พาณิชย์เชื่อมยุโรปดันเอกชนไทยจดครื่องหมายการค้าในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหภาพยุโรป เชื่อมฐานข้อมูลรายการสินค้าและบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น รองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

28 ธ.ค. 2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหภาพยุโรป (EUIPO) เปิดให้บริการตรวจสอบข้อมูลรายการสินค้าและบริการของต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ สามารถตรวจสอบได้ว่าแต่ละประเทศกำหนดรายการสินค้าและบริการอะไรบ้าง และระบุในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้เครื่องหมายการค้าของคนไทยได้รับการคุ้มครองในต่างประเทศรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ ในปัจจุบันสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเทศ จะกำหนดรายการสินค้าและบริการแตกต่างกัน ทำให้ผู้ประกอบการไทยที่ยื่นขอจดเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ ไม่ทราบรายการสินค้าและบริการของประเทศที่จะไปยื่นจดเครื่องหมายการค้า ทำให้เกิดข้อผิดพลาดและถูกสั่งแก้ไขคำขอ ส่งผลให้เสียเวลาได้รับการจดทะเบียนล่าช้าและเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

“การเชื่อมโยงข้อมูลรายการสินค้าและบริการ เพื่อการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศนี้ จะครอบคลุมประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐฯ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เป็นต้น และรองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกของกรมฯ ที่จะทำให้เครื่องหมายการค้าของคนไทยได้รับการคุ้มครองในต่างประเทศได้ง่ายและถูกต้องยิ่งขึ้น และยังมีประโยชน์อย่างยิ่งในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้าไทยที่ส่งไปขายยังต่างประเทศ”นายวุฒิไกรกล่าว

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ สามารถเข้าใช้งานระบบฐานข้อมูลดังกล่าวได้ผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา www.ipthailand.go.th ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวดี 'สับปะรดสวี' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของดีลำดับที่ 7 จังหวัดชุมพร

'อัยรินทร์' เผยข่าวดี 'สับปะรดสวี' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของดีลำดับที่ 7 จ.ชุมพร สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่า 27 ล้านบาท คาดช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้เพิ่มขึ้น

อึ้ง! 11 เดือนจับสินค้าละเมิดสิขสิทธิ์กว่า 3 ล้านชิ้นมูลค่ากว่าพันล้าน

รัฐบาลเผยสถิติจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาช่วง 11 เดือน ปี 68 ยึดของกลาง กว่า 3 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านบาท เดินหน้ายกระดับจัดการสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์

มาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรปที่จะเริ่มบังคับใช้เดือนหน้าอาจทำให้อุตสาหกรรมเหล็กของไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันได้ในเร็ว ๆ นี้

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สหภาพยุโรปจะเริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้มาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้า ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากกระบวนการผลิตของสินค้า[ EU [Source]] โดยในระยะแรกคาดว่า CBAM จะส่งผลกระทบต่อ 3.8% ของสินค้าส่งออกของไทยไปสหภาพยุโรปในปี 2569 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 28,000 ล้านบาท