'รมว.แรงงาน' เผยเตรียมขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำบางอาชีพ เป็นของขวัญสงกรานต์ ของเวลา 1 ปีประกาศทั้งประเทศ พร้อมจ่อเสนอ ครม.จ่ายเงินเดือนลาคลอดบุตร 98 วัน รับเงินเดือนเต็มเดือน
11 ม.ค.2567 - ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน ที่ประชุมได้พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล เรื่องกรณีการขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่า การขึ้นค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกลับภาวะความเป็นจริง ใช้วิธีคิดอะไรมาคำนวณ และต้องยอมรับในอดีตที่ผ่านมาการขึ้นค่าแรงจะมีการแทรกแซงโดยฝ่ายการเเมืองมาตลอด จนเป็นวาระทางการเมือง ทำให้คณะกรรมการไตรภาคีไม่มีอำนาจจริง และถ้าคณะการไตรภาคีไม่สามารถทำอะไรได้ก็ควรยุบทิ้งหรือไม่ และหากรัฐบาลส่งเสริมนโยบายการมีบุตร ดังนั้นการพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำให้สามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพเลี้ยงครอบครัวได้ ควรพิจารณาให้สอดคล้องกัน
นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า วิธีการคิดกับการคำนวณค่าแรงขั้นต่ำตลอดเวลา 20-30 ปี เราใช้ฐานเดิมมาตลอด เราไม่สามรถใช้ค่าแรงได้สูงว่าที่ประการไปแล้ว ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหญ่ ที่จะมีการแต่งตั้งในวันที่ 17 ม.ค.นี้ ซึ่งมีฝ่ายของรัฐและนักวิชาการ ส่วนตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง 5 คน นายจ้าง 5 คนเหมือนเดิม เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงของสภาพปัจจุบันแล้วนำมาเป็นสูตรในการคำนวณอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำ เราจะประกาศค่าแรงขึ้นต่ำได้ใน บางพื้นที่ บางอาชีพ บางประเภท บางสาขาได้ คาดว่าจะประกาศค่าแรงขั้นต่ำเป็นของขวัญวันสงกรานต์ได้ และขอเวลา 1 ปีในการที่จะประกาศค่าแรงขั้นต่ำทั้งประเทศในปี 2568
“ยืนยันว่าในคณะกรรมการไตรภาคี เป็นการเลือกกันเองของลูกจ้างและนายจ้าง กระทรวงแรงงานไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ ส่วนขั้นตอนการเลือกโดยไม่มีสหภาพแรงงานนั้นผมจะขอไปสอบถามให้อีกครั้ง แต่ผมไม่มีสิทธิเข้าไปร่วมการประชุมไตรภาคี เพราะจะถูกมองว่าแทรกแซงการพิจารณา แม้จะเข้าไปทีแรก ก็เพื่อะแนะนำตัวเท่านั้น” นายพิพัฒน์ ชี้แจง
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่าที่ผ่านมาขอให้ผ่านไป ไม่ใช่ปัดสวะ แต่ที่ผ่านมาคงแก้ไขอะไรไม่ได้ ต่อไปจะหารือประธานบอร์ด และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการที่เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยต่างๆ แต่ไม่สามารถหารือกับฝ่ายนายจ้างหรือลูกจ้างได้ โดยจะดูแลให้ความเห็นกับที่ปรึกษากรรมการว่าอะไรควรหรือไม่ ส่วนรายละเอียดเจาะลึก จะมุ่งเป้าไปยังกลุ่มธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่อาชีพที่ไม่มีจะขึ้นค่าแรงตามอัตภาพ หรืออัตราส่วน สำหรับค่าแรง 3 จังหวัดภาคใต้ ที่อัตราสูง อาจไม่มีผู้ลงทุนในพื้นที่เพราะต้องมีค่าเสี่ยงภัย ส่วนค่าแรงของผู้มีบุตรนั้นเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เร็วๆนี้ เพื่อพิจารณาการจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนสำหรับผู้ที่ลาคลอดบุตร 98 วัน โดยให้นายจ้างอุดหนุนเงินเดือน 49 วัน และสำนักงานประกันสังคมจ่ายเงิน 49 วัน ซึ่งจะได้รับเงินเดือนเต็มในช่วงที่ลาคลอด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พัชรินทร์' อวย 'อนุทิน' ช่วยดัน กม.ป้องกันคุกคามทางเพศจนบังคับใช้ได้!
มีหนาว! คุกคามทางเพศผ่านโซเชียลมีเดีย พบที่มา 'อนุทิน-สส.ภท.' ช่วยทำคลอด ฉีดวัคซีนป้องอาชญากรรมทางเพศ เป็นของขวัญปีใหม่
อดีตผู้สมัครส.ส.ปราจีนพรรคส้ม ประกาศยุติบทบาท แฉทนไม่ไหวทุนเทาในพรรคพวกมากลากไป
ไพทูรย์ นาคหิรัญ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความขอยุติบทบาท กับ ”พรรคประชาชน“
ราชกิจจาฯ ประกาศปรับฐานค่าจ้างคำนวณเงินสมทบประกันสังคม ม.33 เริ่ม 1 ม.ค. 2569
กฎกระทรวงใหม่กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ-ขั้นสูง ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยปรับเพดานสูงสุดเป็นลำดับ จาก 17,500 บาท เพิ่มเป็น 23,000 บาทในระยะถัดไป มีผลตั้งแต่ต้นปี 2569

