'บีโอไอ' เปิดส่งเสริมเอกชนสร้างบ้านผู้มีรายได้น้อย ได้รับเว้นภาษี 3 ปี

บีโอไอออกมาตรการพิเศษ เปิดส่งเสริม “กิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย” ราคาไม่เกิน1.5 ล้านบาท ขานรับนโยบายรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานที่กำลังเริ่มสร้างครอบครัว และกลุ่มผู้สูงอายุ ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ตามโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 3 ของ ธอส.

10 เม.ย. 2567 – นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้เปิดให้การส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ ส.1/2567 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2567 ตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สานต่อโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ “บ้านล้านหลัง” ระยะที่ 3 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล
ในการขอรับการส่งเสริมการลงทุน บีโอไอได้กำหนดเงื่อนไขว่าต้องจำหน่ายให้แก่บุคคลธรรมดา ในราคาหน่วยละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เป็นเกณฑ์เดียวกันทุกพื้นที่ ทั้งประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ (บ้านแถวหรือบ้านเดี่ยว) หรือแนวสูง (อาคารชุด-คอนโดมิเนียม) โดยบ้านแถวหรือบ้านเดี่ยว ต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 70 ตารางเมตร และกรณีก่อสร้างอาคารชุด ต้องมีพื้นที่ใช้สอยต่อหน่วยไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร นอกจากนี้ จะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐาน เช่น กล้องวงจรปิดทั้งโครงการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พื้นที่ส่วนกลางและที่จอดรถในสัดส่วนที่เหมาะสม ฯลฯ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก ธอส. ก่อนยื่นคำขอรับการส่งเสริม

โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยวงเงินที่นำมายกเว้นภาษีเงินได้ฯ จะไม่เกินกว่าเงินลงทุนส่วนค่าก่อสร้างถนน สาธารณูปโภค หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ใช้เป็นส่วนกลางสำหรับสาธารณประโยชน์ของโครงการเท่านั้น โดยผู้ที่ประสงค์จะขอรับการส่งเสริมตามมาตรการนี้ ต้องยื่นคำขอภายในปี 2568

ทั้งนี้ บีโอไอได้เคยให้การส่งเสริมกิจการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในช่วงปี 2536 – 2557 และกลับมาให้การส่งเสริมอีกครั้งในปี 2563 ตามข้อเสนอของ ธอส. ภายใต้โครงการบ้านล้านหลัง โดยมีโครงการที่ยื่นขอเมื่อปี 2563 ได้รับอนุมัติและออกบัตรส่งเสริมแล้วจำนวน 44 โครงการ จาก 11 บริษัท ซึ่งอยู่ในรูปแบบคอนโดมิเนียมทั้งสิ้น รวมจำนวน 34,900 ห้อง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม และชลบุรี

“ที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีพของประชาชน และถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดส่วนหนึ่งของครอบครัว บีโอไอจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานที่กำลังเริ่มสร้างครอบครัว และกลุ่มผู้สูงอายุ สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ โดยช่วยเพิ่มทางเลือกที่อยู่อาศัยในทำเลที่ตั้งที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเป็นที่พักที่มีมาตรฐานในระดับราคาเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นการลงทุนและเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ได้รับประโยชน์อีกเป็นจำนวนมาก” นายนฤตม์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บีโอไอ ไฟเขียว 5 บริษัทผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ ลงทุนกว่า 1 หมื่นล้าน

บีโอไอเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ ไฟเขียว5 บริษัทผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ลงทุนเฟสแรกรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพของไทยหมุดหมายการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

บีโอไอเคาะWDลงทุนวิจัย-พัฒนาฮาร์ดดิสก์ รับอุตฯ Data Center-AI เติบโต

บีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุน “เวสเทิร์น ดิจิตอล ” ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่สัญชาติอเมริกัน เดินหน้าโครงการวิจัยและพัฒนากว่า 2,300 ล้านบาท พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของฮาร์ดดิสก์ ยกระดับระบบจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ตั้งเป้าเพิ่มความจุถึง 100TB ภายในปี 2572 รองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อุตสาหกรรม Data Center และ AI

บีโอไอเคาะลงทุนใหม่ส่งท้ายปีกว่า 2.4 แสนล้าน

บอร์ดบีโอไอไฟเขียวโครงการลงทุนใหม่ ส่งท้ายปี กว่า 2.4 แสนล้านบาท ครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ และการขนถ่ายสินค้าทางเรือ เสริมแกร่งซัพพลายเชนในประเทศ ยกระดับอุตสาหกรรมเหล็ก เน้นเทคโนโลยี มุ่งคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมคัดเลือก 16 โครงการล็อตแรกเข้า Thailand FastPass ปลดล็อกอุปสรรค เดินหน้าสู่ปีแห่งการลงทุน