แย้มข่าวดี! รัฐจ่ออัดของขวัญปีใหม่

“จุลพันธ์” แย้มข่าวดีรัฐบาลเตรียมอัดมาตรการของขวัญปีใหม่ ชูปลุกจับจ่ายใช้สอย พร้อมยันคนแก่ได้แน่เงิน 10,000 บาท การันตีไม่เกิน ม.ค. 2568 ฟุ้งไทยติดท็อป 1 ใน 20 ประเทศลุยรีดภาษีนิติบุคคลบริษัทข้ามชาติไม่เกิน 15% ฝันดูดเม็ดเงินลงทุนกระหึ่ม ดันรายได้รัฐพุ่งปีละ 1 หมื่นล้านบาท

16 ธ.ค. 2567 – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมมาตรการของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการประกาศความชัดเจนในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งมาตรการที่จะออกมานั้นจะเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในรูปแบบที่ต้องใช้อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ส่วนรายละเอียดอยากให้รอเวลาก่อน

สำหรับความคืบหน้าโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 2 ให้กับผู้สูงอายุนั้น คาดว่าน่าเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้เร็ว ๆ นี้ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเวียนรับฟังความคิดเห็นให้ครบถ้วนก่อน แต่ยืนยันว่าตัวกลไกการดำเนินงานของโครงการไม่ได้มีประเด็นปัญหาอะไร และยังคงยืนยันว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนินการโอนเงินให้กับกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้ทันในกรอบเวลา ในเดือน ม.ค.2568

“สำหรับผมไม่อยากให้ไปห่วงเรื่องกรอบเวลาในการเอาเรื่องเข้า ครม. เพราะไม่ว่าจะเข้าอาทิตย์นี้ เข้าอาทิตย์ที่แล้ว หรือเข้าอาทิตย์หน้าก็ไม่มีความแตกต่าง ผมยืนยันเรื่องกรอบเวลาในการจ่ายเงินยังเป็นไปตามกำหนด ดังนั้นต่อให้จะเอาเรื่องนี้เข้า ครม. วันที่ 28 ม.ค. 2568 แต่กระบวนการเสร็จทัน 29 ม.ค. 2568 ผมก็ยืนยันว่าผมจ่ายเงินทันกรอบเวลา เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องห่วงว่าเรื่องนี้จะเข้า ครม. วันไหน ส่วนกลุ่มเป้าหมายและเงื่อนไขยังเป็นไปตามเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ครม. เห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ… และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ฉบับที่..) พ.ศ… นั้น เรื่องนี้เป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของ Global Minimum Tax คือการเก็บภาษีนิติบุคคลสำหรับบริษัทข้ามชาติไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติของ OECD และเป็นไปตามข้อตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ เบื้องต้นจากการพูดคุยกับนักลงทุนต่างชาติ ส่วนใหญ่รับทราบว่ากำลังจะต้องเสียภาษีดังกล่าว โดยหากบริษัทข้ามชาตินั้น ๆ ไม่เสียภาษีนิติบุคคล 15% ที่ประเทศไทย ก็ต้องกลับไปเสียภาษีในประเทศบ้านเกิดตัวเอง ซึ่งอาจจะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าระดับที่กำหนด ดังนั้นส่วนใหญ่จึงอยากมาเสียภาษีที่ไทยมากกว่า โดยกรอบระยะเวลาการดำเนินการจะต้องให้ทันภายในปีนี้ เพื่อให้กฎหมายมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2568 และจะให้มีผลบังคับใช้ได้ในปี 2569 โดยเบื้องต้นคาดว่ากลไกนี้จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และสร้างรายได้ให้กับรัฐราว 1 หมื่นล้านบาทต่อปี

“เรื่องนี้ใครเริ่มก่อนได้เปรียบ ซึ่งไทยกำลังเร่งดำเนินการกฎหมายส่วนนี้ ดังนั้นเราจะเป็น 1 ใน 20 กว่าประเทศทั่วโลกที่จะเริ่มใช้กลไกของกฎหมายนี้อย่างจริงจัง และสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนต่างชาติ ถามกลับมา คือ หากเขามาเสียภาษีในไทยแล้วเราจะทำอะไรให้กับเขาบ้าง จึงเป็นที่มาของกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ซึ่งกองทุนนี้จะมีประโยชน์ คือ จะมีการนำเงินบางส่วนจากเม็ดเงินภาษีที่เก็บได้เข้าไปใส่ไว้ และนำเงินมาสนับสนุนเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างการผลิต การสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว เป็นต้น ซึ่งกลไกเหล่านี้จะเติมกลับเข้าไป เพื่อให้เป็นประโยชน์กับการลงทุนของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศด้วย” นายจุลพันธ์ ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พท. เคลียร์ ภท. ข่าวตีกลับโผครม. 'ยศชนัน' ยังอุบนั่ง 'รมว.อว.'

‘จุลพันธ์’ เผยคุยแกนนำ ‘ภท.’ หลังมีข่าวตีกลับรายชื่อ รมต. ยัน ‘พท.’ ยังไม่ส่งโผ ชี้ทุกคนที่มีชื่อ-คุณสมบัติครบ ด้าน ‘ยศชนัน’ ยังอุบนั่ง อว. ปัด 'เกษตรฯ-แรงงาน' เผือกร้อน

'จุลพันธ์' จี้ กกต. ให้คำตอบสังคม ปมเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งใหม่เขตคันนายาว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า

เปิดสาเหตุ 'หัวหน้าหนิม' ไม่ไปพรรคภูมิใจไทย หารือร่วมตั้งรัฐบาล

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส.เชียงราย ภรรยานายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพนายจุลพันธ์ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ พร้อมข้อความว่า “วันนี้หัวหน้าพรรคไม่สบาย ปีนี้ดอกไม้ไม่ต้อง

'ยศชนัน' นำทีมเพื่อไทย ลุยฝั่งธน หาเสียงโค้งสุดท้าย

‘ยศชนัน’ นำทัพเพื่อไทยลุยฝั่งธนฯ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ปลุกพลังคนกรุงก่อนปราศรัยใหญ่สนามเทพหัสดิน ชูแก้หนี้ทั้งระบบ ดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ย้ำ 8 ก.พ. ‘คนไทยต้องไม่จน’