
‘พิชัย’ เผยส่งออก เม.ย.68 มูลค่า 25,625.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 10.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน รวม 4 เดือน มูลค่า 107,157.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 14% ยังไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ เฉพาะสหรัฐฯ ยังโต 23.8% คาดทั้งปี หาก 8 เดือนที่เหลือไม่ขยายตัวเลย เป้ายังโตได้กว่า 4%
26 พ.ค. 2568 – นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือน เม.ย.2568 มีมูลค่ารวม 25,625.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.2% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และการนำเข้ามูลค่า 28,946.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 16.1% ขาดดุลการค้า 3,321.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยอดรวมส่งออก 4 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 107,157.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% การนำเข้ามีมูลค่า 109,397.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 9.6% ขาดดุลการค้า 2,240.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยการส่งออกที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง เป็นการสะท้อนถึงความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย แม้ในช่วงที่ผ่านมา จะมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และหลายฝ่ายคาดว่าจะทำให้ส่งออกไทยตกฮวบ แต่ตัวเลขพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง การส่งออกยังโตได้ โดยเดือน เม.ย. เพิ่ม 10.2% รวม 4 เดือน เพิ่ม 14% เฉพาะตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 23.8% และโตต่อเนื่องมาแล้ว 19 เดือน ส่วนตลาดอื่น ๆ ก็เพิ่ม เช่น อาเซียน เพิ่ม 7.8% ต่อเนื่อง 2 เดือน เอเชียใต้ เพิ่ม 8.7% ต่อเนื่อง 7 เดือน สหภาพยุโรป 6.1% ต่อเนื่อง 11 เดือน ญี่ปุ่น 5.5% ต่อเนื่อง 2 เดือน และจีน 3.2% ต่อเนื่อง 7 เดือน เป็นต้น
ทั้งนี้ เฉพาะตลาดสหภาพยุโรป กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ โดยเดือนหน้ามีกำหนดหารือกับนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า รวมถึงพบปะกับ OECD เพื่อผลักดันให้การเจรจาสำเร็จเร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการค้าของไทยในตลาดยุโรปได้อีกมาก ส่วนตลาดสหรัฐฯ หากสามารถเจรจากับสหรัฐฯ ให้ไทยได้รับอัตราภาษีในระดับเดียวกับประเทศอื่น ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยได้อีกมาก โดยขณะนี้ การเจรจากับสหรัฐฯ คืบหน้าไปมาก คาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายใน 90 วันตามที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่าการส่งออกของไทย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญต่อไป และแม้ในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปีนี้ การส่งออกหากทำได้เฉลี่ยเดือนละ 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือไม่เติบโตเพิ่มเลย แต่ทั้งปี ไทยจะยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยได้มากกว่า 4% อย่างแน่นอน ซึ่งมากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 1-2%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกไปสหรัฐฯ เดือน เม.ย.2568 มีมูลค่า 5,040.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 1,785.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ดุลการค้า 3,256.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวม 4 เดือน ของปี 2568 มูลค่า 20,848.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 6,853.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ดุลการค้า 13,994.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนจีน เม.ย.2568 ส่งออกมูลค่า 3,549.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 8,820.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 5,271.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวม 4 เดือน ส่งออก 12,331.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 31,564.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 19,232.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในไตรมาส 2 คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 1 โดยยังคงต้องรอดูผลการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ หากออกมาเท่าเทียมประเทศอื่น ๆ ที่เป็นผู้ส่งออก ก็จะไม่กระทบอะไรมาก และกระทรวงพาณิชย์เอง ก็มีมาตรการรับมือ ทั้งการหาตลาดเชิงรุกผ่านการเจรจา FTA การพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าสูง การเร่งรัดเปิดตลาดใหม่ ควบคู่การใช้มาตรการเชิงรับ อาทิ การป้องกันการสวมสิทธิ์ การป้องกันการลักลอบนำเข้า การดูแลเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน การเฝ้าระวังการเบี่ยงเบนทางการค้า ส่วนตัวเลขส่งออกทั้งปี ขอดูตัวเลข 2 ไตรมาสก่อน จากนั้นจะหารือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และภาคเอกชน เพื่อประเมินร่วมกันอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“พาณิชย์” ยกทัพวัตถุดิบไทยจัดงาน “Local Ingredients World Class Experiences” จับมือเชฟ–ผู้ประกอบการ ต่อยอดสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม คาดยอดขายกว่า 10 ล้านบาท
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย จากการจำหน่ายในรูป “วัตถุดิบ” สู่สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เข้ากับภาคธุรกิจอาหารและเชฟมืออาชีพ

