส 2 จนถึงปลายปี

DITP ชู ‘เกษตรนวัตกรรม’ขับเคลื่อนส่งออกสินค้าเกษตรไทยปี 2569

DITP ชู “เกษตรนวัตกรรม–เพิ่มมูลค่า–ขยายตลาดศักยภาพ” ขับเคลื่อนส่งออกสินค้าเกษตรไทยปี 2569สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในเวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก 17 หน่วยงานรัฐสกัดนอมินี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลัง 17 หน่วยงานภาครัฐ แก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจัดการให้สิ้นซาก ป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตั้งเป้าลุยตรวจสอบนิติบุคคล 21,459 ราย พร้อมเตือนคนที่ร่วมมือ สนับสนุน หากตรวจพบ เล่นงานหนัก

พาณิชย์จัดมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน ‘SEE ISAN EXPO 2026’ เปิดอีสานในทุกมุมมอง เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดสากล

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี จัดใหญ่มหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026” รวบรวมสินค้าดีศรีอีสานมาไว้ในที่เดียว พร้อมด้วยกิจกรรมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจมากมาย

ต่างชาติลงทุนไทย 68 แตะ 324,148 ล้านเพิ่ม 42% สูงสุดรอบ 5 ปี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยปี 68 ต่างชาติลงทุนไทย 1,078 ราย เพิ่มขึ้น 13% รวมเงินลงทุน 324,148 ล้านบาท เพิ่ม 42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ลั่สิงคโปร์แชมป์ลงทุนมากสุด ตามด้วยญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง สหรัฐฯ