'สุริยะ' ยันสรรหาผู้ว่ารฟม.ไม่กระทบสายสีส้ม

“สุริยะ” มอบ “สุรพงษ์” เดินเครื่องสรรหาผู้ว่า รฟม. คนใหม่ ยันไม่กระทบลงนามรถไฟฟ้าสายสีส้มตามแผน ต.ค.นี้ ส่วนสรรหา “ผู้ว่าการรถไฟฯ” ลุ้นคณะกรรมการสรรหาฯ ประชุม 28 มิ.ย.นี้ ชี้ชะตาคุณสมบัติ 4 แคนดิเดต ก่อนนัดมาแสดงวิสัยทัศน์ เผยหากเหลือผ่านรายเดียว เปิดสรรหาใหม่ทันที

17 มิ.ย. 2567 – นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ได้ครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เมื่อช่วง มี.ค. 2567 ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามกระบวนการสรรหาฯ โดยได้มอบหมายให้นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแล รฟม. ไปพิจารณาเรื่องการสรรหาผู้ว่า รฟม.คนใหม่

ขณะที่การเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้องคดีไปแล้ว และมีแผนจะลงนามสัญญากับเอกชนในช่วง ต.ค. 2567 นั้น ยืนยันว่า ไม่กระทบกับแผนการดำเนินการ เนื่องจากการลงนามในสัญญาระหว่าง รฟม. กับเอกชนคู่สัญญานั้น รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ รฟม. สามารถลงนามในสัญญา และปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสรรหาผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาฯ ส่วนกระแสข่าวที่ว่า มีผู้สมัครบางรายตกคุณสมบัติหรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบในรายละเอียด แต่หากคณะกรรมการสรรหาฯ ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกแล้วพบว่า มีผู้ผ่านคุณสมบัติเหลือเพียง 1 รายเท่านั้น จะต้องยกเลิกการสรรหาฯ ทั้งหมด และเข้าสู่กระบวนการสรรหาใหม่ทันที เนื่องจากได้กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสรรหาฯ ที่ชัดเจนอยู่แล้ว

 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) และกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการรถไฟฯ กล่าวว่า ในวันที่ 28 มิ.ย. 2567 คณะกรรมการสรรหาฯ จะมีการประชุมนัดที่ 3 เพื่อพิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯ คนใหม่ว่า มีใครผ่านหรือตกเรื่องคุณสมบัติบ้าง จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ว่า รฟท.คนใหม่ และกำหนดวันให้ผู้ที่มีคุณสมบัติเข้ามาแถลงวิสัยทัศน์ตามกระบวนการสรรหา ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ มีกำหนดระยะเวลาดำเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จไม่เกิน 1 ปี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า มีผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติแต่ยังมาสมัครเข้ารับการคัดเลือกนั้น นายอภิรัฐ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าผู้ที่เข้ามาสมัครรับการคัดเลือกฯ จะต้องอ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประกาศรับสมัครแล้วว่า ตัวเองมีคุณสมบัติครบหรือขาดคุณสมบัติข้อไหนอย่างไร และต้องตรวจสอบจนมั่นใจแล้ว จึงมาสมัครเข้ารับการคัดเลือก อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสรรหาฯ จะต้องพิจารณาคุณบัติอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1.นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด และเคยเป็นอดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. 2.นายอภิชัย นิมจิรวัฒน์ กรรมการบริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (AIT) 3.นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ 4.นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุริยะ' รอหนังสือตอบ 'รมว.เกษตรมาเลเซีย' นัดหารือเคลียร์ปมระงับกุ้งไทย 5 สายพันธุ์

สุริยะ เผยความคืบหน้าเดินทางไปเจรจากับรมว.เกษตรของประเทศมาเลเซีย เพื่อปลดล็อคกุ้งไทย 5 สายพันธุ์

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ